“นก จริยา” ดีใจภาครัฐมองเห็นความสำคัญ หลังกระทรวงวัฒนธรรมออก 2 มาตรการใหญ่ หนุนอุตสาหกรรมบันเทิง ใจมา มองเห็นความหวังมากขึ้น เตรียมผลิตคอนเทนต์ตามเงื่อนไข อัปเดตสุขภาพ “จิ๋ม มยุรฉัตร” หลังป่วยโรคอัลไซเมอร์ ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง ตอนนี้สดใสและแข็งแรงดี ยอมรับแอบกลัวจะเป็นโรคนี้ ทำให้อยากดูแลตัวเองมากขึ้น
ถือเป็นข่าวดีของอุตสาหกรรมบันเทิงไทย หลังภาครัฐออกนโยบายหนุนเต็มรูปแบบ ให้กับภาพยนตร์ไทย และดิจิทัลคอนเทนต์ไทย ในลักษณะการคืนเงินสนับสนุนสูงสุด 30 เปอร์เซ็นต์ ของค่าใช้จ่ายในการผลิตต่อเรื่อง ซึ่งงานนี้ก็ทำเอาผู้จัดอย่าง “นก จริยา แอนโฟเน่” ดีใจและชื่นใจสุดๆ เพราะก่อนหน้านี้เคยออกให้สัมภาษณ์ ว่าอยากให้ภาครัฐช่วยสนับสนุนวงการบันเทิงบ้าง โดยเจ้าได้เปิดใจถึงเรื่องนี้ ในงานแถลงข่าว “มาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ไทยในประเทศ และมาตรการส่งเสริมการจ้างผลิตดิจิทัลคอนเทนต์ของต่างชาติ” ของกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมอัปเดตอาการป่วยอัลไซเมอร์ของ “จิ๋ม มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช” ว่าตอนนี้สดใสแข็งแรงดี ลูกๆ ดูแลดีมาก
“ก็รู้สึกว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีนะ เพราะรู้สึกว่าผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการ แล้วก็ทางส่วนของราชการ ทั้งท่านรัฐมนตรีเอง ทุกคนกำลังพยายามผนึกกำลังเพื่อคอนเทนต์ทุกรูปแบบของไทย เพราะว่ามันเห็นได้ชัดเจนเลยว่า สื่อทุกรูปแบบและคอนเทนต์ไทยเอง มันสามารถทำอะไรได้เยอะ เพื่อตีแผ่ไปเป็นวงกว้างกับเศรษฐกิจหรืออะไรส่วนอื่นด้วย”
ดีใจและชื่นใจ ที่ภาครัฐเข้ามาสนับสนุน
“ดีใจๆ ชื่นใจ แล้วก็คิดว่าเราทุกคนจะเป็นกำลังเสริมที่ดีที่สุดเนอะ ทั้งน้องๆ ด้วย สื่อมวลชนด้วย พวกเราด้วยที่สร้างคอนเทนต์ ทั้งคนทำหนัง ทั้งซีรีส์วายใดๆ แล้วก็ภาพยนตร์ เราจะพยายามช่วยกันผลักดันทุกอย่าง ที่เป็นข้อดีของเมืองไทยออกไปให้เต็มที่ที่สุด โอกาสมันมาแล้ว เราต้องทำโอกาสให้มันเกิดประโยชน์ให้ได้ ยิ่งเศรษฐกิจโลกคอพับคออ่อนมาเท่าไหร่ เราต้องสู้ด้วยของแข็งของเมืองไทยนี่แหละ ซึ่งก็คือคนไทยเรานี่แหละ”
เรื่องเงื่อนไขที่กำหนด อาจจะต้องปรึกษากันต่อไป ตอนนี้ต้องเดินหน้าแบบเชิงรุก
“ก็อาจจะต้องปรึกษากันในขั้นต่อไปเนอะ มันคงไม่มีอะไรง่ายหรอก แล้วก็มันคงต้องเอาความเข้าใจมาคุยกันเพิ่มอีกนั่นแหละ แต่ว่าอันไหนจะมา 1 2 3 ก็แล้วแต่สถานการณ์จะเอื้อ เราว่าคิกออฟได้นี่ก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีแล้ว แล้วก็ขอให้ทุกอย่างส่งออกไปเป็นเชิงรุก ไม่เชิงรับ เพราะว่าเชิงรับมันจะช้าเกินไปสำหรับโลกใบนี้ ถ้าเชิงรุกเอาเสน่ห์ทุกอย่างของคนไทยเราเอามาใช้ให้หมดเลย”
กำลังใจมา หลังได้เห็นหลักเกณฑ์ที่รัฐจะช่วยสนับสนุน
“ใจมานะ ไม่ว่าจะเป็นเราได้ก่อน เราได้หลัง หรือเรายังไม่ได้ ไม่สำคัญ สำคัญว่าคอนเทนต์ไทยให้มีพลังแบบส่งกันออกไป เราว่ามันไปคนเดียวไม่ได้ ทุกอย่างมันต้องไปแบบจับมือกันไปเป็นแพ็กๆ เลยเนอะ”
การคืนเงินสนับสนุน 15 - 30 เปอร์เซ็นต์ ก็เป็นตัวเลขที่มาตรฐาน
“มันเป็นตัวเลขมาตรฐานนะ เพราะว่าสื่อนอกที่มาถ่ายที่เมืองไทยเขาได้ส่วนนี้ แต่กลายเป็นว่าสื่อไทย ถ้าจะไม่ได้เนี่ยมันก็เหลื่อมล้ำเนอะ แล้วยิ่งถ้าสนับสนุนอะไรก็ได้ที่มาทำให้อาชีพพวกเราเฟื่องฟู เพราะว่ามันไม่ใช่แค่ยูนิตใดยูนิตหนึ่ง ทุกคนที่มีครอบครัวก็จะส่งกำลังไปสู่ครอบครัวตัวเอง อะไรใดๆ อีกมากมาย”
ส่วนตัวยังตอบยาก ว่าจะสามารถฟื้นฟูการบันเทิง อุตสาหกรรมบันเทิงไทยได้แค่ไหน
“อันนี้ตอบยาก เพราะมันก็ต้องยอมรับว่ามันเกี่ยวเนื่องกับต่างประเทศด้วย ถ้าเราจะส่งออก แต่เราเชื่อว่าอย่างน้อยๆ ในเอเชีย มันก็มีหลายที่ที่เขาชอบคอนเทนต์เรา ชอบคนไทย ชอบดาราไทย ชอบอะไรที่เป็นสินค้าไทย เราว่าเจาะให้ถูก ถามว่าละครจะกลับมาบูมเหมือนเดิมไหม เราต้องมูฟออน ใช้คำนี้ เรายังสู้อยู่ แต่เรามูฟออนจากจุดเดิม ว่ามันอาจจะไม่ได้เท่าเดิมหรอก แต่มันเปลี่ยนอยู่ไง มันปรับอยู่ ว่าเราจะไปตรงไหน สงครามนี้เราจะไปตรงไหน เราต้องรบกับสงครามที่จะไม่แพ้ มันต้องหาช่องทาง”
มีโปรเจกต์ในใจแล้ว สิ่งที่คิดไว้มันชัดขึ้น เพราะมีความหวัง
“มีแล้วๆ ก็จริงๆ แล้วมันก็มีทั้งเรื่องครอบครัวสไตล์เรานะ แล้วมันก็มีเรื่องที่เกี่ยวกับความรักน่ารักๆ ที่ย้อนอดีตกลับไปสู่รุ่นเดิม แพทย์ของเรา สถานที่สำคัญของเรา หรืออะไรอย่างนี้ มันเป็นเรื่องที่ไปส่งเสริมการท่องเที่ยวได้ การแพทย์ได้ สินค้าได้ เตรียมไว้แล้วค่ะ มาตรการนี้ทำให้สิ่งที่เราคิดไว้มันชัดขึ้น มันทำให้เรามีความหวังนะ คนเรามันต้องมีความหวัง ถ้าไม่มีความหวังมันไม่มีแรงเดิน เราต้องอยู่ด้วยความหวัง แต่ขณะเดียวกันเราต้องสู้แบบเต็มร้อย ได้เท่าไหร่ไม่ว่า ขอให้เราสู้ก่อน”
ผู้ผลิตในไทยศักยภาพดี แต่โดนตีกรอบไว้เยอะมาก
“ผู้ผลิตในไทยศักยภาพดีนะคะ เพราะว่าจริงๆ แล้วคนไทยผลิตอะไรไม่ขี้เหร่ เพียงแต่ว่าเราเคยโดนตีกรอบไว้เยอะมาก ว่าอันนี้แตะได้ อันนี้แตะไม่ได้ อันนี้อย่าพูดนะ มันเลยทำให้เราวน แต่ตอนนี้พอความเป็นซีรีส์คนรับได้หมดแล้ว คนดูวิเคราะห์เอง อะไรเอง แล้วก็เปิดรับ ว่ามันทำให้คอนเทนต์เราขยายตัวได้มากขึ้นในการเล่า กับผู้จัดท่านอื่นๆ ที่มาวันนี้ เราก็คุยกันมาโดยตลอดค่ะ ว่าเราจะสู้กันยังไง เราก็ให้กำลังใจกันมาโดยตลอด แล้วเราจับมือกันกันอยู่อย่างเหนียวแน่น”
ถือเป็นข่าวดีของอุตสาหกรรมบันเทิง
“ถือว่าเป็นข่าวดีของทุกบริษัทที่เกี่ยวเนื่อง ของผู้จัด ของผู้ผลิต ของนักแสดง ของสินค้าที่เราจะเอามา แล้วก็ของการท่องเที่ยวเมืองไทย”
เผย “จิ๋ม มยุรฉัตร” แข็งแรงดี ขอบคุณที่ห่วงใย
“อาจิ๋มแข็งแรงดีนะคะ ขอบคุณที่ห่วงใย ก็สุขภาพแข็งแรงดี แต่ก็ตามอายุ แล้วแต่พักผ่อนมากน้อย แต่พี่จ๋า (ยศสินี ณ นคร) กับเจ็ท (ณัฐพงศ์ เหมือนประสิทธิเวช) ดูแลคุณแม่อย่างดีมาก ทั้งครอบครัวเลย แล้วมีหลานมาเป็นกำลังใจให้”
ส่วนตัวไม่ได้ไปเยี่ยมบ่อย เพราะอยากให้พักผ่อน
“เอาจริงๆ ไม่บ่อยค่ะ เพราะว่าอยากให้แกได้พักผ่อน ทุกคนจะสลับกันไป ใช้คำว่า เพื่อนแกก็เยอะ ลูกแกก็เยอะ ทุกคนสลับกันไป เพราะฉะนั้นถ้าเราไปบ่อยๆ อาจิ๋มไม่ได้พักผ่อน แต่สีหน้าดูสดใสนะ แต่ว่าบางที ด้วยมุมกล้องหรือบางกล้องอะไรอย่างนี้ แต่จริงๆ แล้วจะบอกว่าสุขภาพดีมาก เพียงแต่ว่าอาการ ทางสมองบ้างที่ต้องประคองกันไป ตามอาการค่ะ ไม่มีอะไรน่ากลัว เพราะที่บ้านดูแลกันอย่างดีมาก”
จำได้บ้าง แต่ไม่ได้ปกติเหมือนเดิม
“ใช้คำว่าปกติคงไม่เหมือนเดิมเนอะ แต่ก็มีจำได้นะ เวลาไปหาเราจะชอบไปเปิดเพลงละครให้ฟัง ไปเปิดไอ้โน่นไอ้นี่ให้ดู แล้วบางทีก็แบบว่านี่ไง อย่างนั้นอย่างนี้ แกจำได้ แกมีเมมโมรี่ที่เก็บไว้”
ไม่แน่ใจมีโอกาสจะหายกลับมาปกติไหม แต่ทำให้อยากรักสุขภาพมากขึ้น
“ไม่แน่ใจเหมือนกัน ก็ไม่ได้ทราบข้อมูลจากแพทย์ แต่ว่ารักษาให้อยู่ในทรงอย่างนี้ถือว่าดีแล้วนะ สำหรับอาการทางสมอง เราก็กลัวอยู่ มันทำให้เรากลับมาอยากรักษาสุขภาพมากขึ้น เพราะว่าเดี๋ยวนี้เนอะ ไม่รู้โรคนี้มันยังไม่มียารักษา แต่ตอนนี้เราไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงค่ะ ของตัวเราเอง เราแค่กังวล กลัวเอง”


