ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ออกโรงโจมตีงานประกาศรางวัลแกรมมี ปี 2026 อย่างดุเดือด พร้อมขู่จะดำเนินคดีกับพิธีกร เทรเวอร์ โนอาห์ หลังจากอีกฝ่ายหยิบประเด็น “เอปสตีน” ขึ้นมาล้อเลียนบนเวที
ทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social แสดงความไม่พอใจต่อพิธีประกาศรางวัลดังกล่าว โดยเรียกงานแกรมมีปีนี้ว่าเป็น “งานที่แย่ที่สุด” และ “แทบดูไม่ได้เลย” พร้อมพาดพิงไปถึงพิธีกรของงานว่า
“พิธีกร เทรเวอร์ โนอาห์ ไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่แย่พอ ๆ กับ จิมมี คิมเมล ในงานออสการ์เรตติ้งต่ำ”
ทรัมป์ยังกล่าวหาว่า โนอาห์พูดข้อมูล “ผิดอย่างสิ้นเชิง” บนเวที โดยอ้างว่าเขาและ บิล คลินตัน เคยไปยังเกาะของ เจฟฟรีย์ เอปสตีน “ผมพูดแทนบิลไม่ได้ แต่ผมไม่เคยไปเกาะเอปสตีน หรือที่ไหนใกล้เคียงเลย และก่อนคำพูดอันเป็นเท็จและหมิ่นประมาทในคืนนี้ ผมไม่เคยถูกกล่าวหาเรื่องนี้มาก่อน แม้แต่จากสื่อเฟกนิวส์”
ทรัมป์ยังใช้ถ้อยคำรุนแรง เรียกโนอาห์ว่าเป็น “ไอ้ขี้แพ้โดยสมบูรณ์” พร้อมขู่ว่าจะส่งทีมทนายไปฟ้องร้อง
“เขาควรรีบตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ดี และรีบทำซะ ดูท่าแล้วผมคงต้องส่งทนายไปฟ้องพิธีกรที่น่าสมเพช ไร้ความสามารถคนนี้ เอาเงินให้สาสม ถาม ‘ลิตเติล จอร์จ สโลปาโดโพลัส’ และคนอื่น ๆ ดูก็ได้ว่าเรื่องพวกนี้ลงเอยยังไง”
ก่อนจะปิดท้ายว่า “เตรียมตัวไว้เลย โนอาห์ ผมจะสนุกกับเรื่องนี้ ประธานาธิบดี DJT”
ต้นเหตุของความไม่พอใจเกิดขึ้นระหว่างการถ่ายทอดสดงานแกรมมี เมื่อเทรเวอร์ โนอาห์ กล่าวแซวบนเวทีว่า
“รางวัลเพลงแห่งปี คือสิ่งที่ศิลปินทุกคนอยากได้ พอ ๆ กับที่ทรัมป์อยากได้กรีนแลนด์ ซึ่งก็สมเหตุสมผลนะ เพราะเกาะของเอปสตีนมันหายไปแล้ว เขาก็ต้องหาเกาะใหม่ไว้ไปแฮงเอาต์กับบิล คลินตัน”
มุกดังกล่าวถูกพูดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลัง ทอดด์ บลังช์ รองอัยการสูงสุดสหรัฐ แถลงว่า หน่วยงานรัฐบาลกลางไม่สามารถดำเนินการสอบสวนเบาะแสต่าง ๆ ที่ FBI ได้รับเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องทรัมป์พัวพันกับเอปสตีนได้ เนื่องจากข้อมูลเหล่านั้นขาดความน่าเชื่อถือ
เอปสตีนเสียชีวิตในเรือนจำเมื่อปี 2019 หลังถูกตั้งข้อหาวางเครือข่ายค้ามนุษย์ทางเพศ ที่เกี่ยวข้องกับเด็กหญิงอายุต่ำกว่าเกณฑ์จำนวนมาก
บลังช์ย้ำว่า กระทรวงยุติธรรมได้ปฏิบัติตามกฎหมาย Epstein Files Transparency Act อย่างครบถ้วน
“เราไม่ได้ปกป้องประธานาธิบดีทรัมป์ และก็ไม่ได้ปกป้องใครเป็นพิเศษ” เขากล่าว พร้อมระบุว่า ทีมงานของเขาได้มีการสื่อสารกับทำเนียบขาวจริง แต่ยืนยันว่าไม่มีการแทรกแซงใด ๆ
“ทำเนียบขาวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทบทวนครั้งนี้ ไม่มีอำนาจกำกับดูแล และไม่ได้สั่งว่าควรตรวจสอบอะไร ควรตัดหรือไม่ตัดข้อมูลใดออก”
ด้านกระทรวงยุติธรรมยังออกแถลงการณ์เพิ่มเติม ระบุว่า เบาะแสที่กล่าวอ้างถึงทรัมป์นั้น “ไม่มีมูลและเป็นเท็จ” พร้อมเตือนว่าเอกสารหรือสื่อบางส่วนที่ประชาชนส่งเข้ามา อาจเป็นของปลอมหรือถูกสร้างขึ้นโดยเจตนาให้เข้าใจผิด
“เพื่อความชัดเจน ข้อกล่าวหาเหล่านี้ไม่มีมูลความจริง” แถลงการณ์ระบุ


