xs
xsm
sm
md
lg

“โค้ชส้ม” แจงยิบ ยั่ว “นาวิน ต้าร์” จับหน้าอก-คราง-พูดคำว่าผัว! เผยแชตขู่จะทำให้เป็นข่าว เตรียมพวงมาลัยขอขมา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“โค้ชส้ม” ยันไม่มีเจตนาอยากได้ “นาวิน ต้าร์” เป็นสามี รับแพนิกจากเหตุการณ์นี้ประกาศเลิกสอนแล้ว แจงยิบดรามา จับหน้าอก-คราง-พูดคำว่าผัว ชุดอาจไม่ถูกจริต ยินดีให้ “ไฮโซน้ำหวาน” เปิดคลิปเพื่อความบริสุทธิ์ใจ วันนี้พร้อมไปถึงบ้าน - เตรียมพวงมาลัยไปกราบขอขมาแล้ว พร้อมเผยถูกแชตขู่จะทำให้เป็นข่าว

กรณีดรามาบานปลาย “ไฮโซน้ำหวาน พัสวี” ไลฟ์ฉะนักไลฟ์รายหนึ่งยั่วยวนสามี มีกิริยาเอามือจับหน้าอกตลอดเวลา รวมถึงคำพูดที่ว่า”ผัวพี่คือผัวของทุกคน” ถึงขั้นจะทำให้ครอบครัวสั่นคลอน “นาวิน ต้าร์” งานงอก หวิดเลิกภรรยา น้ำหวานไลฟ์สดฉะต่อว่ามีคลิปเด็ดเป็นเสียงครวญคราง อึดอัดเพราะเปิดให้ดูไม่ได้ ฟากนาวิน ต้าร์ ประกาศเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมาย เหตุถูกละเมิด เสียใจที่ไม่ได้ไล่อีกฝ่ายออกนอกห้องประชุมตั้งแต่ตอนนั้น จนทำให้ภรรยาเสียใจ

รายการโหนกระแส วันที่ 10 มี.ค.69 “หมวย อริสรา” ดำเนินรายการแทน “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดหมาย เลข 33 สัมภาษณ์ โค้ชส้ม และ ฝนพี่สาวโค้ชส้ม มาพร้อม ทนายพัฒน์ อนุสรณ์ อะสุระพงษ์ให้ความรู้ทางกฎหมาย

ชุดนี้คือชุดที่ใส่พรีเซ็นต์งาน?
โค้ชส้ม : ใช่ค่ะ

ปกติใส่ชุดแบบนี้อยู่แล้ว?
ฝน : ปกติยิ่งกว่านี้อีกค่ะ เขาเป็นสไตล์อย่างนี้ ฝนกับส้มเป็นสไตล์งี้อยู่แล้ว เพราะเราเป็นแม่ค้าไลฟ์สด ส่วนใหญ่ไม่ได้รับสอนไม่ได้อะไรนะ ให้ทุกคนช่วยกันดูว่าชุดนี้เป็นยังไง นี่คือชุดวันที่ไปสอน ไปเทรน ชุดนี้ยังไม่ได้ซักด้วย

ใส่ไปพรีเซ็นต์วันไหน?
โค้ชส้ม : วันที่ 3 มี.ค.ค่ะ ชุดนี้เป็นชุดเก่า ใส่สมัยตอนที่ทำงาน

ก่อนโค้ชส้มเข้าสู่วงการขายของออนไลน์ โค้ชส้มทำอะไรมาก่อน?
โค้ชส้ม : เริ่มจากการเป็นแม่ค้าค่ะ หนูเป็นเด็กบ้านๆ ธรรมดาเลยค่ะ เรียกว่ายากจน จากขายของมีหน้าร้านเริ่มมาทำออนไลน์ ชอบขายของออไนลน์ ฝึกหัดไลฟ์ 1-2 ชม. ด้วยโทรศัพท์แค่ 3 เครื่อง จนไลฟ์ 50 จอ 24 ชม. จนกลายเป็นบริษัทที่รับไลฟ์ ตัวส้มเองไม่ได้มีต้นทุน มีเงินลงทุน ถ้าวันนี้มีส้ม 50 จอเป็นการตลาดขายของ แสดงว่าบางช่องได้ บางช่องไม่ได้ แต่ทำให้ส้มมียอดขายมากขึ้น

อยู่วงการกี่ปี?
โค้ชส้ม : ปีนี้เข้าปีที่สามค่ะ

คุณส้มมีฉายา เจ้าแม่ปิดการขาย?
ฝน : เป็นคนขายของได้ค่ะ ขายของเก่ง

โค้ชส้ม : เราจะสนุกสนาน เราต้องการให้ลูกค้าเข้ามาแล้วเราสร้างความสุขกลับไปให้ลูกค้า อยากให้เหมือนรายการ รายการนึง แต่ละวันที่จัดรายการก็ไม่เหมือนกัน เมื่อก่อนส้มเองนำสินค้าขายในทีวีช้อปปิ้ง เราเลยออกแบบช่องเราให้มีสีสัน ให้สนุกบ้าง แต่ด้วยเนเจอร์ส้มเองก็ตลกแหละ

ฝน : เป็นคนตลก ขี้เล่น แต่ดันไปเล่นผิดคนนิดหน่อย บางคนรู้สึกเล่นได้ บางคนรู้สึกเล่นไม่ได้ เหมือนฝนไปไลฟ์สดกับอ.เบียร์ ฝนยังหยอกอ.เบียร์เลย

การแต่งตัวตอนไลฟ์เป็นยังไง?
โค้ชส้ม : เป็นคนชอบแต่งตัวเซ็กซี่อยู่แล้ว แต่ก่อนส้มตัวใหญ่ พอเราตัวเล็ก เราก็อยากมีสรีระที่โชว์แหละ ตอนนี้ส้ม 40 แล้ว ถ้าให้ส้มแต่งตอน 50 ส้มก็ไม่อยากแต่ง ก็เลยเป็นลุคนี้

สไตล์จับอารมณ์คนดูได้ และบริหารอารมณ์คนดูในไลฟ์ได้เก่งมาก เป็นแบบนั้นมั้ย?
ฝน : ขนาดนั้นเลยเหรอ ก่อนหน้านั้นเป็นอย่างนั้นค่ะ แต่ตอนนี้เหมือนคนไม่ปกติ สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว พอเกิดเหตุการณ์แพนิกเลย มาหาฝนที่โคราชคือมือสั่น ตั้งแต่วันนั้นยังไม่ปกติเลยค่ะ วันนี้ก็ไม่ปกติ เขาไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ เขาไม่เข้าใจเขาทำอะไรผิด ทำไมเกิดเรื่องถึงขั้นจะฟ้องจะอะไรกันขนาดนี้

คุณส้มเปิดบริษัทรับสอนการไลฟ์นานหรือยัง?
โค้ชส้ม : ส้มไม่ได้เปิดบริษัทรับสอนนะคะ ส้มขายสินค้า แต่เขารู้ว่าส้มเริ่มต้นจากโทรศัพท์ 3 เครื่อง เขาเห็นส้มขายของได้เยอะตลอด จากวิดีโอที่ส้มลง กลายเป็นว่าทุกคนอยากมาเรียนกับส้มเอง ส้มไม่ได้ตั้งตัวให้ตัวเองเป็นโค้ช ทุกคนอยากไลฟ์ได้หลายแพลตฟอร์มได้พร้อมกัน ส้มเลยต้องรับ จริงๆ ไม่ได้เปิดสอนทั่ว แต่คิวทั้งเดือนค่ะ

พอมีคนเริ่มติดต่อ ถ่ายทอดวิชา ทำมานานหรือยัง รับสอนนานหรือยัง?
โค้ชส้ม : ปีที่แล้ว เราทำสินค้าเราอยู่แล้ว เราต้องคุมทีมงานด้วย

ฝน : อาชีพรับสอนไม่ใช่อาชีพ แต่การค้าขายคืออาชีพเขา ใครอยากให้สอนเขาก็ไป ระดับดาราให้ไปสอนก็ดีใจมาก เราก็ไป ค่าจ้างไม่ได้มากมายก่ายกอง ซึ่งบอกตรงๆ มันเลี้ยงทีมงานไม่ได้อยู่แล้ว ที่มาวันนี้เพราะน้องตกใจ น้องบริสุทธิ์ใจมาก พอไปหาฝน ฝนพาไลฟ์สด ฝนก็บอกเลยไปโหนกระแสมั้ย ถ้าไปได้ก็ไป มีทีมงานติดต่อมา เราก็มาเลย เพราะเราบริสุทธิ์ใจ วันนั้นน้องไม่ได้นั่งอยู่คนเดียว มีทีมงานเยอะมาก

เขาติดต่องานยังไง?
ฝน : มีคนนึงรู้จักกับส้ม และทีมนึงรู้จักฝั่งพี่ต้าร์ เขาประสานงานให้มาสอน เป็นคนกลาง ชื่อพี่เชน เขาติดต่องานให้ไปสอนงานทีมพี่นาวิน ต้าร์ เพราะพี่นาวิน ต้าร์ เขาทำการตลาดแต่ฝั่งบ้านสีดำ ตอนนี้เขาเริ่มอยากมาบ้านสีส้ม เพราะนี่ถนัดบ้านสีส้ม ก็อยากให้นี่ไปสอน ทีมงานฝั่งส้ม 2 คน รวมคุณเชนเป็น 3 ฝั่งพี่นาวิน ต้าร์เป็น 4 รวมเป็น 7 คน

เขาให้ไปสอนวิธีขายของออนไลน์ ดึงดูดลูกค้าฝั่งส้ม?
โค้ชส้ม : เขาให้ดูระบบหลังบ้านในการเซ็ตเริ่มต้น สิ่งที่ทำออนไลน์มันยากคือการเข้าใจหน้าที่การทำงานของแพลตฟอร์มนั้น แต่ละแพลตฟอร์มการตั้งค่าทำแบบไหน บางทีตั้งค่าเพื่อจะขาย แต่มันมีกลยุทธ์ของเขา ทำยังไงให้สินค้ามันเห็น 1 ใน 10

ฝน : พูดง่ายๆ ส้มไปบอกเคล็ดลับที่ส้มทำให้ จริงๆ สมัยนี้ความรู้มันอยู่ที่ปลายนิ้วแหละ แต่ว่าเขาเป็นผู้มีประสบการณ์ เขาทำเอง เขาก็เลยไปสอน พอสอนปุ๊บพี่นาวินต้าร์มาบ่ายสองกว่า ส้มก็สอนๆ จน 4 โมงเย็น ก็ลากลับกัน โดยไม่ได้ถ่ายรูปคู่อะไรเลย แต่ขณะนั้น ฟีลคนตกใจ

ทนายพัฒน์ : เงื่อนไขในการรับงานของส้ม ไม่ใช่เฉพาะเคสนี้ ปกติรับงานแบบไหน ทำอะไรบ้าง ปกติเขามาจ้างเราไป ผู้ว่าจ้างรายอื่น ให้ไปทำอะไร

โค้ชส้ม : แต่ละเคสไม่เหมือนกัน บางเคสเขาขาดทุน ส้มไปดูตั้งแต่ต้นทุน วางแผนการตลาด ต้องโตแบบไหน ต้องขยายในตัวไหน สมมติ 200 แคส ตัวไหนเป็นมาร์เก็ตติ้ง ตัวไหนเป็นตัวขยาย และเข้ามาเซ็ตในระบบ

ฝน : พูดง่ายๆ ลูกค้าแต่ละคน เราจะดูโจทย์เขาต้องการอะไร คุณบอกมา เราจะช่วยในเรื่องนั้น

อันนี้โจทย์ชัดๆ ที่เขาให้เรามา คืออะไร?
โค้ชส้ม : เริ่มลงการตลาดในบ้านส้ม

ได้ถามคุณเชนมั้ยว่าคนจะเข้าฟังมีใครบ้าง?
โค้ชส้ม : ทราบว่าเป็นทีมงานนะคะ

รู้มั้ยใครฟัง ฟังกี่คน?
โค้ชส้ม : ไม่ทราบค่ะ รู้แค่ว่าเป็นทีมงาน สอนตั้งแต่บ่ายโมงถึงสี่โมงเย็นค่ะ

ฝน : ซึ่งตัวส้มเองเขาคิดว่าระดับเจ้าของบริษัทคงไม่ลงมาเองด้วยซ้ำ คิดว่าคงเป็นแค่ทีมงานของเขา ฝนก็ตั้งบริษัทเหมือนกัน เวลาเรียกทีมมาสอน ฝนก็ไม่ได้ลงไปเอง ฝนให้ลูกน้องลงไปเรียนรู้ แต่ละฝ่ายแต่ละทีมค่ะ พอเจอก็ตกใจ ดีใจ ยุคนั้นเป็นยุคของพวกเรา พี่ต้าร์โด่งดังมาก

โค้ชส้ม : ครั้งแรกจะสอนโดยไม่รอด้วยซ้ำ

ฝน : พอทีมงานบอกพี่ต้าร์จะลงมานะ ก็เลยรอก่อน

เตรียมอุปกรณ์ไปเยอะมั้ย?
โค้ชส้ม : ไม่ได้เตรียมค่ะ มันอยู่ในหัวเลย สไตล์มี แต่ส้มสอนจากตัวที่เป็นหลังบ้านของเขา

3 มี.ค. นัดบ่ายโมง คุณส้มไปถึงกี่โมง?
โค้ชส้ม : ไปถึงก่อน 30 นาทีค่ะ ตอนนั้นเจอคุณเชนก่อน เรามีทีมงานไปด้วย 1 คนค่ะ ในห้องมีทั้งหมด 7 คนค่ะ

ฝน : พี่ต้าร์มาบ่ายสองกว่าค่ะ มีการพูดเกริ่นๆ ระหว่างรอไปก่อนค่ะ

พอเจอทีมงานนาวินต้าร์ ตื่นเต้นมั้ย?
โค้ชส้ม : ไม่ค่ะ พอคุณนาวิน ต้าร์มา หนูก็แนะนำตัวด้วยมารยาท ว่าชื่ออะไร ส้มเคยชื่นชมคุณต้าร์ สมัยที่ส้มเด็ก ก็รู้สึกดีใจที่วันนี้ได้เกียรติมานั่งอยู่ตรงนี้ค่ะ ก็พูดกลางที่ประชุม แล้วหันหน้าไปทางพี่ต้าร์ พอเห็นพี่ต้าร์ก็ตกใจ เอามือจับหน้าอก

จับตั้งแต่ช่วงแรกเขาเดินมาเลยเหรอ?
โค้ชส้ม : ไม่ค่ะ มันมาเป็นช่วงๆ ไม่ได้อารมณ์กระดี๊กระด๊านะคะ ตัวเองตื่นเต้น ตอนนี้ก็ยังรู้สึก

ตอนนาวิน ต้าร์ไม่มา ส้มทำอะไรบ้าง จังหวะคุณต้าร์เดินมาเป็นยังไง มันเกินเบอร์ แสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสมอย่างที่คุณน้ำหวานบอกหรือเปล่า?
โค้ชส้ม : ก่อนคุณต้าร์จะมา ส้มเข้าระบบหลังบ้านแต่เข้าไม่ได้ ต้องรอคุณต้าร์มาคอนเฟิร์มพาสเวิร์ดถึงเข้าได้ และเริ่มการสอน

โค้ชส้มมีลักษณะประหม่า อาจมองว่าทำไมคุณส้มพูดติดขัด ไม่ค่อยมั่นใจ ไม่เหมือนไลฟ์โค้ช คุณส้มอยู่กับเราตอนนี้ก็ยังประหม่า ตื่นเต้นอยู่ อยากให้เล่าให้ละเอียด ตอนนาวิน ต้าร์ไม่มา ก็คุยกับทีมงาน ขอดูหลังบ้าน กิริยาเป็นยังไง เพราะน้ำหวานบอกว่ากิริยาโค้ชส้มไม่เหมาะสมเลย?
โค้ชส้ม : ครั้งแรกส้มก็เริ่มแนะนำตัวก่อน โดยไม่รอคุณต้าร์ เพราะบ่ายโมงตรงเราอยากสอนให้ตรงเวลา แต่ทีมงานบอกให้รอคุณต้าร์เข้ามาก่อน ส้มก็เลยเตรียมงานรอ ให้ทีมงานคุณต้าร์เข้าระบบหลังบ้าน เพื่อดูว่าตัวไหนบ้างที่ต้องแนะนำ แต่ส้มก็ยังไม่ได้เริ่ม จะเข้าก็เข้าไม่ได้ เพราะต้องรอเจ้าของแพลตฟอร์มยืนยันก่อน ซึ่งทีมงานบอกต้องเป็นคุณต้าร์ ส้มก็รอคุณต้าร์

พอเจอคุณต้าร์เป็นไง?
โค้ชส้ม : ก็แนะนำตัวค่ะ เป็นอดีตแฟนคลับคุณต้าร์ด้วย ขอบคุณที่วันนี้ให้ส้มมานั่งอยู่ตรงนี้ ถามว่าทำไมส้มเองถึงกล่าวแบบนั้น หนูเป็นเด็กธรรมดานะคะ ตั้งใจเดินในสายงานของตัวเอง สิ่งที่ทุกคนเห็นผลงานหนู หนูได้มานั่งกับอดีตซูเปอร์สตาร์ ศิลปินที่ชื่นชอบ ก็แค่นั้น จบ คุณต้าร์ยืนยันลิงก์หนูก็ดูระบบหลังบ้าน พูดถึงวิธีการการทำงาน ถามคุณต้าร์ว่าจะตั้งค่าตัวนี้ๆ มั้ยจะใช้งานมั้ย หน้าที่การทำงานที่เราจะใช้ตัวนี้มีอะไรบ้าง ส้มก็หันหน้าไปทางพี่ต้าร์ แล้วหันมาทางทีมงาน เพราะส้มไม่ได้เข้าไปสอนคุณต้าร์เนอะ เราสอนทีมงาน เราก็เลยนั่งหันข้าง พอยืนยันจากคุณต้าร์เสร็จแล้ว ส้มก็หันมาสอนปกติ

ตำแหน่งคุณต้าร์ เหมือนตำแหน่งทนายพัฒน์ตอนนี้?
โค้ชส้ม : นั่งตรงข้ามแบบนี้เลยค่ะ

โค้ชส้มจะเอียงเก้าอี้ไปหาทีมงาน ตอนแนะนำตัว คุณส้มไม่ได้เดินมาใกล้คุณต้าร์เลย?
โค้ชส้ม : ไม่เลยค่ะ วันนั้นไม่มีการใกล้ตัวคุณต้าร์ นั่งอย่างนี้ตลอด 3 ชม.ที่อยู่ตรงนั้น ไม่มีเข้าไปใกล้ๆ มีลุกตอนกลับบ้านอย่างเดียว

ตื่นเต้นจังหวะไหนบ้าง ตลอดการสอน ตื่นเต้นเป็นช่วงๆ หรือตื่นเต้นช่วงแรกแล้วจบ?
โค้ชส้ม : ตื่นเต้นเป็นช่วงๆ วันนั้นก็ไม่รู้ทำไมมีอาการแบบนี้ หนูก็ไม่ได้อยากให้ตัวเองเกิดเหตุการณ์ตื่นเต้น หนูตั้งใจไปสอนนี่แหละค่ะ แต่พอหนูหันหน้าไปทางคุณต้าร์ก็มีอาการ มีอาการเป็นระยะๆ

ตื่นเต้นแล้วจับหน้าอก?
โค้ชส้ม : หันมาดึงสติตัวเอง ก็แปลกว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ ถึงมีอาการแบบนี้ จริงๆ ส้มควรลุกจากโต๊ะเพื่อจัดการตัวเองแล้วกลับมาสอน แต่เสียตรงที่ส้มไม่ได้ลุกไปข้างนอก เพื่อให้เรามีสมาธินะ

ตื่นเต้นจับหน้าอก จุดที่จับคือจุดที่คุณส้มแสดงให้ดู จับเพื่อบอกตัวเองอย่าตื่นเต้น?
โค้ชส้ม : ใช่ค่ะ จับเพื่อดึงสติตัวเองค่ะ ไม่ได้มีเจตนาอื่นใดค่ะ เราสอนต่อ ตั้งใจสอนจนเสร็จ จนจบ

มีบางช่วงไม่ไหว อยากขอออกนอกห้องมีมั้ย?
โค้ชส้ม : วันนั้นเหมือนคุยกันเรื่องนี้แล้วต่อเรื่องนี้ ด้วยเวลาหนูทำงาน หนูอะเลิศ เราก็ฟีลต่อ หนึ่งจบๆ เพื่อให้งานเราเสร็จในภาคสนามของ 3 ชม.นั้น ตัวส้มเองไม่เคยสอน 3 ชม. ปกติสอนนาน หลังบ้านไม่ง่ายค่ะ เราแก้ให้เขาด้วย เราพาเขาทำด้วย เวลา 3 ชม.มันจำกัด

มันก็กดดันผู้สอนนิดนึงว่าต้องรีบถ่ายทอดให้จบ?
โค้ชส้ม : เรากลัวทำหน้าที่ของเราไม่เสร็จ ส้มเลยรีบ

สายตาคนอื่นเขามองเราด้วยสายตายังไง?
โค้ชส้ม : ไม่ได้สังเกตเลย

รู้สึกมั้ยผู้ฟังอึดอัดจากการตื่นเต้นของเรา?
โค้ชส้ม : หนูไม่ได้สังเกตทางคุณเขาค่ะ เนื่องจากเราเป็นห่วงตัวเราเอง พยายามดึงตัวเอง พอหนูปกติแล้ว หนูก็ยังหันหน้าไปคุยกับแต่ละคน แต่ละคนก็ไม่ได้ตำหนิว่ากิริยาตรงนี้ไม่ดีนะ ไม่มีการท้วงติงกัน มีพี่ต้าร์ถามว่าส้มเป็นอะไร ส้มเลยบอกว่าแต่ก่อนหนูเห็นคุณต้าร์เป็นดาราที่ดังค่ะ มีแต่คนชื่นชมแก ก็เลยหลุดคำพูดคำนึงออกไป

คำที่เป็นประเด็น?
โค้ชส้ม : ใช่ค่ะ ส้มไม่มั่นใจพูดคำว่าผัวของทุกคน หรือสามีแห่งชาติออกไป แต่คำที่ส้มสื่อออกไป เป็นคำชื่นชมคุณต้าร์ หนูไม่ได้มีจุดประสงค์ว่าจะผัวทุกคน หรือสามีแห่งชาติไปในทางชู้สาว

เจตนาคือชื่นชม ไฮโซน้ำหวานบอกว่าคุณพูดว่าพี่ต้าร์เป็นผัวของคนทั้งประเทศ?
โค้ชส้ม : หนูจำไม่ได้ว่าที่พูดบริบทตรงนั้นคือบริบทคำพูดไหน แต่คำพูดที่สื่อออกไปคือความหมายชื่นชมคุณเขา หนูไม่รู้ว่าเป็นคำไหน มันเหมือนเราคุยกัน ไม่มีการบันทึกวิดีโอเอาไว้ มีถ่ายมาเป็นช็อตๆ แต่ไม่ได้ถ่ายทั้งหมด

แต่พูดจริง?
โค้ชส้ม : ยอมรับว่าพูดจริงค่ะ

ตอนพูดปฏิกิริยาคุณต้าร์เป็นยังไง?
โค้ชส้ม : ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไร แกถามส้มว่าอายุเท่าไหร่ ส้มเลยบอกว่าอายุ 40 แกก็เข้าใจแหละว่า 40 ทำไมถึงอย่างนี้ หนูไม่ใช่อายุ 27 ด้วยวัยของส้ม 40 ที่เป็นเอฟซี แกก็เข้าใจว่าทำไมเราเป็นแฟนคลับ เพราะอายุได้

ไม่แน่ใจว่าพูดหรือเปล่า?
โค้ชส้ม : พูด แต่ไม่รู้ว่าพูดคำไหนออกไป

ทนายพัฒน์ : เจตนาที่พูดไม่ได้ชู้สาวอะไร

โค้ชส้ม : ไม่ค่ะ พูดแล้วก็จบ สอนต่อ

มีหยอกล้ออย่างอื่นอีกมั้ย ในเชิงชู้สาว?
โค้ชส้ม : ไม่ค่ะ

กิริยาท่าทาง?
โค้ชส้ม : มีอาการตื่นเต้นเป็นช่วงๆ ค่ะ

นอกจากจับหน้าอก มีเสียงบางอย่างหลุดออกมาด้วย?
โค้ชส้ม : เสียงแบบไหนคะ

อีกฝั่งให้ข้อมูลเหมือนเสียงคราง?
โค้ชส้ม : ถ้าอยู่สองคนคงมีฟีลนั้นเนอะ แต่ด้วยอยู่กัน 7 คน จะมีฟีลนั้นได้อย่างไร การที่เราจะมีอาการคราง เราต้องใกล้กันก่อนนะ ถอดเสื้อผ้ากันก่อน ฟีลที่จะคราง แต่วันนั้นหนูไม่ได้อยู่กันสองคน อยู่กัน 7 คนบนโต๊ะ

ยืนยันไม่มีเสียงอะไรเล็ดลอดออกมา นอกจากจับหน้าอกแล้วบอกใจเย็นๆ นะ?
โค้ชส้ม : ค่ะ

ทนายพัฒน์ : ยืนยันไม่มีการครางแน่นอน

โค้ชส้ม : ไม่ค่ะ จะครางทำไมคะ เราไปสอนค่ะ ไม่ได้ไปทำอย่างอื่น

สายตาคนอื่นที่มอง เขาชื่นชมเขาทึ่งความสามารถ หรือเขามีเอ๊ะอะไรอย่างอื่น?
โค้ชส้ม : ทีมงานคุณต้าร์ก็ถามว่าแบบนี้ทำยังไงบ้าง ถ้าน้องในทีมงานคุณต้าร์เขาไม่เข้าใจ เขาก็ถามค่ะ

มีข้ามคุณต้าร์ไปสอนทีมงานมั้ย?
โค้ชส้ม : ไม่ค่ะ นั่งสอนอย่างเดียว ไม่มีจังหวะลุกขึ้นยืนค่ะ

ระหว่างการสอน คุณต้าร์มีคำถามนอกเหนือจากถามอายุมั้ย?
โค้ชส้ม : ถามเรื่องงาน พอเรื่องนั้นจบก็คือจบแล้ว ในเรื่องระบบแพลตฟอร์มค่ะ

พอสอนเสร็จ จบ กลับบ้าน?
โค้ชส้ม : ใช่ค่ะ หนูลาทีมงานคุณต้าร์กลับบ้าน

รู้สึกถึงความผิดปกติในการสอนมั้ย?
โค้ชส้ม : ไม่ค่ะ ทีมงานคุณต้าร์ก็ขอคอนแทคเพื่อสร้างตัวกลุ่ม จริงๆ มีหน้าที่ต้องส่งข้อมูลการเซ็ตการสอนสรุปให้เขาอีกรอบนึง ยังไม่ทันได้สร้างกลุ่มก็เกิดเหตุการณ์ขึ้นก่อน

คิดมั้ยว่าการสอนของเราจะเป็นประเด็นดราม่าในสังคม?
โค้ชส้ม : ไม่คิดค่ะ รู้สึกไม่ดีกับเรื่องนี้มากๆ เพราะทุกครั้งที่หนูไปสอน เราหวังดี เราอยากไปแก้ให้เขาทำได้ หนูไม่ได้จะให้กระทบเรื่องครอบครัวหรืออะไร ไม่ได้มีจุดประสงค์ตรงนั้นเลย หนูเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดตรงนี้ มันรุนแรงกับหนูมาก เพราะหนูไม่ได้มีจุดประสงค์ในเรื่องอะไรต่างๆ อย่างนั้น (เสียงสั่นเครือ)

ตอนออกจากห้องสอน รู้สึกยังไง?
โค้ชส้ม : ตอนเดินออก มีทีมงานคุณต้าร์หนูจับแขนเขาลงไปข้างล่าง บอกว่าวันนี้พี่ตื่นเต้นไป ไม่อยากให้มันเกิดแบบนี้ ลงไปข้างล่างก็ยังคุยเรื่องงานอยู่เหมือนเดิม นั่งคุยกันปกติ

ถ้าการสอนครั้งนี้ไม่ตื่นเต้นมันจะดีกว่านี้?
โค้ชส้ม : ค่ะ

มันจะมีเสียงอะไรที่ทำให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดว่าเป็นเสียงครางได้มั้ย?
โค้ชส้ม : มีค่ะ คืออื้อ เสียงแบบนี้

ยืนยันว่าเป็นเสียงระงับตัวเอง ไม่ใช่เสียงคราง?
โค้ชส้ม : ใช่ค่ะ อาการคราง ส้มยืนยันว่าไม่ได้มีอาการแบบนั้นค่ะ

แต่อาจมีเสียงถอนหายใจ ที่ทำให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดไปได้ วันนั้นออกจากห้องไม่คิดว่าจะเป็นประเด็นดราม่า ปรากฏว่า 4 มี.คง น้ำหวานไลฟ์กับนาวิน ต้าร์ แล้วพูดเรื่องโค้ชส้มไปสอนงาน จะทำให้ครอบครัวแตกแยก มีการแสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสม แต่งตัวล่อแหลม พูดจาหยอกล้อในเชิงชู้สาว คุณน้ำหวานบอกว่าอยากให้รู้ว่าคนๆ นี้เป็นใคร ตอนคลิปออกมาโค้ชส้มรู้มั้ยว่าหมายถึงเรา?
โค้ชส้ม : ทราบค่ะ เพราะก่อนคุณหวานขึ้นไลฟ์ ส้มได้คุยกับโทรศัพท์กับพี่ต้าร์ และคุณน้ำหวาน คุยกับคุณต้าร์ก่อนค่ะ คุณต้าร์มีการตำหนิว่าอย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก ส้มก็ขอโทษคุณต้าร์ อีกรอบนึงมีคุณต้าร์ มีคนที่สามที่พาส้มเข้าไปทำงาน และมีคุณน้ำหวาน คุณน้ำหวานก็พูดว่าส้มได้พูดจริงมั้ย ส้มบอกว่าส้มได้พูดจริงค่ะ แต่ความหมายคือชื่นชมคุณต้าร์ มีอาการจับหน้าอกจริงมั้ย เราก็ยอมรับ และขอโทษทางโทรศัพท์ไปแล้ว แต่ทางคุณหวานอยากให้ส้มไปขอโทษที่บ้าน ส้มบอกว่าส้มเองไม่ได้สะดวกที่จะไป ส้มกลับมาจากสอน มีงานที่จะไลฟ์ของลูกค้าอยู่ เราเลยไม่สะดวกที่จะไปค่ะ

แต่มีการขอโทษคุณต้าร์ คุณหวาน จากนั้นก็เป็นไปตามที่เขาไลฟ์และพูดถึงเรา พฤติกรรมเป็นเหมือนคุณน้ำหวานพูดมั้ย ระริกระรี้ระหว่างสอน?
โค้ชส้ม : หนูไม่ได้ระริกระรี้ หนูตื่นเต้น อันนี้หนูยอมรับ แต่ถ้าเรื่องคำพูดแบบอื่น หนูไม่ได้มีพฤติกรรมแบบนั้นในการสอน สิ่งที่คุณบอกส้ม ส้มยอมรับกับคุณไปสองข้อ แต่เรื่องอื่นที่บุคคลที่สามไปเล่าให้คุณหวานฟัง หนูไม่รู้ว่าเขาไปเล่าแบบไหน

คิดว่าไม่ได้ระริกระรี้ตามที่เขาพูด?
โค้ชส้ม : ค่ะ

ทีมงานแกะมาแล้ว คุณส้มพูดว่าผัวของทุกคน ที่ทุกคนอยากได้ ประโยคนี้ “น้องบีม” ทีมงานที่อยู่ในห้องประชุมวันนั้น ทางโค้ชส้มแสดงกิริยาอย่างที่ไฮโซน้ำหวานกล่าวมั้ย ระริกระรี้พูดหยอกล้อในเชิงชู้สาว มีการจับหน้าอกและคราง?
บีม : มีการจับหน้าอกจริงค่ะ เพราะวันนั้นพี่ส้มใจสั่นมากๆ หนูนั่งข้างเขาตลอด เขาบอกว่าขอโทษนะคะ ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ใจเต้นแรง แล้วเขาก็จะโน้มตัวมาทางหนู ไม่ได้โน้มตัวไปข้างหน้าหรืออะไรเลย โน้มตัวมาหาหนู มาฝั่งหนู

คุณนาวิน ต้าร์ไม่มีทางเห็นอะไรแน่นอน?
บีม : ยืนยันค่ะ เพราะตอนพี่ส้มสอนอยู่ เขาก็หันมาทางขวา เพื่อสอนทีมงาน

ตอนโค้ชส้มจับหน้าอก ได้สังเกตปฏิกิริยานาวิน ต้าร์มั้ย?
บีม : คุณนาวิน ต้าร์ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรเลยค่ะ อยู่ในที่ประชุมก็คุยเรื่องงานปกติดี ซักถามเรื่องงาน ไม่มีเรื่องส่วนตัว

ประโยคผัวของทุกคน ที่ทุกคนอยากได้ บีมรู้สึกยังไงกับประโยคนี้?
บีม : ตอนนั้นเป็นเวลาใกล้ 4 โมงแล้ว ทุกอย่างสอนจบหมดแล้ว พี่ส้มถามทุกคนว่ามีคำถามอะไรจะถามเพิ่มเติมมั้ย มีรายละเอียดเพิ่มเติมมั้ย เป็นช่วงสุดท้ายแล้ว มีการแอดไลน์ หนูหยิบมือถือพี่ส้มให้สแกนกับทีมงาน สร้างกลุ่มกัน พอไม่มีอะไรจะสอนแล้ว พี่ส้มก็มีอาการยังตื่นเต้นอยู่ คุณนาวิน ต้าร์ก็เลยถามว่าทำไมเกิดอาการแบบนี้ พี่ส้มก็บอกว่าสมัยก่อนคุณนาวิน ต้าร์ ดังมาก ได้เกิดพูดคำนั้นออกไป แต่มุมพี่ส้มเขาเป็นคนเฮฮาอยู่แล้ว หนูไม่แน่ใจว่าเขาพูดว่าผัวของทุกคนมั้ย แต่ในมุมหนู ก็เหมือนแค่พาดหัวข่าวที่เขาพูดกัน สามีแห่งชาติ เขาคิดแค่นั้น ที่เขามีอาการแบบนั้นเพราะเขาได้เจอดาราที่เขาเคยชื่นชอบมาก่อน วันนี้ก็ได้เป็นเกียรติมากๆ ที่ได้สอนเขา หลังจากนั้นก็จบ ทางทีมงานคุณนาวินต้าร์ยังถามเลยว่าอายุเท่าไหร่ พอพี่ส้มบอกว่าอายุ 40 เขาก็บอกว่าอ๋อ เขาเข้าใจได้ เพราะยุคนั้นนาวิน ต้าร์ก็โด่งดัง เป็นยุคของเขา ถ้าเป็นหนู หนูอายุ 27 ก็ไม่ทัน ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร

ตอนจับหน้าอก โค้ชส้มมีเสียงยังไง?
บีม : เขาบอกโอ้ย ทำไมใจเต้นแรง เขาสอนใครไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลยนะคะ อันนี้ครั้งแรกที่เขาใจเต้นแรงมาก พอใจเต้นพี่ส้มเขาก็ชอบจับหน้าอกอยู่แล้ว

มีเสียงอะไรทำให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดมั้ย?
บีม : คิดว่าน่าจะเป็นเสียงที่บอกว่าโอ้ย ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย หัวใจเต้นแรง ทำไมถึงเป็นแบบนี้ เสียงพี่ส้มจะเป็นเสียงเล็กๆ

ทนายพัฒน์ : ฟังแล้วไม่ใช่เสียงคราง

บีม : ใช่ค่ะ จบประชุมก็แยกย้าย ตอนสี่โมงครึ่งหนูยังอยู่ชั้นล่างอยู่เลย คุยกับทีมงานเขาเรื่องงานอยู่เลย แต่พอกลับมาสักชม. ก็เกิดเหตุการณ์ขึ้นเลย เราแลกไลน์กันแล้ว สร้างกลุ่มกันแล้ว ก็เกิดเหตุการณ์ขึ้น ณ วันนั้นเลย

บีมตกใจมั้ย?
บีม : ทีแรกหนูเข้าไป หนูถ่ายงานพี่ส้มอยู่แล้ว เวลาพี่ส้มทำงาน หนูกลัวว่าเขาจะเข้าใจผิดหรือเปล่า หนูจะถ่ายติดคุณนาวิน ต้าร์หรือเปล่า แต่หนูไม่ได้ถ่ายติดเขา หนูถ่ายแค่พี่ส้มตอนทำงาน ที่จะมีคลิปให้ดูกัน หนูถ่ายแค่นั้น ตอนแรกหนูคิดว่าเป็นเรื่องนี้ที่เขาซีเรียสว่าถ่ายติดเขามั้ย พอ 5 โมงหนูมีงานไลฟ์สด เรากลับมาที่บริษัท ก็ไปขึ้นไลฟ์ แต่ตอน 5 โมงเป็นช่วงเวลาที่เกิดเรื่องแล้วค่ะ

คุณน้ำหวานบอกว่าถ้าใช้คำว่าสามีแห่งชาติเขารับได้ แต่พอพูดว่าผัวที่ทุกคนอยากได้ อันนี้คือเกินเลย คุณฝนเห็นยังไง?
ฝน : ฝนฝากถึงพี่น้ำหวานด้วย ต้องขอโทษแทนน้อง ถ้าคุณน้ำหวานรู้สึกว่ากิริยาของน้องไม่เหมาะสม แล้วถ้าพี่น้ำหวานรู้สึกว่าคำพูดน้องกระทบใจพี่น้ำหวาน จนทำให้พี่น้ำหวานรู้สึกแย่ถึงขั้นครอบครัวจะแตกแยก ฝนต้องขอโทษแทนน้องมากๆ จริงๆ ค่ะ (ยกมือไหว้) เจตนาน้องไม่มีเลย เจตนาน้องจะพูดคำว่าสามีแห่งชาติ เหมือนที่ฝนชอบพูด พี่ติ๊ก เจษฎาภรณ์ แจ็คสัน หวัง นั่นคือสามีแห่งชาติ นั่นคือเจตนาน้องจริงๆ ค่ะ ส่วนน้องพูดคำว่าพี่นาวินต้าร์เป็นผัวของทุกคน ฝนมองบวก มองว่าเป็นคำชื่นชมที่สามีพี่หล่อ สามีพี่น่ารัก สามีพี่เป็นคนดัง รักภรรยา รักลูก ทำมาหากิน ค้าขาย คนมองเข้าไปแล้วครอบครัวพี่อบอุ่นมาก น้องชื่นชมมากกว่าค่ะ แต่การแสดงออกหรือบริบทของน้อง อาจทำให้พี่รู้สึกไม่สบายใจ ก็ต้องฝากคำนี้ถึงพี่น้ำหวานเลย ต้องขอโทษพี่น้ำหวานมากๆ ที่ทำให้พี่ถึงขั้นร้องไห้ ซึ่งฝนเข้าใจดี ถ้าเราเป็นภรรยาเขาแล้วพูดแบบนี้เราเองก็อาจรู้สึกแย่ หนูก็เข้าใจพี่น้ำหวาน แล้วก็เข้าใจน้อง ย้ำพี่น้ำหวานอีกครั้ง ว่าน้องไม่มีเจตนาแบบนั้นจริงๆ ค่ะ น้องไม่มีคอนแทคส่วนตัวอะไรเลย แล้วครั้งต่อไปที่น้องจะไปสอนใคร ฝนจะบรีฟน้อง บล็อกน้องเรื่องการแต่งตัวให้ดีกว่านี้ค่ะ ก็ต้องขอโทษอีกครั้ง ฝนเข้าใจพี่น้ำหวานมากๆ พี่น้ำหวานออกมา คงรู้สึกว่าพฤติกรรมนี้ไม่เหมาะสม ซึ่งเราน้อมรับและจะปรับปรุงแก้ไขค่ะ

โค้ชส้ม อยากพูดอะไร?
โค้ชส้ม : หนูก็ต้องกล่าวคำขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น หนูไม่ได้ตั้งใจ

ฝน : ที่จะทำให้พี่น้ำหวานเสียใจขนาดนี้ค่ะ

เราเองพยายามติดต่อพี่น้ำหวาน เผื่อว่าอยากโฟนอิน มีอะไรอยากถามโค้ชส้ม พี่น้ำหวานบอกว่าได้เสมอ ก็ติดต่อทีมงานมาได้ตลอด เหตุการณ์บานปลายถึงขั้นนาวินต้าร์ บอกว่าขอโทษภรรยา พูดถึงขนาดว่าจะมีการดำเนินคดำกับโค้ชส้มที่แสดงพฤติกรรมแบบนี้ คุณนาวินต้าร์ใช้คำว่าเหมือนตัวเองตกเป็นเหยื่อ รู้สึกว่าเราถูกละเมิด ไม่รู้จักกาลเทศะ พี่ต้าร์คือผู้เสียหาย นี่คือการทำของคนที่ไม่มีมารยาท เขาบอกไม่มีใครควรถูกทำแบบนี้อีก ทำไมพี่ฝนทำหน้าแบบนั้น?
ฝน : พี่ฝนรู้สึกว่าเราน่าจะคุยกันได้ แล้วถ้าเรามองให้มันเป็นบวก มันไม่น่าเป็นเรื่องใหญ่ถึงขนาดต้องฟ้องร้องกัน ถ้าอยากให้ขอโทษ เราก็พร้อมเข้าไปขอขมาขอโทษด้วยซ้ำ ที่ทำให้ครอบครัวพี่รู้สึกว่ามันแตกแยก แต่อย่างฝน หรือส้ม หรือทีมงาน มีแต่เจตนาอยากให้พี่ดังในช่องที่พี่ต้องการ ไปช่วยทำให้บ้านส้มของพี่มันปังมากๆ เพราะตัวพี่เองเป็นศิลปินอยู่แล้ว มันยิ่งดังง่าย พวกหนูมีเจตนาไปช่วยทำให้ช่องมันดัง ช่องมันปัง แต่การแต่งกายวันนั้นของส้ม อาจไม่ถูกจริตกับน้อง ก็ต้องขอโทษแทนมากๆ จริงๆ อยากให้พี่น้ำหวานสบายใจได้เลย อยากให้พี่นาวินต้าร์สบายใจได้เลย เหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดกับพี่น้ำหวานและพี่นาวินต้าร์อีกค่ะ

หลังได้คุยกับคุณนาวินต้าร์ และน้ำหวาน แล้วขอโทษ ตอนนั้นคิดว่าจบมั้ย?
ฝน : ส่วนตัวน้อง วันนั้นที่เริ่มมีข่าว น้องกลัวมาก ฝนเลยทักให้มาหาที่โคราช มาถึงมือเขาสั่น ตกใจ กลัวมาก ข้าวก็ไม่ได้กิน นอนไม่หลับ ก็บอกให้ไลฟ์กับพี่ ไม่กินข้าวสักคำ ด้วยความกลัว เกิดมาจนอายุ 40 ไม่เคยเจออะไรแบบนี้ คนมันกลัวจนแพนิก มือสั่น ไอ้เราก็สงสารบอกอยู่กับพี่ก่อน จนเป็นช่วงเวลาดีมากๆ เลย เมื่อวานหลวงตาม้ามาออฟฟิศฝน ก็เลยขอพรหลวงตา หลวงตาบอกมารายการเลย ถ้าจะให้ฝนพูดหรือย้ำอีกครั้งนึง เหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดกับครอบครัวพี่น้ำหวานและพี่นาวินต้าร์จริงๆ ค่ะ เพราะว่าน้องคงไม่มีโอกาสไปสอนแล้ว ฝนก็จะไม่ให้น้องสอนใคร เราจะมาค้าขายกันให้มันปัง เพราะปกติเราก็ค้าขายกันอยู่แล้ว อีกอย่างอยากฝากบอกถ้าน้องมีเจตนา น้องผิดค่ะ แต่น้องไม่มีเจตนาจริงๆ ค่ะ เจตนาที่จะอยากได้พี่นาวินต้าร์เป็นสามี ไม่มีจริงๆ ค่ะ แต่เจตนาชื่นชมพี่ว่าพี่เหมือนสามีแห่งชาตินะ มันคือการชื่นชมแบบวัยรุ่น แบบสมัยใหม่ แต่ถ้าฝนพูดผิดประการใดก็ต้องขออภัย ณ ที่นี้ ถ้าน้องทำกิริยาใดให้เคืองใจไม่พอใจ ฝนก็ต้องขออภัยอีกครั้งนะคะ ไม่มีเจตนา และไม่ได้อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะขึ้นโรงขึ้นศาล มันบานปลาย มันไม่สนุก น้องเขาก็มีครอบครัว มีพ่อแม่ต้องดูแล มันเสียเวลาทำมาหากิน ต่างคนต่างไลฟ์สดทำมาหากิน หนูว่ามันน่าจะโอเคมากกว่า เพราะว่าฝั่งพี่เครียดแค่ไหน ฝั่งนี้ก็เครียดแค่นั้นค่ะ แล้วก็เครียดหนักมาก ที่น้องพยายามจับเพราะตื่นเต้น มันพูดวกไปวนมา หนูเป็นห่วงน้องมาก ที่มาวันนี้เพราะห่วงน้องพูดวกไปวนมา ฝนยืนยันว่าไม่มีเจตนา ถ้าเจตนาแปลว่าเราผิดค่ะ แต่เราไม่มีเจตนาจริงๆ ค่ะฝนขอยืนยัน ถ้าเห็นคลิปนี้แล้วอยากให้ฝนช่วยขายของมาค่ะ ฝนขายของเก่งมากพี่ ขายของได้วันเป็นหมื่นบ้านค่ะ

ไม่มีเจตนาคือไม่ผิด?
ทนายพัฒน์ : โดยหลักต้องแยกครับ ในส่วนคดีอาญาดูที่เจตนา

ฝน : อันนี้ฝนพูดในหลักพระพุทธศาสนา

ทนายพัฒน์ : คดีแพ่งน่าจะเข้าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 เรื่องละเมิด ซึ่งละเมิดจะไม่ใช้หลักของคำว่าเจตนา แต่ใช้คำว่าจงใจ ซึ่งความคาบเกี่ยวก็เหมือนกันว่าในใจเราคิดยังไงตั้งแต่ต้น พอบริบทที่ดูไม่มีบริบทอื่นประกอบ ยกตัวอย่างเช่นถ้าเจตนาจริงๆ อาจมีการแลกคอนแทค บรรยากาศในห้องนั้นสมมตินั่งห่างกัน มันดูไม่มีจังหวะแบบนั้น ปกติถ้าคนชอบกันทำนองชู้สาว อาจต้องคอนแทค เดินใกล้ ก็แล้วแต่ ถ้ามีจังหวะมากกว่านี้ เท่าที่มองนะ มุมมองของผมแค่นั้นเอง
คุณนาวินต้าร์ไลฟ์กับคุณน้ำหวาน บอกว่าให้กฎหมายดำเนินการ รอทีเดียวเหมือนแมลงวันให้บี้ไปเลย เขาน่าจะมีช่องทางในการฟ้องและทำให้ทางนี้แพ้ราบคาบ?
ทนายพัฒน์ : ต้องดูก่อนว่าหลักจริงๆ ในบ้านเรา กฎหมายใครมีสิทธิ์ฟ้องใครได้ปกติเพราะเป็นระบบกล่าวหา ใครจะกล่าวอ้างก็กล่าวอ้างได้ แต่สุดท้ายทางฝ่ายที่ตกเป็นจำเลย ก็มีสิทธิ์นำพยานหลักฐานเข้าสืบอยู่แล้ว อีกทั้งภาระการพิสูจน์ตกแก่ผู้ถูกกล่าวอ้าง ก็ต้องนำสืบว่าเขาเป็นแบบนั้นจริงๆ ต้องมีพยานหลักฐานด้วย เท่าที่ฟัง มันมีแค่นี้ มีแค่สั้นๆ ไม่มีบริบทอื่นประกอบ เช่น คดีหมิ่นประมาท อาจมีการต่อในโซเชียล มีพฤติกรรมอื่นประกอบหลายครั้งหลายครา ศาลก็จะเอามาประกอบ แต่เท่าที่เห็นมันมีแค่นี้ มีแค่ในวง 7 คน ไม่มีอันอื่นเพิ่มเข้ามา ยิ่งคดีอาญา การดำเนินคดีกับคนอื่นต้องตีความโดยเคร่งครัด และพยานหลักฐานต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ โอเคคดีแพ่งชั่งน้ำหนักว่าใครมีน้ำหนักมากกว่า คนนั้นชนะไป 51-49 แต่เท่าที่ดูในความคิดของผม มองว่ามันไกลกว่าเหตุมาก

ประโยคผัวของทุกคน ที่ทุกคนอยากได้ คำพูดนี้ละเมิดมั้ย?
ทนายพัฒน์ : ต้องเข้าใจบรรยากาศก่อน ถ้าคำนี้ปรากฏบนโซเชียล ที่คนเห็นจำนวนมาก มันอาจมองอีกแบบเลย นี่คือเรื่องใหญ่ แต่ตอนที่เขาพูดมันเป็นแค่ 7 คนแล้วเป็นวงแคบ ไม่ได้มีบริบทอะไรอื่นประกอบใน 7 คน ที่เป็นเรื่องราวใหญ่โตเพราะเอาออกมาจาก 7 คนนั้นมาโผล่ในโซเชียล แต่เราต้องไปดูว่าตอน 7 คนนั้นบริบทมันเป็นยังไง แต่พอมาอยู่ในโซเชียลคนเห็นเยอะ ต่างคนต่างคิดไปแล้ว ก็จะตีความคนละความหมาย แต่เท่าที่ดู ต้องไปดูบริบทที่ 7 คนนั้นจริงๆ ไม่ใช่มาดูบริบทที่อยู่บนโซเชียล ณ เวลานี้

แต่คุณน้ำหวานบอกเขาอึดอัด เขามีหลักฐานแต่เปิดไม่ได้ โดยเฉพาะเสียงครวญคราง กลัวมั้ยหลักฐานที่คุณน้ำหวานมี?
โค้ชส้ม : ไม่กลัวค่ะ

ฝน : พร้อมให้เปิดคลิปมั้ย

โค้ชส้ม : พร้อมค่ะ

คุณท้าให้เขาเปิดคลิปเลย?
ฝน : อย่าใช้คำว่าท้าค่ะ เดี๋ยวพี่เขาโกรธ ด้วยความพี่น้ำหวานบอกมีคลิปนะ ก่อนเราขึ้นไลฟ์กัน เราถาม เราซัดเลยนะว่าผิดจริงเปล่า พอเขาเล่าก็บอกว่าโอเค พร้อมให้เขาเปิดคลิปมั้ย เขาบอกว่าพร้อม งั้นก็ให้เขาเปิด เราก็ไลฟ์ขายของกัน ถ้าอยากเปิดก็เปิดได้เลย เพราะมันไม่มีอะไร

แต่คุณต้าร์ไลฟ์จะเอาทุบด้วยไม้กระบองทีเดียว เอาให้แบน ตีแมลงวันเอาให้บี้ทีเดียวเลย ใครจะพูดอะไรให้พูดไป เดี๋ยวรู้เอง ให้ระวังคำพูดตัวเองดีๆ แล้วกัน เก็บเป็นหลักฐานทั้งหมด คุณอาจสนุกตอนนี้ แต่จะไม่สนุกทีหลัง เวลามีปัญหาที่คุณสร้างเพิ่มอยู่ตอนนี้ เป็นคำเตือนว่าให้หยุด?
โค้ชส้ม : ส้มก็ยืนยันว่าให้เปิดคลิปได้เลย ยืนยันว่าหนูไม่ได้ไปทำอะไร หนูไปสอนแล้วก็จบตั้งแต่วันนั้นแล้ว ไม่มีขอคอนแทค ไม่ได้ขอถ่ายรูป ในใจไม่ได้อยากขอถ่ายด้วยค่ะ หนูยอมรับว่าหนูเป็นอดีตแฟนคลับ ปัจจุบันหนูไม่ได้ทำอะไร สามารถเปิดกล้องได้เลย หนูยินดี เพราะหนูไปสอนจริงๆ

ฝน : ฝนฟังพี่นาวินต้าร์ กลับมองอีกมุมนึง ว่าพี่นาวินต้าร์อาจพูดถึงโซเชียลหรือเปล่าว่าให้เมนต์กันดีๆ นะ เพราะฝนมองบวก อีกอย่างน้องก็ไม่ได้มีอะไรกับพี่นาวินต้าร์ถึงขั้นสัมพันธ์ชู้สาว พี่ต้าร์อาจหมายถึงคนคอมมเมนต์สนุกกันมั้ย เพราะคนเริ่มไลฟ์เริ่มออกโซเชียลไม่ใช่ส้มเลย แต่เป็นพี่น้ำหวานที่ไลฟ์สดแล้วร้องไห้ ทุกคนก็เลยรู้เรื่องขึ้นมา มีการเปิดหน้าผู้หญิงคนนี้ แล้วบอกว่าอย่าว่าจ้างผู้หญิงคนนี้นะ ผู้หญิงคนนี้คือตัวอันตราย อาจแย่งสามีคนอื่นด้วยซ้ำ น้องต่างหากที่รู้สึกว่าเสียหาย ไม่ให้จ้างงานน้องอะไรประมาณนี้เลย และจะเปิดเผยผู้หญิงคนนี้เลย เราเป็นคนทำมาหากินค้าขาย เราบริสุทธิ์ใจค่ะ ไม่ได้มีเจตนา ไม่ได้มีความจงใจ ที่จะทำให้ครอบครัวพี่แตกแยก และไม่มีเจตนาทำให้พวกพี่เสียหาย มีแต่เจตนาทำให้พวกพี่ขายของดีขึ้นปังขึ้น จึงไปเทรนงานสอนงานทีมงานพี่ ที่สร้างกรุ๊ปขึ้นมามันเป็นหน้าที่โค้ชที่สอนเสร็จเรารู้ว่าวันแรกยังไม่เข้าใจหรอก มันต้องถามกัน ก็เลยต้องมีกรุ๊ปขึ้นมา แต่พอพี่โกรธ พี่ลบทุกอย่างในกรุ๊ปออกหมด แล้วพิมพ์มา คำพิมพ์ของพี่คือผัวและเมีย

ตอนนี้ 7 คนยังอยู่ในกรุ๊ป?
บีม : ออกตั้งแต่วันแรกเลยค่ะ

สร้างกรุ๊ปได้แป๊บเดียวเอง เขาดึงคุณน้ำหวานมาอยู่ในกรุ๊ปนี้ด้วย?
โค้ชส้ม : ใช่ค่ะ

ตั้งแต่เป็นประเด็นส่งผลต่องานเรายังไง?
ฝน : ไม่เป็นอันทำงานทำการ

โค้ชส้ม : หนูไม่มีสมาธิทำงาน มันทำงานไม่ได้ มันรุนแรง มันแพนิกค่ะ พอหนูฟังข่าว หรือเห็นข่าว พอหนูจะไปทำงานก็ไม่สามารถทำงานได้

ฝน : มันหยุดคิดไม่ได้ เพราะเขากลัวมาก คนเราความกลัวไม่เท่ากัน บางคนคิดแค่นี้ เขาคิดเป็นบวก แต่คนนี้ลบเลย เหมือนชีวิตกูพังแล้วเหรอ หรืออะไร ทำไมเกิดเหตุการณ์แบบนี้ บวกกับเจอคนโน้นคนนี้ด่า (เปิดให้อ่านแชต)

ทนายพัฒน์ : ไม่รู้ว่าใคร ก็สรุปดีกว่า

ไม่เรียนแล้วค่ะ เดี๋ยวจะทำข่าวแทน ถ้าอยากได้ผัวมาก ยุบกลุ่มนี้ไปให้หมด พรุ่งนี้เจอกัน พนักงานขายเราให้ออกหมดทุกคน อยากรู้ถ้าเมียไม่มาต่อไปใครจะกล้าให้สามีมาเรียน สุดยอดจริงๆ?
ฝน : แล้วเขาก็ออกจากกลุ่มหมดเลย

ส่งมาตอนเพิ่งเลิกเรียนเลย แสดงว่าต้องมีคนไปเล่าให้น้ำหวานฟัง และคิดว่าเขาคงไม่ได้นั่งดูการสอนถ่ายทอดทางออนไลน์?
โค้ชส้ม : ไม่มีค่ะ

บีม : ตอนนั้นคุณน้ำหวานไลฟ์สดขายของอยู่ค่ะ เพราะเรามีการตรวจเช็กราคาว่าแตกต่างกันมั้ย คุณน้ำหวานไลฟ์สดอยู่เลยค่ะ ขณะที่เราประชุมกัน

แสดงว่าคนไปเล่าก็น่าจะเป็นฝั่งนี้?
ฝน : น่าจะแปลงสาส์นผิด น่าเป็นการสื่อสารที่ทำให้เข้าใจผิดกันค่ะ

ช่วงเวลาแป๊บเดียวเอง 16.42 น. มีข้อความเข้ามา?
ฝน : ยังไม่ทันถึงบ้านเลยค่ะ อยู่ในรถ กำลังจะไปไลฟ์สดที่บ้านต่อเพราะรับงานลูกค้ามา

ได้คุยกับคุณน้ำหวานมั้ย?
โค้ชส้ม : มีคนติดต่องาน บอกว่ามีคนโทรหาส้มมั้ย แต่ส้มเองไม่ได้ให้เบอร์ใคร ถ้าเขาจะจ้างงานต่อ ก็ต้องผ่านคนประสานงานส้มมา แต่พอเห็นในกลุ่ม จะแคปไปถามคนประสานงานว่ามันเกิดอะไรเข้าใจผิดกันมั้ย ไม่ได้เกิดอะไรอย่างที่คุณเขากล่าว เขาเข้าใจผิดอะไรส้มมั้ย

คิดมั้ยว่าจะใหญ่โตขนาดนี้?
โค้ชส้ม : ไม่ได้คิดค่ะ เพราะเราไม่ได้มีจุดประสงค์

ฝน : ตอนแรกจะอยู่เฉยๆ ไม่เปิดเผย นิ่งเงียบไป เพราะเหมือนตัวคนเดียว เขาชอบคิดว่าชีวิตเขาตัวคนเดียว มีลูกน้องอยู่แค่นี้ ฝนก็ให้มาหาที่โคราช เขาอยู่กรุงเทพฯ ข้าวปลาก็ไม่กิน ก็บอกว่าไม่ต้องห่วงหรอก เรื่องแค่นี้เองไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย เราบอกน้อง มันอธิบายได้ ถ้าพี่น้ำหวานอยากให้เราเข้าไปอธิบายที่บ้านเราก็ไปได้ เดี๋ยวพาไป หนูก็พูดแนวๆ นี้ ตอนนั้นไม่ได้คิดว่าจะเป็นข่าวจะเป็นประเด็น และไม่ได้คิดว่าพี่นาวินต้าร์จะฟ้องเราด้วยซ้ำ จะฟ้องเราเรื่องอะไร เรายังงงอยู่เลย ถ้าเรามีคอนแทคกัน แลกไลน์กัน แอบกินข้าวกัน ฝนเคยไลฟ์สด จ้างงานดาราเยอะ จ้างแน็ก ชาลี แซวกัน ฝนเล่นกับแน็ก ชาลี เล่นเชิงชู้สาวด้วยซ้ำ ลูกค้าชอบ หรือเล่นกับผู้ใหญ่บ้านฟินแลนด์ แต่เขาไปสอน เขาไม่มีการเล่นเลย เขามีความรู้สึกตกใจแล้วหันหน้าไปทางน้องบีม แค่นั้นค่ะ

รู้ได้ยังไง น้ำหวานบอกอยากให้เข้าไปขอโทษที่บ้าน?
โค้ชส้ม : ส้มคุยสายและขอโทษทางโทรศัพท์ แต่คุณน้ำหวานอยากให้ส้มเข้าไปที่บ้าน ส่งพิกัด แมฟมาให้ส้มเรียบร้อย

ฝน : น้องเล่าให้หนูฟัง เขาไม่กล้าไปคนเดียว เขากลัวว่าพี่หวานจะอารมณ์ร้อนอยู่ ไม่กล้าไปคนเดียว

โค้ชส้ม : ส้มเลยบอกว่าไม่สะดวกที่จะไปนะ

ฝน : ก็เลยอาจโกรธหรือเปล่า แต่วันนี้ฝนอยู่กรุงเทพฯ แล้วค่ะ ถ้าพี่น้ำหวานต้องการให้ส้มเข้าไปหา ฝนกับส้มพร้อมจริงๆ ค่ะ ให้น้องเข้าไปยืนยันความบริสุทธิ์ได้เลย ขอโทษครอบครัวพี่น้ำหวานพี่นาวินต้าร์ เราไม่ได้มีเจตนาทำให้เสียใจ เสียความรู้สึก ไม่ได้จงใจจริงๆ วันนี้เราอยู่กรุงเทพฯ แล้ว ถ้าอยากให้ไปหา หนูจะไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ หลังจบรายการหนูไปได้เลยค่ะ เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ แล้วเดี๋ยวจะช่วยไลฟ์ขายของด้วยค่ะ
โค้ชส้ม : ยินดีมากๆ ค่ะ

ฝน : วันนี้ให้ใส่ชุดวันนั้นมาเลย เพื่อให้ทุกคนเห็นว่าความบริสุทธิ์ใจ ความเราเป็นอย่างไร ยังไม่ได้ซักด้วยซ้ำ

ถ้าน้ำหวานไม่ติดต่อมา?
ฝน : ก็เงียบไปเลย ก็แล้วไป ถือว่าได้พูดให้ประชาชนได้รับทราบแล้ว ถ้าพี่อยากให้หนูกับน้องเข้าไป หนูพร้อมจริงๆ ค่ะ หนูเตรียมพวงมาลัยมาด้วย เตรียมพวงมาลัยไปกราบขอขมาเลย เพราะเขาเป็นผู้หลักผู้ใหญ่กว่า ถ้าเราทำนิสัยไม่ดีต่อเขา เตรียมพวงมาลัยมากราบขอโทษเลย พวงมาลัยหนูสวยมากๆ หนูรู้ว่าการเกิดเรื่องแบบนี้ ก็ทำให้พี่ไม่มีสมา
ธิไลฟ์ขายของ เราก็เหมือนกัน เราเตรียมขอขมาได้เลย แต่ถ้าพี่ไม่ให้เข้าบ้าน ก็ขอขมาตรงนี้เลย ผ่านหน้าจอเลย

โค้ชส้มอยากพูดอะไร?
โค้ชส้ม : (ยกมือไหว้พร้อมพวงมาลัย) ในสิ่งที่ส้มทำไปโดยไม่ระวังคำพูดของตัวเอง ก็ต้องขอโทษคุณหวาน คุณนาวินต้าร์กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส้มขอกล่าวคำขอโทษคุณหวานคุณต้าร์ในเหตุการณ์ที่ส้มไม่ระวังคำพูดในที่ประชุม หนูไม่มีความตั้งใจอะไร ขอกล่าวจากใจจริงว่าหนูขอโทษค่ะ ด้วยพวงมาลัยที่หนูเตรียมให้พี่ค่ะ
เหตุการณ์วันนี้มีบทเรียนอะไรบ้าง?
ทนายพัฒน์ : เหตุการณ์เฉพาะหน้า ณ เวลานั้นไม่รู้ว่าคุณส้มเป็นยังไง แต่การควบคุมกิริยา เราไปทำงาน เข้าใจแหละว่าเราอาจไม่เหมาะสม แต่ก็เข้าใจแหละ อาจตื่นเต้น บางคนสั่น อันนี้สัมผัสได้เลยว่าสั่น บุคลิกแต่ละคนไม่เหมือนกัน เพียงแต่ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นขยายเป็นวงกว้าง ตอนแรกเริ่มแค่ 7 คน ในความที่เป็นคุณน้ำหวาน ภรรยาที่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นแม่ของลูก ความรู้สึกเขาก็อีกแบบนึง แต่อาจมองคนละมุมเท่านั้นเอง แต่เรื่องนี้เกิดมาในพื้นที่แค่ 7 คน คนทางบ้านทราบก็คงต้องคุยกับคนทางบ้าน แต่พอเรื่องแบบนี้ขยายในโซเชียล การวิพากษ์วิจารณ์มันเป็นเรื่องปกติมาก เพราะคนวิพากษ์วิจารณ์เราไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ เราไม่ได้เห็นคนที่รู้ดีมากที่สุดคือคนอยู่ในเหตุการณ์ อยู่ที่คุณส้ม แค่นั้นเองครับ