“มอส ปฏิภาณ” เตรียมใจ เป็นกรรมการเฟ้นหานักล่าฝัน ลั่นไม่ใจดีไม่ใจร้าย ให้คะแนนเต็ม10 “น้องโสน” ขึ้นเวทียูเนสโก ภูมิใจไม่เน้นเรียนเก่ง ขอแค่ลูกเอาตัวรอดในโลกได้ก็แฮปปี้แล้ว
ได้รับบทบาทใหม่เป็นกรรมการเฟ้นหานักล่าฝันในบ้านเอเอฟ สำหรับ “มอส ปฏิภาณ ปฐวีกานต์” งานนี้มอสเปิดใจว่าเตรียมทำใจไว้แล้วกับกระแสโซเชียล แต่ยืนยันจะใช้ประสบการณ์ 30 ปี หาคนที่เหมาะสมที่สุด คนที่ไม่ต้องก็อปปี้ใคร ขอแค่เป็นตัวเอง
“ก็ต้องขอบคุณทางเอเอฟนะครับที่เห็นผม ก็คงจะต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพราะคนที่จะเข้ามาอยู่ในวงการอีกหนึ่งคนก็ต้องมีคนเดียว คนๆ นั้นจะเป็นใคร พวกผมก็คงจะเป็นด่านแรกที่ต้องเฟ้นหาคนที่จะเข้ามาเป็นนักล่าฝัน
ส่วนกติกาจะเข้มขึ้นไหม ก็เนื่องจากปีนี้ 2026 ก็คงไม่เหมือนเอเอฟที่ผ่านมา ใครที่เห็นผมเป็นแบบไหน ก็คงจะไม่ได้เป็นแบบนั้น คือเดี๋ยวนี้หาแสงกันง่าย ใครอยากเป็นก็แค่ถ่ายรูปลงโซเชียล ฉะนั้นเราไม่รู้ว่าใครที่กำลังเข้ามาอาจจะเคยผ่านโซเชียล มียอดวิวมากมาย แต่พอเข้ามาอยู่ในเอเอฟ พวกเราจะใช้ประสบการณ์ที่มีในการเฟ้นหาคนที่จะเป็นนักล่าฝันครับ และผมคงจะไม่ใจดีและไม่ใจร้ายเกินไป เพราะผมก็เคยเริ่มจากศูนย์มาเหมือนกัน กว่าจะผ่านมา 30 ปี ก็ผ่านอะไรมาเยอะเหมือนกัน ฉะนั้นคนที่จะเข้ามาง่ายๆ อาจจะอยู่ไม่ได้ ถ้าเข้ามาแล้วมันง่ายเกินไปก็คงไม่ได้
(อยากฝากอะไรน้องๆ) มันก็หวือหวานะครับในวงการบันเทิง ผมก็ผ่านมาเยอะ มีดัง มีเงียบ มีขึ้น มีลง เราไม่ได้หาคนที่เก่งที่สุด ไม่ได้หาคนที่ร้องเพลงดีมาก ไม่ได้หาคนที่เต้นเก่งที่สุด แต่เราหาคนที่มีตัวตนและมีความฝัน อยากจะมีอาชีพในวงการบันเทิง ฉะนั้นไม่ต้องเป็นเหมือนใคร เราไม่ต้องการให้คุณมาก็อปปี้คนอื่น เราต้องการคนที่เป็นตัวเองดีที่สุด”
เตรียมใจกับกระแสโซเชียล
“ก็มีคนขู่ไว้เยอะเหมือนกัน (หัวเราะ) ก็เตรียมตัวมาแล้วครับ เราไปอยู่ตรงนั้นก็ต้องทำหน้าที่ ก็ดีครับ ยิ่งคอมเมนต์มาเยอะๆ ยิ่งทำให้เราทำการบ้านมากขึ้น”
ให้คะแนนเต็ม 10 “น้องโสน” ขึ้นโชว์วิสัยทัศน์เวทียูเนสโก
“พ่อแม่ลุ้น คืนก่อนขึ้นเวทีก็นั่งติวกัน คือการไปพูดบนเวทีด้วยเรื่องพวกนี้ เป็นเรื่องความยั่งยืนมันก็ไกลตัวพวกเรา เป็นความยากของเด็กอายุ 13 เราก็ลุ้นว่าจะพูดได้ไหม ความตื่นเต้นของเด็กจะมีไหม ก็พยายามเข้าไปถามเขาว่าโสนทำได้ไหม จนเด็กอายุ 13 เริ่มหงุดหงิด บอกว่าพ่อไม่ต้องมายุ่งหรอก (หัวเราะ)อาจจะไปกดดันเขามาเกินไป เขาก็ทำได้ครับ จริงๆ เขาชอบเรื่องพวกนี้ตั้งแต่เด็ก เขาไปเรียนเกี่ยวกับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ มันก็คงอยู่ในหัวเขาอยู่แล้ว
มุมนึงก็มั่นใจ เพราะเราก็ส่งเขาไปเข้าคอร์สเรียนพวกนี้อยู่แล้ว เรียนคลาสดูแลปะการัง ดูแลท้องทะเล ดูแลป่า ดูแลภูเขา เขาก็จะอินมาตั้งแต่เด็ก แต่เวลาไปขึ้นเวทีเจอคนเยอะๆ ก็อาจจะพูดไม่ออกลุ้นแค่นี้เองครับ แต่ถ้าสังเกตตอนสัมภาษณ์เขาก็จะมีนั่งไขว่ห้าง นั่นคือเริ่มตื่นเต้น ผมก็บอกไว้ว่าอย่าไขว่ห้างนะ แต่พอตื่นเต้นก็จะไขว่ห้าง เริ่มมีอาการนั่นนี่ เราก็จะรู้
สำหรับผมให้คะแนนเต็ม 10 อยู่แล้ว ก็ไม่รู้คนดูจะให้ยังไง แต่ผมก็ภูมิใจที่เขาได้มีประสบการณ์ไปขึ้นเวทีแบบนี้ ผมก็พยายามให้ทุกสิ่งที่เป็นเรื่องสิ่งแวดล้อมหรือการใช้ชีวิตนะครับ เราก็ไม่ได้เน้นว่าต้องเรียนเก่งที่สุด การใช้ชีวิตในโลกปัจจุบันก็ขอให้เขาใช้ได้ชีวิตในโลกที่เกิดขึ้นอยู่นี้ เอาตัวรอดได้ก็แฮปปี้แล้วครับ”


