xs
xsm
sm
md
lg

แคนาดาสู้สู้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: อ.สุดาทิพย์ จารุจินดา อินทร


มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา
บรรยากาศการแข่งคู่ชิง World Cup ที่สนามนิวเจอร์ซีย์ผู้ที่นั่งในตำแหน่งเกียรติยศร่วมกัน ในฐานะผู้นำของ 3 ประเทศเจ้าภาพจัด; สหรัฐฯ แคนาดา, เม็กซิโก-รวมทั้งผู้นำของประเทศที่แข่ง สองประเทศสุดท้าย-กษัตริย์สเปนเสด็จพร้อมพระราชินี และนายกฯ Pedro Sanchezของสเปนที่เพิ่งถูกทรัมป์กระหน่ำให้สหรัฐฯ เลิกค้าขายทั้งสิ้นกับสเปนเป็นการลงโทษที่นายกฯ สเปนไม่ยอมเพิ่มงบกลาโหมในนาโตตามที่ทรัมป์ต้องการ และนายกฯ Sanchez ปฏิเสธไม่ร่วมมือ ที่จะให้สหรัฐฯ ใช้ทั้งน่านน้ำ น่านฟ้าของดินแดนสเปนเป็นที่ตั้งหรือพักของกองกำลังสหรัฐฯ ในการทำสงครามร่วมกับอิสราเอลในการเปิดสงครามถล่มอิหร่าน

น่าจะเป็นบรรยากาศที่กระอักกระอ่วนในการชมการแข่งขันระหว่างผู้นำเหล่านี้ที่มีเรื่องหนักๆ ด้านการเมือง และเศรษฐกิจที่มีแนวคิดเห็นไม่ตรงกัน

ปธน.Milei ของอาร์เจนตินา ไม่ได้มาร่วมด้วย บอกว่าถือเคล็ดอาถรรพ์ว่า ถ้ามาละก็อาจทำให้ทีมอาร์เจนตินาแพ้ก็ได้…แต่ปรากฏว่า ขนาดเขาไม่มาร่วมชมในสนามแข่ง-ทีมอาร์เจนตินาก็แพ้อย่างบางคนว่า ไม่น่าเชื่อว่า ขนาดลูกบอลเข้าทางแล้ว แต่ก็เตะไม่เข้าประตูสักที!!

ปธน.Milei ได้รับฉายาว่าเป็นทรัมป์แห่งอาร์เจนตินา ที่มีนโยบายคล้ายทรัมป์มาก และเป็นผู้นำต่างประเทศเพียงไม่กี่รายที่ไปร่วมในงานพิธีสถาปนาสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของทรัมป์ (อีกผู้นำมาจากอิตาลี)...แต่ไม่แน่ใจว่า ไม่อยากพบหน้าทรัมป์รึเปล่า เพราะได้ขายถั่วเหลืองจำนวนมหาศาลให้แก่จีน ในฤดูเก็บเกี่ยวนี้ ทั้งๆ ที่สหรัฐฯ กำลังกดดันจีนให้ซื้อถั่วเหลือง, ข้าวโพด ซึ่งจีนใช้เป็นไม้ตายปฏิเสธไม่ซื้อจากสหรัฐฯ(จากเกษตรกรอเมริกันที่เป็นฐานเสียงของทรัมป์นั่นเอง) หลังจากทรัมป์สั่งเพิ่มภาษีนำเข้าจากจีนสูงถึง 140 เปอร์เซ็นต์ในปีที่แล้ว

สำหรับแคนาดาและเม็กซิโกก็กำลังอยู่ในช่วงที่กษัตริย์ทรัมป์ประกาศไม่ต่ออายุข้อตกลงการค้า USMCA ซึ่งกำลังครบรอบ 6 ปีที่อาจจะต้องมีการทบทวน (อายุของข้อตกลงคือ 16 ปี-เริ่ม 1 ก.ค. 2020 ครบ 2036) โดยทรัมป์บอกว่า จะต้องทบทวนขนานใหญ่เพราะสหรัฐฯ เสียเปรียบทั้งสองประเทศมาก (ทั้งๆ ที่ตอนที่เขาฉีกข้อตกลงเดิมคือ NAFTA นั้น ช่วงทรัมป์ 1.0 เขาบอกว่าข้อตกลง USMCA เป็นข้อตกลงที่ดีเยี่ยมที่สุดในโลก ดีกว่า NAFTA มากมาย และสหรัฐฯ ได้ประโยชน์เต็มที่!!)

ความเป็นอันธพาลของทรัมป์คือ การใช้กฎหมาย IEEPA เพื่อลงโทษทั้งแคนาดาและเม็กซิโกในการประกาศวันปลดแอก 2 เมษาฯ ปีที่แล้ว โดยคิดเพิ่มภาษีนำเข้าโหดกับทั้งแคนาดาและเม็กซิโก-กล่าวหาว่าเป็นต้นตอให้สาร Fentanyl ทะลักเข้าสหรัฐฯ และทำให้คนอเมริกันต้องตายมากมาย...รวมทั้งรายการสินค้าหลายรายการใน USMCA ก็ถูกยกเลิกเพื่อเพิ่มภาษี Reciprocal Tariffs ด้วย

หลังพบกันระหว่างทรัมป์กับนายกฯ แคนาดา มาร์ก คาร์นีย์ ในการชมการแข่งขัน ทรัมป์ก็อำมหิตพอที่ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าต่อสินค้าจากแคนาดาสูงถึง 50% อีก เพื่อตอบโต้กับการที่แคนาดาตอบโต้ต่อทรัมป์ที่ประกาศก่อนเรื่องภาษีนำเข้า-ซึ่งแคนาดาได้ประกาศขึ้นภาษีตอบโต้สินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ตั้งแต่ปีที่แล้วคือ รถยนต์, สินค้าผลิตภัณฑ์นมและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (เช่น วิสกี้ Bourbon ที่มีชื่อเสียงมาจากรัฐเคนตักกี้)

ครั้งล่าสุดนี้ ทรัมป์ประกาศรายชื่อสินค้าผลิตที่แคนาดาที่จะถูกเก็บภาษี 50% มีหลายรายการอยู่ที่ USMCA ด้วยซ้ำ ได้แก่ เหล้าไวน์, ซีเมนต์, ผลิตภัณฑ์จากนม, เฟอร์นิเจอร์, ผมปลอม (Synthetic Wigs), และไม้เหล็กที่ใช้ในกีฬา IceHockey โดนก่อนหน้านี้ สินค้าหลักของแคนาดาที่โดนคิดภาษีโหดเมื่อปีที่แล้วคือ เหล็ก, อะลูมิเนียม, ไม้, น้ำผึ้ง เป็นต้น

ตั้งแต่นายกฯ มาร์ก คาร์นีย์ เข้ามารับตำแหน่งหลังชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย (และผิดคาดจากโพลที่คะแนนนำเดิมจะเป็นผู้สมัครที่ได้รับฉายาว่า ทรัมป์แห่งแคนาดา) เขาได้หาเสียงโดยหันหน้าชนกับทรัมป์เต็มที่ โดยแคนาดาจะไม่ยอมเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ...และได้กระตุ้นให้ชาวแคนาดาเลิกใช้สินค้าจากสหรัฐฯ-ขนาดสินค้าสหรัฐฯ บนชั้นตามห้างต่างๆ หายไปเกลี้ยง

และนายกฯ มาร์ก คาร์นีย์ ได้เดินสายไปเคาะประตูคู่ค้าใหม่ๆ ที่แคนาดาจะร่วมมือด้านพันธมิตรการค้าเช่น จีน, อินเดีย, ญี่ปุ่น, อาเซียน...เป็นต้น ถึงขนาดเสนอขายพลังงานทั้งน้ำมันดิบ, LNG, แก่หลายประเทศในเอเชีย-ช่างเหมาะเวลาพอดีกับสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มอิหร่าน ทำให้ประเทศในเอเชียไม่สามารถซื้อน้ำมันที่ถูกกักอยู่ในอ่าวเปอร์เซียได้-แคนาดาได้ขายพลังงานโดยเปิดตลาดใหม่ (ขายแข่งกับสหรัฐฯ ด้วยซ้ำ) ข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกมายังญี่ปุน, เกาหลีใต้, จีน, อินเดีย และบางประเทศในอาเซียน อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

แคนาดามีแร่ธาตุจำเป็นมากมายซึ่งก็สามารถขายให้กับคู่ค้าใหม่ข้ามแปซิฟิกได้เช่นกัน

อันธพาลทรัมป์พูดอย่างเยาะเย้ยถากถางนายกฯ มาร์ก คาร์นีย์ ว่า แคนาดาไร้น้ำยา, ไร้อาวุธที่จะสู้กับจักรวรรดิอังกฤษ ไม่เหมือนสหรัฐฯ ที่สามารถปลดแอกออกมาได้ถึง 250 ปีที่แล้ว (ความจริงชาวฝรั่งเศสที่บุกเบิกเข้ามายึดครองแคนาดาตั้งแต่ก่อนอาณานิคม 13 แห่งของอังกฤษจะประกาศเอกราชนั้น พวกเขาเป็นชาวคาทอลิกที่ไม่เหมือนกับชาวอาณานิคมอังกฤษที่อเมริกาที่เป็น Protestant จึงไม่ได้ร่วมกับ 13 อาณานิคมอังกฤษที่สู้กับรัฐบาลและกษัตริย์อังกฤษ-ต่อมาชาวอังกฤษที่ไม่พอใจกับประเทศใหม่ของปธน.จอร์จ วอชิงตัน ก็ได้อพยพไปอยู่ในแคนาดาจนถึงปัจจุบัน)

นายทรัมป์ยังเดินหน้าพยายามกดดันให้แคนาดาเข้ามาอยู่เป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ ตามนโยบาย Donroe Doctine ที่กำลังสร้างความไม่พอใจอย่างยิ่งแก่ประชาชนในแคนาดา รวมทั้งในสวนหลังบ้างของสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นเวเนซุเอลาหรือคิวบา เป็นต้น โดยทรัมป์ยังพยายามเข้าไปยึดครองดินแดนในอเมริกากลาง อเมริกาใต้อย่างไม่เลิกรา ทั้งกดดันด้านเศรษฐกิจ และยังจะใช้กำลังแสนยานุภาพเข้ายึดครองด้วย

แต่นายกฯ มาร์ก คาร์นีย์ ก็ไม่ธรรมดา ถึงกับฉีกโพลที่สะท้อนว่า คู่แข่งของเขาจะชนะเป็นการพลิกโผ เพราะเขาเป็นผู้นำที่ประชาชนส่วนใหญ่ศรัทธาในต้นทุนการเมืองที่โปร่งใส-เคยเป็นถึงผู้ว่าธนาคารกลางแห่งแคนาดา ที่นำพาชาติอยู่รอดปลอดภัยมาจาก Hamburger Crisis เมื่อเพื่อนบ้านขนาดยักษ์อย่างสหรัฐฯ เผชิญกับ Great Recessionเมื่อปี 2009

และเขาก็นั่งเป็นผู้ว่าธนาคารกลางอังกฤษยาวถึง 7 ปี 2013-2020 เป็นชาวต่างชาติคนแรกที่ดำรงตำแหน่งนี้ ได้ออกมาเตือนความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจอังกฤษในการออกจากอียู ในช่วง Brexit ที่ช่วยชาติอังกฤษไม่ให้ล้มละลายทางเศรษฐกิจด้วยเช่นกัน

ความน่าเชื่อถือและการจริงจัง, จริงใจของเขานั้น เป็นคนละชั้นกับบุคคลที่ล้มละลายทางความน่าไว้วางใจอย่างทรัมป์ ที่เป็นไม้หลักปักขี้เลน และโกหกอยู่ทุกนาที จนมีฉายาว่า Pathological Liar คือ ความวิกลจริตที่ต้องโกหกตลอดเวลา…ต่อคนใกล้ชิดในครอบครัวตัวเอง (ภรรยาต้องหย่าถึง 2 คน) ต่อสังคมที่ตนอยู่ร่วมและต่อประเทศชาติ ตลอดจนต่อมนุษย์ทุกชาติบนโลกใบนี้

นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า แคนาดาเป็นต้นกำเนิดของกีฬา Ice Hockey ซึ่งเป็นกีฬาที่หนักมาก และชาว Ice Hockey จะมีแต่สู้สู้ โดยไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ซึ่งศึกที่กำลังโดนอันธพาลทรัมป์เล่นงานขณะนี้ น่าจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี