xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

มหากาพย์มหาภารตะ สงครามมหายุทธ์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



คอลัมน์ศิลปะแห่งศรัทธา
โดย Artmulet


อดีตกาลนานมาแล้ว ดินแดนภารตวรรษมีกษัตริย์วิจิตรวีรยะทรงปกครองอยู่ พระองค์มีพระโอรสอยู่ ๒ องค์ องค์แรกมีพระนามว่า ธฤตราษฎร์ องค์ที่สองทรงพระนามว่า ปาณฑุ เจ้าชายธฤตราษฎร์นั้นมีพระเนตร(ตา)บอดตามขัตติยะราชประเพณีจึงถือว่าเป็นผู้มีร่างกายไม่สมบูรณ์ ไม่สามารถจะที่จะสืบสันตติวงศ์ได้ และเมื่อองค์กษัตริย์สวรรคตแล้ว เจ้าชายปาณฑุจึงได้รับราชบัลลังก์ครองราชย์ต่อจากพระราชบิดา

เจ้าชายธฤตราษฎร์ผู้เชษฐาทรงมีพระโอรสรวมทั้งสิ้น ๑๐๐ องค์ ส่วนท้าวปาณฑุจะมีพระโอรสเพียง ๕ องค์เท่านั้น แต่ภายหลังจากกษัตริย์ปาณฑุเสด็จขึ้นครองราชย์ได้ไม่นานพระองค์ก็ทรงสวรรคต พระโอรสทั้ง ๕ ยังทรงพระเยาว์อยู่ยังไม่สามารถจะสืบราชสมบัติได้ เจ้าชายธฤตราษฎร์จึงทรงปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้สำเร็จราชการดูแลปกครองอาณาจักร พร้อมกับอบรมเลี้ยงดูพระโอรสของกษัตริย์ปาณฑุร่วมกับพระโอรสทั้ง ๑๐๐ ของพระองค์ เวลาต่อมาเมื่อเหล่าเจ้าชายเติบใหญ่จึงได้ให้ไปศึกษาต่อวิชาความรู้เพิ่มกับพระอาจารย์โทรณะ ซึ่งเป็นผู้มีความเก่งกล้าสามารถด้านศิลปศาสตร์หลากแขนงโดยเฉพาะการรณรงค์สงคราม

เมื่อเหล่าเจ้าชายทรงสำเร็จการศึกษา องค์ธฤตราษฎร์จึงทรงให้พระยุธิษเฐียร เชษฐาองค์ใหญ่ของพี่น้องปาณฑพขึ้นครองราชย์สมบัติ พระยุธิษเฐียรทรงเป็นกษัตริย์ที่เข้มแข็ง มีสัจจะยึดมั่นในคุณความดี พระองค์ทรงมีพระอนุชาอยู่ ๔ องค์ที่ภายหลังต้องร่วมหลีกลี้หนีภัยไปอยู่ป่าคือ ภีมะ เจ้าชายผู้ทรงพลัง โดยในช่วงที่ถูกเนรเทศปลอมตนนามว่าพัลลภ อรชุน เจ้าชายผู้มีใจกล้าหาญและมีชื่อเลื่องลือด้านการรบด้วยธนู ยามลี้ภัยปลอมตนเป็นนายสารถี นกุล เมื่อออกป่าใช้นามว่าครันถิกะผู้เป็นเจ้าชายแฝดคู่กับเจ้าชายสหเทพ ที่เป็นอำมาตย์ตันตรปาลอยู่ในพระราชวัง พี่น้องทั้งห้านี้ถูกเรียกขานว่าพวกปาณฑพ สำหรับพระยุธิษเฐียรนั้นทรงเป็นกษัตริย์ที่ทรงปกครองไพร่ฟ้าด้วยทศพิธราชธรรม จึงเป็นที่รักใคร่แก่ปวงประชา แต่ก็ได้สร้างความอิจฉาริษยาให้กับเหล่าเจ้าชายทั้ง ๑๐๐ องค์ โดยเฉพาะเจ้าชายทุรโยธน์ผู้เป็นเชษฐาองค์ใหญ่ในพระธฤตราษฎร์

ฝ่ายพระโอรส ๑๐๐ องค์ที่มีทุรโยธน์เป็นเชษฐาภราดาเรียกว่าพวกเการพ (กุรุ) โดยในช่วงที่ฝ่ายปาณฑพครองอำนาจอยู่นั้น ได้สร้างความไม่พอใจให้กับฝ่ายเการพ จนอยากที่จะครองแผ่นดินแทนจึงได้วางแผนหวังจะทำร้ายฝ่ายปาณฑพ และเมื่อถึงเทศกาลที่จัดขึ้นในวนอุทยานวารณาวัต ทุรโยธน์ได้สั่งให้บริวารสร้างศาลาที่พักให้ติดไฟง่ายเพื่อจะสังหารพี่น้องทั้ง ๕ เสีย แต่พระวิฑูรพระเจ้าอาได้มาแจ้งข่าวก่อน ทำให้พวกปาณฑพหนีรอดไปได้ ฝ่ายเการพที่เข้าใจว่าพี่น้องปาณฑพคงจะสิ้นชีพในกองเพลิงแล้ว จึงได้ครองราชย์สมบัติแทน

ฝ่ายปาณฑพและนางกุนตีผู้เป็นมารดาต้องหนีภัยไปอยู่ป่า แต่เพียงไม่นานก็ได้รับข่าวว่าแคว้นปัญจาละที่มีกษัตริย์ทรุปัทครองอยู่ มีพระประสงค์ที่จะหาคู่ครองให้กับเจ้าหญิงเทราปทีพระราชธิดาผู้มีสิริโฉมงดงาม จึงได้จัดพิธีสยุมพรเลือกคู่ขึ้น เหล่าบรรดาโอรสราชารวมถึงพี่น้องปาณฑพจึงได้ไปร่วมงาน โดยในการประลองนี้ องค์กษัตริย์ได้ให้นำรูปปลาไปแขวนไว้บนยอดเสาสูง ใต้รูปปลาจะมีกงจักรหมุนอยู่รอบเป้า โคนเสามีอ่างน้ำ ถ้าผู้ใดสามารถมองดูเงาสะท้อนบนผิวน้ำแล้วยิงธนูขึ้นไปผ่านซี่กงจักรให้ถูกนัยต์ตาปลาได้ ผู้นั้นจะได้รับการอภิเษกกับเจ้าหญิง แต่ปรากฏว่าไม่มีชายหนุ่มใดยิงถูก ท้ายที่สุดอรชุนพี่น้องปาณทพจึงยิงถูกตาปลาเป็นผู้ชนะ







ต่อมาฝ่ายเการพได้ท้าทายฝ่ายปาณฑพให้มาแข่งสกาอีก หากว่าผู้ใดแพ้จะต้องทิ้งบ้านเมืองไปอยู่ป่า๑๒ปี และในปีที่๑๓ต้องไปอยู่ในที่ๆไม่มีใครจำได้ จึงจะมีสิทธิ์กลับมาครองราชย์สมบัติได้ ในการแข่งขันครั้งนี้ศกุนิที่ปรึกษาของทุรโยธน์ผู้มีฝีมือเล่ห์เหลี่ยม ได้ทำให้พระยุธิษเฐียรผู้เป็นคนซื่อต้องเป็นฝ่ายปราชัย สูญเสียราชสมบัติต้องระหกระเหินไปอยู่ป่า จน๑๓ ปีแห่งความยากลำบากสิ้นสุดลง จึงได้ขอกลับมาใช้ชีวิตในบ้านเมืองของตนตามเดิมแต่ฝ่ายเการพไม่ยินยอม เมื่อการเจรจาล้มเหลวจึงเป็นต้นเหตุแห่งมหาสงครามภารตยุทธ์

สงครามมหายุทธ์ได้อุบัติขึ้นที่ทุ่งราบกุรุเกษตรเป็นถึงเวลานานถึง ๑๘ วันทั้งกลางวันและกลางคืนสู้รบกันอย่างบ้าคลั่ง และจบลงด้วยการเสียไพล่พลถึง ๑๘ อักเษาหินี ปทานุกรมสันสกฤตอธิบายว่า อักเษาหินีเป็นการจัดขบวนรบในอินเดียโบราณ ๑ อักเษาหินี จะประกอบด้วยกองรบช้าง ๒๑,๘๗๐ เชือก ราชรถรบ ๒๑,๘๗๐ คัน กองรบม้า ๖๕,๖๑๐ ตัว และทหารราบ ๑๐๙,๓๕๐ คน จึงถือได้ว่าสงครามครั้งนี้ต้องสูญเสียทั้งชีวิตคน สัตว์ ตลอดจนทรัพย์สินมหาศาล โดยสงครามมหายุทธ์ได้สิ้นสุดลงด้วยการสิ้นชีพของท้าวทุรโยธน์ รวมถึงญาติพี่น้องอีกจำนวนมาก ฝ่ายปาณฑพเป็นผู้ได้ชัยชนะ กษัตริย์ยุธิษเฐียรทรงปกครองดินแดนภารตวรรษสืบต่อมาถึง ๓๖ ปีก็สวรรคต ทั้งนี้มหากาพย์มหาภารตะอันยิ่งใหญ่นี้ ถือได้ว่าเป็นปรัชญาด้านจิตวิญญาณที่นำมาซึ่งองค์ความรู้อันสำคัญทั้งด้านศาสตร์และศิลป์ สำหรับการรังสรรค์ผลงานศิลป์ของ Artmulet มาโดยตลอด