“วุ้นเส้น วิริฒิพา” เปิดใจครั้งแรกหลังโดนโยงดรามาหนี้ 400 ล้าน ยอมรับถอยห่างความสัมพันธ์กับ “นานา ไรบีนา” แล้ว ขอยืนหยัดข้างความถูกต้องและดูแลสภาพจิตใจเพื่อนที่กำลังเดือดร้อน เกินกำลังจะช่วยได้ พร้อมเผยทำไมถึงรอด ทั้งที่นานาชวนลงทุนหลายครั้ง เปิดเหตุผลถอนหุ้นธุรกิจที่ปั้นมากับมือ
โดนดรามาในตอนแรก เพราะถูกชี้เป้าว่าเป็นดาราตัวแม่เบี้ยวหนี้ 400 ล้าน มีการนำรูปไปโพสต์ลงจนคนวิจารณ์ต่างๆ นานา แต่ต่อมาทุกอย่างก็กระจ่าง ว่าไม่ใช่ “วุ้นเส้น วิริฒิพา ภักดีประสงค์” แต่เป็น “นานา ไรบีนา” ซึ่งทุกวันนี้แก๊งนางฟ้าอันฟอลโลว์นานาไปหลายคนแล้ว เพราะไม่คืนเงิน
ล่าสุดในงานแถลงข่าวเปิดตัวมิวสิกมาร์เก็ตติ้งแคมเปญ “CLICK บูสต์ผิว - The New Era of Restylane SKINBOOSTERS” สถานที่ ณ At Work โครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ออฟฟิศ ชั้น 6 วุ้นเส้น ได้เปิดใจถึงเรื่องนี้เป็นครั้งแรกกับสื่อมวลชน ตั้งแต่เกิดเรื่องเกิดราว
“มันก็เยอะเหมือนกันนะปีที่แล้ว แต่ว่าภูมิคุ้มกันเราก็หลายต่อหลายปี เรื่องที่ผ่านมา มันก็ตกใจจริงค่ะ ตอนนี้สภาพจิตใจดีขึ้นตามเวลา แต่ก็ยังค่อยๆ ใช้เวลา เพราะทุกอย่างมันเป็นสิ่งที่ทุกคนตกใจกันหมด
เราก็ตั้งรับไม่ค่อยทัน แต่ก็รู้เรื่องมาก่อนบ้าง ก็ไม่คิดว่าจะเป็นข่าวตอนนั้นก็คิดว่าจะเคลียร์กันหลังบ้าน แต่พอเป็นข่าวก็ตกใจเพราะว่าเป็นก่อน เป็นดิฉันก่อน คืออะไร กำลังกินข้าวอยู่เลยตอนนั้นทำไมอาหารเริ่มไม่อร่อยแล้ว ข่าวอะไร
คือจริงๆ ก็ดูที่มาที่ไปก็น่าจะมาจากเขาบอกว่าเป็นแก๊งนี้ ใครคนใดคนนึง เหมือนมีคอมเมนต์มากกว่าว่า เอ๊ะ หรือจะคนนั้นคนนี้ แจ็กพอตก็เลยตกเป็นเรา แล้วพอเราอ่านตอนนั้นเราก็รู้แหละว่ามันเกิดอะไรมีเหตุการณ์อะไร แต่ว่าเราก็พูดอะไรไม่ได้ค่ะ เราก็ต้องแก้ตัวเราก่อนเพราะมันไม่ใช่
ตอนแรกยังชิลๆ อยู่ค่ะ แต่พอตอนหลังเริ่มจริงจังเริ่มเอารูปไปลง เราก็รู้สึกว่าอันนี้มันอาจจะล้ำเส้นนิดนึง เกินไปนิดนึง แต่ว่าพอผ่านไปไม่ถึง 24 ชั่วโมง ทุกอย่างก็เกิดเป็นเรื่องใหม่ คืนนั้นวุ้นบินไปญี่ปุ่นพอดี ก็เลยพักผ่อนอยู่ที่นั่น ไม่ได้อัปเดตอะไรที่เมืองไทยเยอะ แต่ว่าดีเทลที่ผ่านมาเราอัปเดตจากเพื่อนๆ เรื่อยๆ อยู่แล้ว
ทุกคนก็บอก เฮ้ย ทำไมเป็นเราได้ วุ้นก็บอกว่าเขาคงเดากันมั้ง ถ้าเกิดเดาแล้วมันเป็นอักษรย่อเรายังเข้าใจได้ แต่พอเอารูปไปลง เรารู้สึกว่าอันนี้อาจจะเกินไปนิดนึง ไม่เป็นไรค่ะ ถ้ามองในส่วนดีทุกคนก็ช่วยกันแชร์ในเรื่องของเราว่ามันไม่ได้เป็นเรื่องจริง แล้วก็ให้กำลังใจเยอะ ก็ถือว่ามองด้านบวกไว้ก่อนเพราะว่าโลกมันเครียดเยอะแล้ว ก็เลยมองแบบนี้”
คุยกับ “นานา ไรบีนา” น้อยลง เกินความควบคุมที่จะช่วยได้
“ยอมรับว่าตอนหลังๆ ไม่ค่อยได้คุยกันเลยค่ะ คุยน้อย เพราะว่าเริ่มรู้เรื่อง เราก็อยากให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องเขาคุยกันเองมากกว่า ในส่วนของเราก็ทำหน้าที่ในแบบที่รับรู้ แล้วก็คุยกับเขาหลายๆ อย่างก่อนหน้านี้แล้ว แต่ว่าสุดท้ายมันเกินความควบคุมที่เราจะช่วยได้แล้ว
ส่วนที่เขาช่วยรีโพสต์สตอรี่ให้เราด้วยว่าไม่ใช่วุ้นเส้น ช่วงนั้นก็น่าจะมีเยอะ วุ้นอาจจะไม่ได้เห็นทุกคนด้วยแหละ ช่วงนั้นรีโพสต์เยอะ ตอนนั้นวุ้นอยู่ต่างประเทศด้วยก็เลยเห็นไม่หมด ตอนนั้นก็รับรู้ค่ะว่ามีการรีโพสต์”
มีจุดยืน อยู่ในส่วนของความถูกต้อง
“วุ้นยอมรับว่าเรื่องนี้มันเป็นดีเทลที่พูดยากมากเลย เพราะว่ามันเยอะไปหมด ตอนนี้อย่างที่ทุกคนเห็นออกมาก็ต่างคนต่างต้องให้เป็นเรื่องของกฎหมาย เราก็เป็นเหมือนคนให้กำลังใจเพื่อนๆ มากกว่าว่าโอเคไหม เมื่อวานก็เพิ่งเจอเพื่อนๆ ที่มีปัญหา ก็ให้กำลังใจกันเพราะว่าตอนนี้สิ่งที่เราทำได้ เรามีจุดยืนว่า เราอยู่ในส่วนของความถูกต้อง เราก็อยากให้ทุกคนที่เดือดร้อนมีกำลังใจและขอให้ผ่านไปได้ด้วยดีทุกฝ่าย
ส่วนเพื่อนได้เงินคืนหรือยัง จริงๆ ตอนนี้ยังไม่ได้อัปเดตนะ ตอนนี้ดีเทลพวกนี้ต้องมีทนายคุยกัน วุ้นเลยไม่รู้ว่าเขาอัปเดตไปถึงไหนแล้ว ได้หรือไม่ได้ยังไง แต่ว่าตามที่เห็นในข่าวก็เหมือนกับยังไม่ได้”
บอกขำๆ ห้อยพระเลยรอดถูกชักชวนทำธุรกิจหรือยืมเงิน
“สาธุ (หัวเราะ) ห้อยพระหรือเปล่า จริงๆ วุ้นเป็นคนบริหารเรื่องนี้อยู่แล้วค่ะ เป็นคนที่ดูแลและมีการปรึกษากับครอบครัวอยู่แล้ว ถ้าเกิดมันมีการทำธุรกิจหรือโอกาสอะไรที่เขาชวนๆ วุ้นก็ดูว่าอะไรที่เป็นไปได้ แล้วก็อะไรที่วุ้นรู้สึกว่าเราเข้าใจและเหมาะสมกับเรา เราถึงทำ แต่อันไหนที่ไม่เข้าใจ ก็ขอผ่านเฉยๆ
เขาก็เคยมาชวนเราทำธุรกิจบ่อย หลายครั้ง เรารู้จักกันมานาน ก็จะมีเรื่องของการทำธุรกิจต่างๆ แต่ว่าช่วงนั้นวุ้นก็อาจจะไม่ได้มีเวลาทำเยอะ ก็ไม่ได้ทำอะไร”
กอด “เจนสุดา ปานโต” ทุกวันให้กำลังใจ ทุกคนสภาพจิตใจแย่ต้องปลอบใจเพื่อน
“ต้องกอดกันทุกวัน ให้กำลังใจทุกวัน อย่างเมื่อวานเป็นช่วงวันเกิดพอลล่า เทเลอร์ คือทุกคนสภาพจิตใจก็แย่ ก็ยอมรับว่าต้องปลอบใจเพื่อนบ่อย เมื่อวานก็พาไปซาวด์ บาธ ฟีลลิ่งจิตใจอยู่กับธรรมชาติ คือทุกคนก็ต้องมีตัวช่วย นอกจากครอบครัวและเพื่อนๆ ที่หวังดีกับเขาแล้ว บางอย่างก็ต้องหากิจกรรมที่แบบไปวัดบ้าง พาไปทำบุญ พาไปอยู่กับธรรมชาติ คิดอะไรให้มันสงบ ไม่งั้นตัวเองถ้าเครียดไปสุขภาพก็ไม่ดี ก็พยายามช่วยเพื่อนๆ ที่เดือดร้อนอยู่”
ตอบแทนคนอื่นไม่ได้ ไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้แล้ว ปล่อยให้เป็นไปตามเวลา
“วุ้นว่าตอนนี้ต้องเป็นสเต็ปบายสเต็ปมากกว่า แต่วุ้นตอบแทนคนอื่นไม่ได้ ตอนนี้เรื่องมันอาจจะใหญ่เหมือนที่ทุกคนเห็น ก็ปล่อยให้มันเป็นไปตามเวลาว่าเขาเคลียร์เรื่องอะไรกันได้มากกว่า”
เผยเพื่อนทุกคนอยู่ในช่วงเปราะบาง
“สุดๆ หลังจากที่มีข่าวนี้ คือคนไม่ได้ให้กำลังใจวุ้นเรื่องข่าวเท่าไหร่ ตอนแรกที่มีข่าวคนไม่ได้ให้กำลังใจเรื่องข่าว ส่วนใหญ่จะให้กำลังใจเรื่องรู้ว่าเราเสียใจ รู้ว่าเราอกหัก ก็ได้กำลังใจเรื่องพวกนี้”
ถอยความสัมพันธ์นานา ดูแลเพื่อนๆ ที่เจอปัญหาก่อน
“คือตอนนี้วุ้นก็สเต็ปออกมานิดนึง เพราะว่าวุ้นคุยกับเพื่อนที่เขาเจอปัญหาอะไรต่างๆ วันนี้วุ้นก็อยากดูแลตรงนั้นก่อน คือทุกคนเรื่องแต่ละวันก็ค่อยๆ มาเรื่อยๆ แหละ แต่ว่าตอนนี้ก็สเต็ปไปก่อน (ถอยออกมาก่อน?) ใช่ๆ จริงๆ วุ้นก็อยากให้ทุกอย่างจบด้วยดีแหละ เพราะวุ้นเป็นคนไม่ชอบมีเรื่องกับใคร ไม่ชอบให้ใครทะเลาะกันอยู่แล้ว แต่ว่าถ้าเกิดมันมีเรื่องแบบนี้ก็เกินความควบคุมจริงๆ”
ยังคุยกับ “แอน อลิชา หิรัญพฤกษ์”
“พี่แอนก็ยังคุยอยู่ค่ะ เขาก็เป็นคนที่เหมือนกับคอยอัปเดตกับเราด้วยว่าเพื่อนๆ เป็นยังไง เขาก็มีคุยกันบ้างค่ะ แต่วุ้นไม่รู้เขาคุยอะไรกัน”
โดนโจมตีไม่เป็นกลาง เป็นแค่ความคิดเห็น
“อันนี้ก็อาจจะเป็นความคิดเห็น ซึ่งเราก็ต้องดูตามความเป็นจริงด้วยแหละว่ามันไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์นี้อยู่แล้ว แต่คอมเมนต์จะเป็นไปในทางไหน พวกเราก็ต้องรับฟังและปล่อยผ่านไปบ้าง ความสัมพันธ์เพื่อนๆ กับแอนจริงๆ ก็เห็นคุยกันเรื่อยๆ นะคะ แต่ว่าอาจจะยังไม่ได้เจอกันมากกว่า”
คุยกับ “ดีเจบอย ฌาฆฤณ ชุมมิ่ง” ได้ตามปกติ เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด
“ไม่เลย พี่บอยวุ้นโอเคมาก แต่แค่ยังไม่มีโอกาสได้คุยกันมากกว่า จริงๆ คุยได้ค่ะ เพราะว่าพี่บอยไม่ได้ทำอะไรผิด เราก็คุยกับพี่บอยปกติได้ แต่ว่าอย่างเพื่อนๆ ที่เขาเจอเหตุการณ์อย่างนี้ เราก็ไม่รู้ว่าแต่ละคนมีความคิดเห็นยังไง เราก็ตอบแทนคนอื่นไม่ได้จริงๆ”
ถอนหุ้นเซวา เพราะอยากทำอะไรที่มีความสุข
“วุ้นก็รู้สึกว่าวันนี้วุ้นอยากจะทำอะไรที่เรารู้สึกมีความสุข มันไปในทางที่เป็นตัวเราจริงๆ แล้วอะไรที่มันอาจจะไม่ได้เป็นแบบที่เราอยากทำต่อ เราก็ต้องรู้ แล้วก็เคลียร์กันว่า ขอถอนหุ้นออกมาแล้วกัน เพราะว่ามันอาจจะไม่ใช่ในแบบที่เราอยากจะเลือกในอนาคต
อันนี้คุยกันช่วงปีที่แล้วเองค่ะ ประมาณต้นปีที่วุ้นรู้สึกว่าเรามีจุดยืนแล้วว่าเราอยากจะอยู่ตรงไหน เราอยากจะทำงานกับคนแบบไหน เราอยากจะทำอะไร หรือว่าช่วงนี้เราอยากจะพักหรือเปล่า เพราะเราก็ทำงานมา 20 กว่าปีแล้ว เรายังไม่ได้พักเลย”
ส่วนตัวไม่ค่อยมีปัญหา แล้วแต่เขา รับปั้นมากับมือ แต่เคารพความรู้สึกตัวเอง
“จริงๆ สำหรับวุ้นไม่ค่อยมีปัญหานะ ส่วนใหญ่มันจะแล้วแต่เขามากกว่า แต่อันนี้วุ้นก็ไม่ได้อยากจะลงดีเทลมาก เพราะว่ามันจบไปแล้ว เอาเป็นว่าโฟกัสที่ปัจจุบันว่าวุ้นแฮปปี้แล้วนะ ไม่ต้องห่วงวุ้นนะ ทุกคนอาจจะเป็นห่วงวุ้นเดี๋ยวมีข่าวนั้นข่าวนี้ วุ้นก็ต้องแข็งแรง สุดท้ายที่เราอยู่มาได้ทุกวันนี้ไม่ใช่ว่าเราจะไม่เคยเจอปัญหาหรือข่าวอะไรใช่ไหมเราก็เจอมาเรื่อยๆ แต่ว่าฉันก็ยังเดินต่อไปได้ แล้วก็อยากให้วางแผนอนาคตดีได้มันก็อยู่ที่ตัวเรา
ถามว่าการปล่อยมือมันตัดสินใจยากไหมเพราะมันคือธุรกิจที่เราตั้งใจปั้นมากับมือ จริงๆ ก็ยากค่ะ แต่ว่าเป็นสิ่งที่พอตัดสินใจแล้ว เราคิดว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เราอยากเคารพความรู้สึกของตัวเองด้วยว่าเรารู้สึกยังไง เราต้องการอยู่ตรงไหนมากกว่าตอนนี้ (ไม่ได้ถูกบีบ เราประสงค์ออกมาเอง?) ใช่ค่ะ โอกาสปั้นแบรนด์ใหม่ คิดว่ายังไงถ้าเราทำได้มันจะมีโอกาสของมันเองที่เราจะทำ ซึ่งทุกวันนี้วุ้นอาจจะได้พักประมาณนึง นี่ยังไม่ถึงปีเลย วุ้นก็มีทำงานอยู่ แต่ว่าถ้าถึงเวลาอาจจะเป็นปีนี้จะมีโปรเจกต์ใหม่ๆ มาอัปเดตกันอีกที เดี๋ยวรอดู”
พักบ้างก็ได้ ต่อไปขอหุ้นส่วนที่มีศีลเสมอกัน
“ไม่อยากพูดคำนี้เลย จริงๆ ก็ไม่ได้อยากพักขนาดนั้น แต่พักบ้างก็ได้ หลายคนก็บอกพักหน่อยก็ได้ จริงๆ ที่ผ่านมามันเป็นอะไรที่เราเริ่มต้นมาด้วยความที่เราอยากทำธุรกิจ เราอยากโฟกัส ซึ่งสิ่งที่วุ้นทำ วุ้นชัด วุ้นทำดีที่สุด ทุกคนก็รู้จักแบรนด์ เราก็เต็มที่แล้วก็ทุ่มเท เอาเป็นว่าโฟกัสในอดีตที่ผ่านมา วุ้นจริงจัง เต็มที่ และเหนื่อยกับมันมามาก แต่ว่าพอสุดท้ายแล้วทุกอย่างมันอาจจะไม่ได้ตรงใจเราร้อยเปอร์เซ็นต์ เราก็ไปในทางที่เราแฮปปี้ดีกว่าค่ะ
เรื่องหุ้นส่วน จริงๆ วุ้นหุ้นกับใครที่รู้สึกว่าทัศนคติตรงกัน ก็เหมือนศีลเสมอกันดีกว่า คือหลังจากนี้ยังไงก็ต้องมีค่ะ วุ้นไม่ได้มีปัญหา ไม่เคยทะเลาะอะไรเกี่ยวกับเรื่องหุ้นส่วน แต่ว่ามันเป็นความสบายใจที่เราอาจจะอยากอยู่ตรงไหนมากกว่า ณ วันนี้วุ้นอยากอยู่ตรงนี้ ส่วนไลน์สินค้าจะเป็นเครื่องสำอางไหม จริงๆ บิวตี้ก็เหมาะค่ะ แต่ว่าจะเป็นยังไงเดี๋ยวรอมีแล้วบอกอีกทีนะคะ”
แย้มอาจเล่นละคร
“อยากมีนะ ปีนี้ก็อาจจะมีคุยนะคะ แต่ว่าวุ้นก็ยังไม่รู้ว่าบทมันจะโอเคไหท จะผ่านไหม แต่ว่าน้องๆ แฟนคลับก็คงอยากให้กลับมาเล่น เดี๋ยวรอดูค่ะ”


