เบลก ไลฟ์ลี นักแสดงหญิงชื่อดัง วัย 38 ปี ยื่นเอกสารต่อศาลระบุว่าเธอได้รับความเสียหายด้านชื่อเสียงคิดเป็นมูลค่าราว 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากสงครามประชาสัมพันธ์ที่เธออ้างว่าเกิดขึ้นโดยฝีมือบริษัทโปรดักชันของ จัสติน บัลโดนี โดยเอกสารที่ถูกเปิดเผยระบุว่า ไลฟ์ลีกำลังเรียกร้องค่าเสียหายจากบริษัท Wayfarer Studios และ It Ends With Us Movie LLC รวมมูลค่าระหว่าง 142 ล้านถึงเกือบ 300 ล้านดอลลาร์ ในคดีความที่กำลังดำเนินอยู่
ในคำร้องล่าสุด ไลฟ์ลีระบุว่าภาพลักษณ์ “mean girl” หรือ “สาวนิสัยร้าย” รวมถึงคำเชิงลบอื่นอย่าง “bully” และ “ไม่รู้กาลเทศะ” ที่ถูกผูกโยงกับเธอในโลกออนไลน์ระหว่างความขัดแย้งกับสตูดิโอดังกล่าว ทำให้เธอสูญเสียมูลค่าชื่อเสียงราว 36.5–40.5 ล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ เธอยังประเมินความเสียหายจากข้อความหมิ่นประมาทที่แพร่กระจายกว่า 116 ล้านครั้ง คิดเป็นมูลค่าประมาณ 24.3 ล้านดอลลาร์ โดยทั้งหมดอยู่ภายใต้การประเมินของผู้เชี่ยวชาญ
แม้ก่อนหน้านี้ผู้พิพากษาจะยกฟ้อง 10 จาก 13 ข้อกล่าวหา รวมถึงข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศที่บัลโดนีปฏิเสธอย่างหนักแน่น แต่ข้อกล่าวหาเรื่องการตอบโต้ การช่วยเหลือในการตอบโต้ และการละเมิดสัญญายังคงอยู่ ทำให้คดีเดินหน้าต่อไปได้
ไลฟ์ลียังอ้างว่าเธอสูญเสียรายได้ระหว่าง 41.5–87.7 ล้านดอลลาร์ และกำไรระหว่าง 39.6–143.5 ล้านดอลลาร์ รวมถึงโอกาสแสดงและโปรดิวซ์ภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ที่อาจสร้างรายได้ 47.5–90 ล้านดอลลาร์ไปจนถึงปี 2029 อีกทั้งยังพลาดงานภาพยนตร์อินดี้ ซีรีส์โทรทัศน์ งานโฆษณา และอีเวนต์ต่าง ๆ รวมมูลค่าหลายสิบล้านดอลลาร์
ผลกระทบยังลามไปถึงธุรกิจส่วนตัว โดยเธอระบุว่าแบรนด์ Blake Brown Beauty สูญเสียกระแสเงินสด 19.4–45.1 ล้านดอลลาร์ และพลาดรายได้ค่าลิขสิทธิ์อีกสูงสุดกว่า 70 ล้านดอลลาร์ ขณะที่บริษัท Betty B Holdings ก็ขาดทุนอีกหลายล้านดอลลาร์เช่นกัน พร้อมกันนี้เธอยังเรียกร้องค่าเสียหายด้านจิตใจและความอับอายเพิ่มเติมอีก 250,000–400,000 ดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายกฎหมายของ Wayfarer Studios โต้กลับว่า ชื่อเสียงของไลฟ์ลีเสียหายจากพฤติกรรมของเธอเอง โดยอ้างคำให้การจากผู้บริหารของ Sony Pictures และบทความข่าวในอดีตที่ระบุว่าเธอมีภาพลักษณ์ “สาวนิสัยร้าย” มาก่อนแล้วตั้งแต่ช่วงปี 2014–2020
อีกทั้งยังกล่าวหาว่าเธอพยายามควบคุมการสร้างภาพยนตร์ กีดกันบัลโดนีจากงานเปิดตัว และปฏิเสธการโปรโมตหากข้อเรียกร้องของเธอไม่ได้รับการตอบสนอง
ทั้งสองฝ่ายยังคงยืนกรานในจุดยืนของตน โดยคดีดังกล่าวมีกำหนดขึ้นศาลในวันที่ 18 พฤษภาคมนี้ ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ซึ่งคาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งคดีดังในวงการฮอลลีวูดที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด.
กรณีพิพาทระหว่าง เบลก ไลฟ์ลี และ จัสติน บัลโดนี มีจุดเริ่มต้นจากการร่วมงานในโปรเจกต์ภาพยนตร์เรื่อง It Ends With Us ซึ่งต่อมาเกิดความตึงเครียดทั้งในกระบวนการผลิตและการประชาสัมพันธ์ จนกลายเป็นข้อพิพาททางกฎหมาย ไลฟ์ลีกล่าวหาว่าทีมของบัลโดนีมีส่วนในการสร้างกระแสด้านลบต่อเธอ ขณะที่อีกฝ่ายยืนยันว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากพฤติกรรมและการตัดสินใจของนักแสดงหญิงเอง
ความขัดแย้งดังกล่าวค่อย ๆ ขยายวงจากเบื้องหลังการทำงานสู่พื้นที่สาธารณะ โดยมีการเผยแพร่บทความและความคิดเห็นในโลกออนไลน์ที่วิพากษ์วิจารณ์บุคลิกและท่าทีของไลฟ์ลีอย่างต่อเนื่อง จนเกิดภาพจำในเชิงลบ เช่น “สาวนิสัยร้าย” หรือ “กลั่นแกล้งผู้อื่น” ซึ่งกลายเป็นประเด็นสำคัญในข้อพิพาทครั้งนี้ ฝ่ายไลฟ์ลีมองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นผลจากแคมเปญโจมตีด้านภาพลักษณ์ ขณะที่ฝ่ายบริษัทผู้ผลิตโต้ว่าเป็นภาพลักษณ์ที่มีมาก่อนแล้ว
คดีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของสื่อและการประชาสัมพันธ์ในอุตสาหกรรมบันเทิงยุคปัจจุบัน ซึ่งภาพลักษณ์ของศิลปินสามารถส่งผลต่อรายได้ โอกาสทางอาชีพ และมูลค่าทางธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อข้อพิพาทถูกนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงความขัดแย้งส่วนบุคคล แต่ยังรวมถึงคำถามว่าการสร้างหรือทำลายชื่อเสียงผ่านสื่อสามารถตีมูลค่าเป็นตัวเงินได้มากเพียงใด


