"นิว วงศกร - นาว ทิสานาฎ" คบกัน 13 ปีก็ยังต้องปรับกันอีกเยอะ แต่งแน่แต่ยังไม่ใช่เร็วๆ นี้ เผยก่อนหน้านี้เคยห่างกัน แต่พอไปลองใช้ชีวิตคนเดียวก็รู้ว่าขาดกันไม่ได้
ไม่ได้เห็นคู่รักมาราธอนอย่างคู่พระเอก-นางเอกสาว "นิว วงศกร ปรมัตถากร" และ "นาว ทิสานาฎ ศรศึก" ออกงานคู่กันมานานเลยทีเดียว พอได้เจอทั้งคู่ในงานแถลงข่าว 60 Years of Travel Heritage - Now for Thailand ณ Siam Paragon, Main Hall ก็เลยมีการอัพเดทความรักที่ปีนี้เข้าปีที่ 13 แล้ว
นิว : "ก็มีความสุขดีครับ ผมคิดว่า 13 ปีสำหรับคนอื่นอาจจะดูเยอะนะ แต่ว่าสำหรับผมมันก็อาจจะเป็นแค่จุดเริ่มต้นที่เราได้เรียนรู้กันมากขึ้น แล้วมันก็อาจจะมีอะไรอีกหลายอย่างที่มันต้องปรับตัว แล้วก็ยังมีอีกหลายอย่างที่เรายังไม่เคยเจอร่วมกัน มันไม่ได้นานสำหรับผมนะ 13 ปี"
นาว : "สำหรับนาวก็เหมือนเดิมในทุกๆ วันนะคะ พี่นิวเขาก็เป็นแบบนี้ เป็นคนเดิมตั้งแต่ Day 1 แล้ว ไม่ได้มีช่วงโปรโมชัน ไม่ได้มีช่วงหวือหวาอะไร ทุกวันที่มันเป็นเขาก็ยังเป็นเหมือนเดิม ถามว่าเบื่อไหมกับการถูกถามตลอด 13 ไม่เบื่อค่ะ เข้าใจ"
นิว : "วิธีรักษาความรักก็ไม่มีอะไรพิเศษเลยครับ คือทำทุกอย่างให้ดีที่สุด แล้วถ้าเกิดว่าวันนึงมันจะเกิดอะไรขึ้น เราจะได้ไม่เสียดายทีหลังว่าเราไม่ได้พยายามให้เต็มที่ ผมก็เลยรู้สึกว่าเราลองใช้ชีวิตให้เหมือนวันนี้เป็นวันสุดท้าย แล้วก็ทำให้เต็มที่ในทุกๆ เรื่อง เรายังต้องปรับจูนกันเยอะเลยครับ คือก่อนหน้านี้เราแยกกันทำงาน น้องทำงานของน้อง ผมทำงานของผม"
"แต่วันนึงเรามาทำร้านขนมด้วยกัน ทำธุรกิจด้วยกัน คือคุณลองมีแฟนกับเจ้านายเป็นคนๆ เดียวกันครับ (หัวเราะ) คือมันก็ต้องปรับตัว แต่เราเข้าใจเขานะว่า บางทีเขาไม่ได้แยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว เราพยายามให้เขาแยก คือบางทีผมพยายามคุยกับเขาในเรื่องงาน แต่ว่าบางทีเขาก็จะเอาความสัมพันธ์ส่วนตัวมาปนด้วย มันก็ต้องค่อยๆ ปรับตัวกัน เพราะว่าร้านเราเพิ่งเริ่มทำยังไม่ถึง 1 ปีเลยครับ มันก็ยังมีปัญหา มีอุปสรรค มีอีกหลายอย่างที่เราต้องเจอร่วมกัน แต่ว่ามันก็สนุกดี ทุกวันที่ได้ทำงานกับเขา มันเป็นความสุขในชีวิตของผมด้วย"
"คือสำหรับร้านเราสองคนปัญหาที่เจอส่วนมากก็จะเป็นเรื่องของการประชาสัมพันธ์ การโปรโมต เพราะว่าเป็น Introvert ทั้งคู่ ไม่ชอบออกสื่อ ไม่ชอบออกกล้อง เวลาจะทำอะไรที่มันเกี่ยวกับการโปรโมตร้านก็จะเกี่ยงกัน แต่ไม่เคยมีความเห็นไม่ตรงกันครับ ส่วนมากเรื่องวางแผน เรื่องการออกแบบขนมจะเป็นหน้าที่ของเขาอยู่แล้ว ผมเป็นคนคอยเสริม เพราะว่าเราก็ไม่ได้มีความรู้เรื่องขนม"
นาว : "เราก็ไม่ได้เปลี่ยนว่าเราจะต้อง Extrovert ขนาดนั้นค่ะ แต่ก็เข้าใจว่าการทำงานมันก็จะต้องมีสื่ออะไรที่เราจะต้องลงบ้าง แต่หนูเป็นฟีลทำตามอารมณ์ หนูอยากทำหนูก็ทำ คือก่อนหน้านี้หนูไม่เอาเลย ตั้งแต่หนูกลับมาใหม่ๆ แต่พอเราได้มาทำงานจริงๆ แล้ว ได้มาทำธุรกิจร่วมกัน เป็นโฮมเมดร่วมกันแล้ว หนูก็เข้าใจว่ามันจะต้องมีการโพสต์สื่อ หรือทำคอนเทนต์ แต่คอนเทนต์ของเรามันเป็นคอนเทนต์แบบง่ายๆ ธรรมดา"
เผยมีช่วงที่เกือบไม่ได้ไปต่อ แต่พอแยกกันแล้วถึงรู้ว่าขาดกันไม่ได้
นิว : "คือคนเราเวลาอยู่ด้วยกันนานๆ ความตื่นเต้นมันน้อยลงไปครับ ส่วนนึงก็เป็นช่วงเวลาที่เขาโตขึ้นด้วย แต่ผมเลยจุดนั้นมาแล้ว พอจะเข้าใจ แต่น้องยังเด็กอยู่ แล้วก็กำลังเดินทางไปในช่วงเวลาที่ผมเคยผ่านมาแล้ว ผมก็เลยบอกน้องว่าวันนึงมันจะเป็นแบบนี้ๆ นะ มันอาจจะเกิดความเบื่อหน่ายเข้ามาในชีวิตคู่ของเราสองคน เมื่อถึงวันนั้นก็อยากให้มาคุยกัน แล้วน้องเขาก็มาบอกว่าหนูเริ่มรู้สึกเบื่อแล้ว อยากลองอยู่คนเดียว ผมก็เลยให้ทดลองดู"
นาว : "นาวมาตกตะกอนก็การที่เขาปล่อยเราให้เราได้ไปใช้ชีวิตอยู่คนเดียวนี่แหละ แล้วเราก็รู้ว่ามีเขามันดีกว่า อยู่คู่ดีกว่าค่ะ เพราะว่าระยะเวลาที่เราคบกันมันค่อนข้างนาน แล้วทั้งหนูและพี่นิวเป็นคนที่ไม่ชอบเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ หมายถึงว่าถ้าเราจะต้องเลิกกันแล้วไปศึกษาคนใหม่ คนอื่น ไม่อยากไปจุดเริ่มต้นตรงนั้น ณ วันนี้มันดีแล้ว แต่แค่อารมณ์หนูมันอาจจะเหนื่อย เบื่อ เราก็เลยอยากจะตัดทุกอย่างออกไป รวมถึงเขาด้วย ณ ตอนนั้น แล้วพอเราได้ไปใช้ชีวิตจริงๆ ที่เขาก็ให้เราได้ทำตามความฝัน แล้วก็ตกผลึกได้ว่าจริงๆ พี่เขาไม่ได้เกี่ยวอะไรกับตะกอนความคิดของเรา ณ ตรงนั้นเลย"
บอกได้เห็นงานแต่งแน่ แต่ยังไม่รู้เมื่อไหร่
นาว : "ไม่เคยหวังเลยค่ะ หนูเข้าใจที่ทุกคนถาม แต่หนูก็จะตอบตามตรงว่าเป็นคนที่ไม่ได้วางแผนอนาคตการแต่งงานแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่เราคุยกันอยู่แล้วค่ะ เพราะเราคบกันมานานมาก แล้วเราก็คุยกันจากการที่พี่ๆ ถามนี่แหละว่าเราต้องแต่งมั้ยหรือยังไง จริงๆ พี่นิวเขาตามใจหนู และครอบครัวของหนูก็ไม่เคยกดดันพี่นิว หนูเลยไม่ได้รู้สึกว่าเราจะต้องแต่งปีนี้หรือปีไหน คือมันจะเกิดขึ้นค่ะ แต่มันไม่ใช่เร็วๆ นี้แน่นอน แล้วหนูก็ยังไม่ได้แพลนด้วยว่ามันจะเมื่อไหร่ อายุเท่าไหร่"
นิว : "แต่คำว่าจะเกิดขึ้นไม่ได้เป็นงานใหญ่โตอะไร ที่เคยคุยกันไว้ก็อาจจะถ่ายรูปพรีเว็ดดิ้งไว้ก่อน แต่เรื่องกำหนดการยังไม่รู้ ส่วนประเด็นเรื่องการอยู่ก่อนแต่ง อันนี้ก็แล้วแต่ คือเราคบกันมานาน แล้ววันนึงเรามีความฝันที่จะเปิดร้านอาหารร่วมกัน ก่อนหน้านี้ผมไปหาเขา ไปกลับทุกวันเป็นระยะเวลา 10 กว่าปี วันนึงเราเปิดร้านอาหารร่วมกันที่บ้านเขา คำถามคือพี่จะยังไปกลับอยู่ หรือว่าจะย้ายมาอยู่ด้วยกันเพื่อที่จะทำความฝันของเราให้เป็นจริง อันนี้สำหรับเราสองคนตกผลึกแล้วว่าเราจะโฟกัสที่จุดหมายที่เราจะเดินไปด้วยกัน แค่เราแคร์ที่ความรู้สึกของคนในครอบครัว ผมขออนุญาตคุณแม่เขา บอกทางครอบครัวว่าเราจะมาทำความฝันของเราตรงนี้ มีความจำเป็นแบบนี้ๆ แล้วมันก็สะดวกในการทำงานของเราสองคนมากกว่า เราไม่ได้คิดอะไรเยอะไปกว่านั้น"
นาว "หนูเข้าใจว่าคนอาจมองว่าไม่แต่งสักที ผู้หญิงเสียหาย หนูเห็นคอมเมนต์ต่างๆ เหมือนกัน แต่หนูก็ยังยืนยันเหมือนเดิมว่าตั้งแต่วันแรกพี่นิวไม่เคยทำให้หนูเสื่อมเสียชื่อเสียง หรือเสียเกียรติอะไรเลย เขาให้เกียรติหนูและครอบครัวหนูมาตลอด และทุกครั้งที่ไม่ว่าหนูจะไปไหนทำอะไร เขาก็ยังถ่ายรูปหนูส่งมาให้แม่ดูอยู่ว่าห้องของหนูเป็นยังไง เป็นอยู่ยังไง เขาดูแลหนูยังไง ทุกอย่างพี่นิวเขาคุยกับแม่หนูตลอดว่าเขาจะขอมาอยู่ มาช่วยน้องทำขนมนะ"
นิว : "ก็ยังไม่ยืนยันว่าจะมีงานแต่งแน่นอนนะครับ (หัวเราะ) ส่วนเรื่องลูกตอนนี้ตอนนี้เรามีลูกเป็นหมาอยู่ครับ"


