xs
xsm
sm
md
lg

ปุจฉา-วิสัชนา

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ทุกข์ของแม่
ปุจฉา :
นมัสการพระคุณเจ้า ตอนนี้ ดิฉันมีเรื่องกลุ้มใจเกี่ยวกับลูกชาย ที่กำลังเรียนชั้น ปวช. ตอนเล็กๆเขาก็เป็นเด็กน่ารัก ดิฉันเลี้ยงเขามาตามลำพัง (เพราะแยกกับสามีตั้งแต่ลูกยังเล็ก) ดิฉันเองก็ไม่ได้ร่ำรวย ค้าขายเล็กๆน้อยๆพอเลี้ยงลูกได้ แต่ตอนนี้ ลูกชายติดเพื่อนมากชอบไปกับเพื่อน ชอบกลับบ้านดึกๆ บางทีก็มีกลิ่นเหล้าบุหรี่ติด ตัวมา ดิฉันไม่รู้จะพูดอย่างไร เพราะบางวัน บางครั้งก็แทบไม่ค่อยมีเวลาได้คุยกัน ดิฉันรักลูกมาก เพราะเขาเป็นลูกคนเดียว ที่ผ่าน มาเขาขอเงินเท่าไหร่ดิฉันก็พยายามหาให้ เพราะอยากให้เขาเรียนสูงๆมีวิชาความรู้ติดตัว ไม่ลำบากเหมือนดิฉัน แต่พอเขาเป็น อย่างนี้ดิฉันก็รู้สึกหนักใจ ไม่รู้จะพูดจะทำอย่างไรดีขอให้หลวงปู่ให้คำชี้แนะด้วยค่ะ..................................................................................พรเพ็ญ
วิสัชนา : ถ้าเขายังต้องรับเงินจากคุณ ต้องกินข้าวที่คุณหาให้ ต้องอาศัยเสื้อผ้าที่คุณซื้อ คุณก็มีสิทธิ์ที่จะพูดกับเขาด้วยหลักการเหตุและผล บอกเขาว่า ที่แม่ทำงานเหนื่อยหนักมาจนถึงป่านนี้ แม่ไม่ได้ทำงานหนักเพื่อหาเงินไปให้ลูกติดยาหรือเที่ยวกลางคืน เงินที่แม่หามาได้นี้ก็แสนทุกข์ยาก อาบเหงื่อต่างน้ำ ดังนั้นลูกก็ควรใช้มันให้คุ้มค่า ไม่ใช่เอามาทำร้ายทำลายตัวเอง เพราะสุดท้ายสิ่งที่ได้คือแม่เสียใจ ลูกเสียอนาคต นี่ไม่ใช่ความปรารถนาของแม่ที่หาเงินมาให้ลูกทำลายตนเอง
คุณต้องคุยต้องให้ความสำคัญใส่ใจในการพูดให้ลูกเข้าใจ อย่าบอกว่าไม่มีเวลา และการพูดไม่ใช่บ่น เพราะยิ่งบ่นเด็กจะยิ่งรำคาญ แต่พูดให้ชัดๆ ถ้ายังไม่ฟังก็ต้องมีมาตร-การอื่น เช่น ตัดค่าขนม ตัดค่าเสื้อผ้า ถ้ายังไม่ฟังอีก ก็ไม่ให้เงินใช้ จำไว้ว่าการตามใจลูก จนเหลิงคือการรังแกลูกไม่ใช่ความรักลูกที่ถูกต้อง

กรวดน้ำไม่ได้เอ่ยชื่อญาติ
ปุจฉา :
นมัสการหลวงปู่พุทธะอิสระ ดิฉันมีข้อปุจฉาขอให้ท่านช่วยวิสัชนาสัก 2-3 ข้อค่ะ ข้อ1.เวลาที่ดิฉันใส่บาตร จะตั้งจิตเสมอว่าใส่แทนบิดามารดาและครอบครัวของตัวดิฉันเอง ข้อนี้ดิฉันอยากทราบว่าบิดามารดาและครอบครัวจะได้บุญด้วยไหมเจ้าคะ ข้อ 2. ทุกครั้งที่ดิฉันทำบุญแล้วกรวดน้ำ แต่ก็ไม่ได้บอกชื่อญาติ เพราะมีญาติเยอะ จำได้ไม่หมดทุกคน อย่างนี้ญาติจะได้รับส่วนบุญของดิฉันไหมเจ้าคะ ข้อ 3. เห็นหลวงปู่บอกว่า การเกิดมาเป็นมนุษย์นั้นยาก และเป็นมนุษยมีโอกาสสร้าง บุญกุศลได้มาก ดิฉันก็เลยอยากรู้ว่าการที่จะรักษาสถานภาพของความเป็นมนุษย์ไปทุกภพทุกชาติจะทำได้อย่างไร คะ ขอนมัสการขอบพระคุณสำหรับคำวิสัชนาเจ้าค่ะ.....................................................................................................ปัทมา
วิสัชนา : 1. จริงๆแล้ว พวกเขาไม่ได้ร่วมใส่ บาตรกับคุณ แต่ถ้าคุณบอกให้เขารับรู้ว่าคุณทำอะไรตั้งจิตอย่างไร และเขาดีใจไปกับคุณ ด้วย ถือได้ว่าเขาก็มีส่วนในบุญที่คุณได้ทำแล้ว
2. เรื่องกรวดน้ำไม่จำเป็นต้องกล่าวก็ได้ ถ้าจำชื่อไม่ได้ แต่ใช้คำบอกว่า “ขอญาติทั้งปวงจงมีส่วนในบุญของเรา” แค่นี้ก็ใช้ได้
3. ถือศีล 5 ให้ครบทุกข้อ นั่นคือคุณสมบัติของมนุษย์ทุกภพทุกชาติ

ต้องให้อภัยบ่อยแค่ไหน
ปุจฉา : กราบเรียนหลวงปู่พุทธะอิสระที่เคารพ ดิฉันได้อ่านปุจฉา ของท่านทุกครั้ง ท่านมักสอนเรื่องการให้อภัยอยู่เสมอ ซึ่งดิฉันก็พยายามปฏิบัติตาม แต่ว่ายังมีข้อสงสัยเรื่องนี้อยู่ ดิฉันจึงอยากเรียนถามท่านว่า การที่เราให้อภัยกับคนเดิมๆ เช่น สามี ลูก ลูกน้อง ญาติพี่น้อง ฯลฯ ในเรื่องเดิมๆ จนบางครั้งก็ทำให้เราเกิดความรู้สึกว่าเราให้อภัยเขาบ่อยเกินไป แต่คนคนนั้นก็ยังไม่สำนึก และก็ยังทำผิดในเรื่องเดิมๆ อยู่เสมอ ถ้าเป็นเช่นนี้ เราควรจะหยุดการให้ อภัยดีไหม และควรจะทำอย่างไรต่อไป ขอกราบขอบพระคุณค่ะ.................................................................................สุรีย์พร
วิสัชนา : ถ้าคุณคิดว่า คุณทำแล้วมีความสุขก็ไม่ต้องไปคิดว่าให้อภัยปีละกี่ครั้ง แต่ถ้า คิดว่าการให้อภัยแล้วยังเป็นทุกข์ แสดงว่าคุณเสแสร้งแกล้งให้อภัย เพราะเจตนาในการให้อภัยคือการทำให้มีความสุข เพื่อให้สังคมอยู่รวมกันอย่างสันติสุข แต่ถ้าบอกว่าคุณให้อภัยแล้วคนนั้นต้องแก้ไขปรับปรุง นั่นไม่ได้หมายถึงการให้อภัย เขาเรียกว่าการให้โอกาสความหมายของการให้อภัย มันเป็นเรื่องของจิตใจ เป็นเรื่องของความสงบ สันติสุข เราให้ แล้วรู้สึกผ่อนคลายสบายใจ การให้อภัยไม่มีขีดจำกัด ไม่มีคำว่าพอ แต่ให้โอกาสน่ะ มันมี เวลาจำกัด มีโอกาสที่จะพอ อันนี้มันขึ้นอยู่กับข้อตกลง และบุคคลคนนั้นว่าสำคัญแก่เราขนาดไหน

(จากหนังสือธรรมลีลา ฉบับที่ 93 ส.ค. 51 โดยหลวงปู่พุทธะอิสระ วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม)