xs
xsm
sm
md
lg

Primate ลิงคลั่งพันธุ์ดิบ: อาหารจานโอชะสำหรับคอหนังสยอง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: อภินันท์ บุญเรืองพะเนา



เปิดศักราชปี 2026 มาได้ไม่นาน วงการภาพยนตร์สยองขวัญก็ได้รับแรงกระแทกครั้งสำคัญจากผลงานที่ “ดิบ” และ “จริง” อย่างไม่น่าเชื่อ “Primate” หรือในชื่อไทยชวนขนหัวลุกว่า “ลิงคลั่งพันธุ์ดิบ” ไม่ใช่แค่หนังแนวสัตว์ร้ายทำร้ายคนดาดๆ ทั่วไป แต่มันคือการกลับคืนสู่รากเหง้าของความกลัวที่ผสมผสานความระทึกขวัญแบบยุค 80 เข้ากับงานสร้างสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว ผลงานกำกับของ “โยฮันเนส โรเบิร์ตส์” (ผู้เคยฝากผลงานอย่าง 47 Meters Down) ครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า “ความเรียบง่าย” คือกุญแจสำคัญที่ทำให้คนดูแทบหยุดหายใจ

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในคฤหาสน์สุดหรูริมหน้าผาในฮาวาย เมื่อ “ลูซี่” (รับบทโดย จอห์นนี เซโคยาห์) เดินกลับมาบ้านในช่วงปิดเทอมฤดูร้อนเพื่อพบกับ “อดัมW พ่อผู้พิการทางการได้ยิน (รับบทโดยเจ้าของรางวัลออสการ์ ทรอย คอตเซอร์) และ “เบน” ลิงชิมแปนซีแสนรู้ที่เป็นเหมือนสมาชิกในครอบครัว

เบนไม่ใช่แค่สัตว์เลี้ยง แต่มันถูกสอนให้สื่อสารผ่านแท็บเล็ตเสียงโดยแม่ของลูซี่ผู้ล่วงลับ ความอบอุ่นและสายสัมพันธ์ระหว่าง “คน” กับ “ลิง” ถูกปูพื้นไว้อย่างละเมียดละไมจนเราเกือบจะลืมไปว่านี่คือหนังตระกูลสยองขวัญ


แต่แล้วความฉิบหายก็มาเยือน เมื่อเบนถูกพังพอนติดเชื้อบ้ากัด ความอ่อนโยนที่เคยมีกลับกลายเป็นสัญชาตญาณนักล่าที่บ้าคลั่ง เมื่อลูซี่และกลุ่มเพื่อนตัดสินใจจัดปาร์ตี้ริมสระน้ำในวันที่พ่อไม่อยู่ บ้านที่เคยเป็นวิมานจึงกลายเป็นกับดัก และสระว่ายน้ำกลางแจ้งก็กลายเป็นป้อมปราการสุดท้ายที่พวกเขาใช้หลบภัยจาก “น้องชาย” ที่พวกเขารักที่สุด

จุดที่ต้องยกนิ้วให้เป็นความดีความงามอันดับหนึ่งของ Primate คือการตัดสินใจของ “โยฮันเนส โรเบิร์ตส์” ที่เลือกใช้เทคนิคพิเศษภาคสนามเป็นหลัก ลิงชิมแปนซีที่ชื่อเบน ไม่ได้เกิดจากพิกเซลในคอมพิวเตอร์ แต่เกิดจากการแสดงอันน่าทึ่งของ “มิเกล ตอร์เรส อุมบา” ผู้เชี่ยวชาญด้านการเคลื่อนไหวที่สวมชุดโมชั่นแคปเจอร์และอุปกรณ์เสริมจนกลายเป็นลิงจริงๆ

การได้เห็นเบนที่มีน้ำหนัก มีแรงปะทะ และมีหยาดน้ำลายที่ข้นคลัก (ซึ่งทีมงานเผยว่าเป็นสูตรพิเศษที่ปลอดภัยต่อผู้แสดงแต่ดูสยองสมจริง) ทำให้ความกลัวในหนังเรื่องนี้มีมิติที่จับต้องได้ ทุกครั้งที่เบนปรากฏตัวในเงามืดหรือจ้องมองผ่านกระจก คนดูจะรู้สึกถึงภัยคุกคามที่ “มีอยู่ตรงนั้นจริง” ไม่ใช่ภาพลอยๆ บนจอเขียว


การได้ “ทรอย คอตเซอร์W มารับบทพ่อ เป็นการยกระดับหนังเรื่องนี้อย่างมหาศาล การสื่อสารผ่านภาษามือในสถานการณ์ที่ต้องเงียบเชียบที่สุดเพื่อเอาชีวิตรอด เพิ่มทวีคูณความตึงเครียดอย่างมีชั้นเชิง ในขณะที่ “จอห์นนี เซโคยาห์” ในบทลูซี่ ก็มอบการแสดงที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ ทั้งความรักที่มีต่อเบนและความกลัวสุดขีด

อีกหนึ่งส่วนผสมที่ขาดไม่ได้คือดนตรีประกอบแนวสังเคราะห์ ฝีมือการประพันธ์ของ “เอเดรียน จอห์นสตัน” ที่ให้กลิ่นอายหนังของ “จอห์น คาร์เพนเตอร์” อย่างชัดเจน มันช่วยขับเน้นบรรยากาศที่ทั้งลึกลับและบีบคั้นหัวใจได้ตลอด 89 นาทีของหนัง

Primate ไม่ได้พยายามจะสอนบทเรียนชีวิตที่ยิ่งใหญ่ แต่มันซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ของตัวเอง นั่นคือการเป็นภาพยนตร์สยองขวัญที่ “สนุกและสยอง” อย่างถึงพริกถึงขิง ฉากการเอาชีวิตรอดในสระว่ายน้ำเป็นไอเดียที่ชาญฉลาด เพราะลิงชิมแปนซีกลัวน้ำและว่ายน้ำไม่เป็น พื้นที่สระว่ายน้ำจึงกลายเป็นเกาะกลางนรกที่ล้อมรอบด้วยเพชฌฆาตขนฟูที่ยืนรออยู่อย่างอดทน

ภาพยนตร์เรื่องนี้คือหนังแนว Slasher และ Animal Attack ที่โหยหางานฝีมือประณีต ความรุนแรงในเรื่องอาจจะดูรุนแรงไปบ้างสำหรับบางคน (ฉากที่เบนจัดการกับสัตวแพทย์นั้นติดตาจนแทบเบือนหน้าหนี) แต่ในแง่ของความบันเทิงสำหรับคอหนังโหด นี่คือ “อาหารจานโอชะ” ที่หาได้ยากยิ่งในยุคปัจจุบัน









กำลังโหลดความคิดเห็น