“เจษ เจษฎ์พิพัฒ” เคลียร์ดรามาทีเซอร์หนัง ราคี หลังแฟนคลับเดือด มองถูกลดบทบาท ลั่นไม่ต้องปกป้อง ถ้าอยากด่าเดี๋ยวด่าเอง วอนเชื่อใจและอย่าเพิ่งตัดสินหนังจากตัวอย่าง รอชมพร้อมกันในโรงภาพยนตร์
กลายเป็นเรื่องเป็นราว หลังมีการปล่อยทีเซอร์หนังเรื่อง “ราคี” ออกไป แต่กลับสร้างความไม่พอใจให้กับแฟนคลับของพระเอกหนุ่ม “เจษ เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์” ที่มองว่าพระเอกดังถูกลดบทบาท ค่ายไม่ให้เกียรติ จากคนเริ่มต้นโปรเจกต์ กลายเป็นนักแสดงสมทบ ร้อนถึงเจษได้โพสต์ใน X ระบุว่า ไม่ต้องด่าใครแทนตน ถ้าอยากด่าเดี๋ยวด่าเอง ไม่มีใครด่าเจ็บเท่าตนแล้ว
ล่าสุดได้เจอตัวเจษในงาน “ออริจินัลคอนเทนต์ไลน์อัพ ปี 2026” THAI is NOW ไทยนี้รักสนุก..อยากให้ดูไม่ขาด ณ ชั้น 5 สเฟียร์ ฮอลล์ (SPHERE HALL) ศูนย์การค้า EMSPHERE เจ้าตัวเลยเผยถึงเรื่องนี้
“มันก็เป็นเรื่องราวที่แฟนคลับเขาไม่เข้าใจกัน เราไม่อยากให้ใครทะเลาะกันเพราะว่าผลงานที่มันออกมา ก็พูดเลยแล้วกันจริงๆ มันเป็นแค่ตัวอย่าง ซึ่งตัวอย่างก็ไม่ได้แปลว่าในหนังจะเป็นอย่างนั้น ถูกไหม ตัวอย่างอาจจะเป็นความตั้งใจของคนทำตัวอย่างให้คุณรู้สึกว่าเรื่องราวเป็นแบบนั้นก็ได้ เราก็เคารพการตัดสินใจของคนตัดต่อซึ่งมันไม่เกี่ยวในพาร์ตของเรา เราเป็นนักแสดงแล้วมันก็จบ แฟนคลับผมอาจจะมองว่าทำไมมันออกมาน้อย กลายเป็นว่าไปทะเลาะกันกับแฟนคลับคนอื่นๆ
ผมดีใจนะที่เขาปกป้องเรา แต่ว่าผมก็บอกเขาไปตรงๆ นั่นแหละ ข้อความนั้นผมไม่ได้ล้อเล่น ถ้าผมไม่ชอบ ผมจะด่าเอง ไม่ต้องไปด่าให้ผม ไม่ต้องปกป้องผมขนาดนั้น คือถ้าปกป้องผมก็ให้กำลังใจเราก็ได้ แต่ว่าไม่ต้องไปโกรธใคร ว่าใคร ผมไม่อยากให้ไปอารมณ์เสียกับอะไรที่ไม่ใช่เรื่องของเขา เพราะจริงๆ เขาก็น่าจะมีเรื่องอะไรของเขาในชีวิตอยู่แล้ว ไม่ต้องมาเครียดเรื่องของเราหรอก”
รับตัวอย่างน้อย แต่อย่าเพิ่งตัดสิน
“ในตัวอย่างถ้าถามว่ามันน้อยไหม มันก็น้อยจริงๆ แต่ว่าผมรู้ว่าผมทำอะไรอยู่ในหนัง ผมถ่ายจบไปแล้ว ผมว่าผมโตพอที่อยู่ในสถานะที่เราจะเลือกเล่นก็ได้ ไม่เล่นก็ได้ แต่ถ้าวันไหนที่ผมเลือกว่าผมจะเล่น ก็รู้สึกว่ามันจะมีประโยชน์กับผมไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทางใดก็ตามที่เราเชื่อว่าเรื่องนี้มันจะดีกับเรา เพราะฉะนั้นอยากให้ทุกคนที่เป็นห่วงเราแล้วกัน หรือคนที่มองว่ามันไม่ดีไม่โอเค ก็อยากจะให้เชื่อใจผมในการตัดสินใจของผม แล้วก็ไปดูหนังกัน วันที่ 26 กุมภาพันธ์ นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ครับ”
ตอนพิมพ์ไม่โกรธ แต่รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ไม่อยากให้โกรธเพื่อตน
“ไม่โกรธครับ ผมรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ว่าถ้าเกิดผมไม่พอใจใครอะไรยังไง ผมก็คงพูดเองจริงๆ แล้วผมก็ไม่อยากให้ใครมานั่งโกรธใครเพื่อผม เพราะผมรู้สึกว่าทุกคนมีเรื่องเครียดในชีวิตมากพออยู่แล้ว คือผมเป็นคนเวลาเห็นเขาเครียด เราก็เครียด เวลาเขาเห็นเราไม่สบายใจ เขาก็ไม่สบายใจ ผมว่ามันเป็นรีเฟล็กซ์ซ้อนกันไปซ้อนกันมา เพราะฉะนั้นถ้าผมไม่พอใจจริงๆ ผมคงด่า หรือผมคงพูดตรงๆ อย่างมีแอ็กเคานต์หนึ่งที่รู้สึกว่าพูดอะไรไม่เข้าหู พิมพ์อะไรไม่เข้าตา ผมก็ได้ตอบกลับไป ก็บล็อกไปแล้ว”
ไม่อยากให้เป็นเรื่อง แค่อยากบอกตามสิ่งที่โพสต์
“ถ้าหลังบ้านไม่ได้คุยครับ จริงๆ ก็ไม่ได้อยากทำให้มันเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาขนาดนั้นหรอก ก็แค่บอกเขาไปตามที่โพสต์ใน X แหละ ถ้าเขาเห็นว่าเรารีแอ็กกับมันยังไง ผมว่าเขาน่าจะเข้าใจแหละ ผมว่าแฟนคลับผมก็รู้จักผมมากพอสมควรที่จะรู้ว่าเราโอเคหรือไม่โอเคอะไร หรือว่าถ้าเราไม่โอเคจริงๆ แล้วเราไม่อยากให้มันมีแอ็กชั่นของแฟนคลับที่เกิดขึ้นมา ผมก็จะออกมาพูดเองว่าไม่ต้องทำ
สำหรับคนที่มองว่ามันน้อย ผมก็จะไม่เถียงอะไรนะ ผมก็จะพูดว่ามันน้อยจริงๆ แต่ว่าก็อย่าตัดสินหนังจากตัวอย่าง ขอให้ไปดูหนังในโรงแล้วค่อยตัดสินหลังจากนั้น เพราะว่าตัวอย่างมันตัดสินอะไรไม่ได้ มีแค่นาที 2 นาที ซึ่งหนังชั่วโมงครึ่ง ผมว่าเราอย่าเพิ่งนอยด์อะไรไปก่อนสิ่งที่มันเป็นจริงเลย”


