xs
xsm
sm
md
lg

“ทรัมป์บ้า” ไม่ใช่ “บ้าไปแล้ว” แต่อาจถึงขั้น “บ้าตาย” เอาง่ายๆ!!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทับทิม พญาไท


โดนัลด์ ทรัมป์
เปิดฉากสัปดาห์นี้...ยังไงคงเลี่ยงไม่พ้นที่จะต้องหันไปสำรวจ ตรวจสอบ “สุขภาพจิต”ของ “ทรัมป์บ้า” ผู้นำอเมริกาไว้ก่อนเป็นอันดับแรกนั่นแหละทั่น!!! เพราะภายใต้ความแก่-ความชรา อายุ-อานามปาเข้าไป 80 กว่าๆ แถมยังมือบวม-ขาบวม เพราะเข็มฉีดยา หรือเพราะโรคภัยใดๆ ก็ตามที แต่ครั้นดึกๆ ดื่นๆ เที่ยงคืน ตีสี่-ตีห้า...ยังดันลุกขึ้นมาโพสต์โน่น โพสต์นี่ ที่ส่อให้เห็นความบ้า-ความเพ้อ ไม่ว่าเรื่องอิหร่าน เรื่องพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม เรื่องงูเห่าหรือ “ผู้ทรยศ” ในพรรคการเมืองของตัวเอง ไปจนเรื่องสระน้ำ เรื่องห้องบอลรูม ฯลฯ เรียกว่า...ถ้าหากเป็นปุถุชนคนธรรมดา ป่านนี้ญาติมิตรคงรวบตัวไปพักรักษาที่ปากคลองสาน หรือที่ใดๆ ก็แล้วแต่...

คือการต้องเจอกับ “แรงกดดัน” ทั้งการเมืองในประเทศ-นอกประเทศ แบบชนิดหาทางออก-ทางไปใดๆ แทบไม่เจอ หรืออย่างที่นักวิเคราะห์ระดับโลกหลายรายต่างเห็นพ้องต้องกันว่า สถานภาพของประธานาธิบดีสหรัฐฯ หรือผู้นำสูงสุดของโลกรายนี้ แทบไม่ต่างอะไรไปจากผู้ที่อยู่ใน “ห้องมืด” อะไรทำนองนั้น ได้แต่คลำไป-คลำมา พยายามหาหนทางที่จะทำให้ตัวเองพอประคองตัวรอด แต่กลับเจอแค่ทางออกที่กลายเป็น “ทางตัน” ไปแทบทุกเรื่อง ทุกกรณี โดยเฉพาะการคิดจะถอนตัวจาก “สงครามอิหร่าน” ที่ผู้คนแทบทั้งโลกต่างเห็นพ้อง ต้องกัน ว่า “กองทัพแห่งศตวรรษที่20” ของอเมริกานั้นประสบความพ่ายแพ้ต่อ “ขีปนาวุธแห่งศตวรรษที่21” ของอิหร่าน แบบไม่ต้องเสียเวลาต่อรองใดๆ อีกต่อไปแล้ว!!!

แต่การยอมรับความพ่ายแพ้ การหาทางสิ้นสุด ยุติสงครามโง่ๆ ที่ตัวเองถูกพันธมิตรอันศักดิ์สิทธิ์อิสราเอลชักลาก ชักจูง ให้ต้องไปติด “กับดัก” จนไม่รู้ว่าจะเดินหน้าหรือจะถอยหลังดี เอาไป-เอามาแล้ว...มันออกจะ “ไม่ง่าย” กันสักเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะเมื่อ “ผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า” ตัวเอง ไม่ใช่เพียงแค่ผู้ที่สามารถควบคุมและยึดครองช่องแคบ Hormuz” เส้นทางการขนส่งน้ำมันโลก 20 เปอร์เซ็นต์ อย่างอิหร่านเท่านั้น แต่ยังหมายถึงศัตรู-คู่กัดของอิหร่านอย่างอิสราเอลอีกด้วยต่างหาก จะโดยอิทธิพล บารมีของบรรดานักธุรกิจชาวยิวที่รายรอบอยู่ในคณะบริหารรัฐบาลโดย “แฟ้มลับเอปสตีน” ฯลฯ หรืออะไรต่อมิอะไรก็แล้วแต่ ที่ทำให้ความพยายามที่จะหา “จุดลงตัว”กับอิหร่านของอเมริกา แทบเป็นไปไม่ได้เอาเลยแม้แต่น้อย หรืออย่างที่ “ไอ้ถ่อย” อย่าง “นายItamar Bem-Gvir” รัฐมนตรีความมั่นคงอิสราเอล ออกมาชี้แนะ ชี้นำนายกรัฐมนตรีตัวเองว่า... “นี่คือจังหวะเวลาที่เราจะบอกกับเพื่อนเราว่า...ไม่!!!” อะไรทำนองนั้น...

ด้วยเหตุนี้...ก็เลยไม่ใช่แค่ข่าวลือ หรือข่าวปล่อยแต่อย่างใด ที่ผู้นำอเมริกาอย่าง “ทรัมป์บ้า” ต้องขึ้นพ่อ ขึ้นแม่ ต้อง “แม่เ-ด...เ-ดแม่” ทั้ง Fuck”ทั้ง Ass” ใส่นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ระหว่างการพูดคุยโทรศัพท์เมื่อไม่กี่วันมานี้ เพราะระหว่างการให้สัมภาษณ์ The New York Post” เมื่อช่วงวันพุธที่ผ่านมา(3 มิ.ย.) “ทรัมป์บ้า” ก็ยอมรับสารภาพอย่างตรงไป-ตรงมาว่าได้พูด ได้ด่า ผู้นำอิสราเอลด้วยถ้อยคำที่ว่าจริงๆ อันเนื่องจาก “ผมไม่สบายใจเล็กน้อย...ที่เห็นเขายังกระเหี้ยนกระหือรือที่จะต่อสู้กับพวก Hezbollah ในเลบานอน” แต่ก็นั่นแหละ...ถ้าหาก “ไอ้เหี้ย...มม์ม์ม์” อย่าง “นายBenjamin Netanyahu” บอกว่า “ไม่!!!” ซะอย่าง ผู้นำโลกหรือประธานาธิบดีอเมริกันอย่าง “ทรัมป์บ้า”จะไปทำอะไรได้ แนวโน้มที่สงครามอิหร่านกับอเมริกาและอิสราเอล จะ “ลากยาวว์ว์ว์” จนอาจฉุดกระชากโลกทั้งโลกให้ต้องตกนรก หมกไหม้ ตามไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้ จึงมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ!!!

เพราะอย่างที่นักวิเคราะห์ระดับโลก “พันเอกDouglas Macgregor” ท่านได้วาดภาพ วาดจินตนาการให้เห็นกันพอคร่าวๆ ไปแล้วนั่นแหละว่า “คลังน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์” ของอเมริกาน่าจะหมดเกลี้ยงถัง ภายในไม่เกินเดือนกรกฎาฯ หรือสิงหาฯ เป็นอย่างช้า โอกาสที่ราคาน้ำมันในอเมริกาจากประมาณ2 ดอลลาร์ต่อแกลลอนที่ขึ้นไปถึง 3-4 ดอลลาร์ต่อแกลลอนไปแล้วในทุกวันนี้ อาจพุ่งทะลุเพดาน ทะลุหลังคา ไปถึง 6-7 ดอลลาร์ต่อแกลลอนเอาเลยก็ไม่แน่ และนั่นน่าจะทำให้ “อัตราเงินเฟ้อ” พุ่งไปถึงอวกาศ ยิ่งถ้าคิดจะสกัดกั้นด้วยการ “ขึ้นอัตราดอกเบี้ย” ก็ยิ่งจะส่งผลให้ “วิกฤตการเงิน” ในอเมริกาและตลอดไปจนทั่วทั้งโลก อุบัติขึ้นมาอย่างมิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้ หรือทำให้ “อภิมหาวิกฤตเศรษฐกิจโลก” ช่วงปี ค.ศ.1920-1930 ที่รู้จักกันในนาม The Great Depression” เมื่อเกือบ 100 ปีที่แล้ว กลายเป็นเรื่อง “เด็กๆ” ไปโดยฉับพลันทันที เพราะครั้งนั้น...เศรษฐกิจโลกเกิดอาการหดตัวเพียงแค่ 20 เปอร์เซ็นต์จากภาวะดังกล่าว แต่คราวนี้...โอกาสที่จะหดถึง 30 เปอร์เซ็นต์มีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ...

นี่...น่าเกลียดน่ากลัว น่าขนลุก-ขนพอง ไปถึงขั้นไหน? ก็ลองไปหลับตาจินตนาการเอาเองก็แล้วกัน แต่แม้กระทั่งทุกวันนี้ ผู้อำนวยการบริหาร WFP”(World food Program) ของสหประชาชาติ อย่าง “นายCarl Skau” ก็ได้ออกมาให้ข้อสรุปเอาไว้แล้วล่วงหน้า เมื่อช่วงวันพฤหัสฯ ที่ผ่านมา(4 มิ.ย.) ว่าถ้าหาก “ราคาน้ำมัน” ยังคงสูงไปถึง 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจนถึงช่วงเดือนกรกฎาคม โอกาสที่มนุษย์ตาดำๆประมาณ45 ล้านคนเป็นอย่างน้อยในแถบเอเชียตะวันตกและแอฟริกาจะอดอยาก-ปากแห้งถึงขั้น “อดตาย” เอาเลยก็เป็นได้!!! ไม่ว่าในตะวันออกกลาง ในโซมาเลีย อัฟกานิสถาน ศรีลังกา ฯลฯ เหล่านี้ เป็นต้น...

ทั้งนั้น ทั้งนี้...ก็เพราะพันธมิตรอันศักดิ์สิทธิ์ของคุณพ่ออเมริกาอย่างอิสราเอล ท่านไม่คิดจะจบ ไม่คิดจะเลิกเหี้ยม เลิกห้าวและเลิกถ่อย เอาง่ายๆ ความพยายามที่จะรุกคืบข้ามแม่น้ำ Litani” เข้าไปยึดป้อมปราสาท Beaufort” ในเลบานอนภาคใต้ ขยายเขตยึดครองในฉนวนกาซาออกไปให้ได้ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ผนวกดินแดนเวสต์แบงก์และค่อยๆกลืนดินแดนซีเรียมาเป็นส่วนหนึ่งของ The Greater Israel” ให้จงได้ แม้จะต้องเตรียมรับมือกับกองทัพตุรกี หรือกองทัพอียิปต์ เป็นรายต่อไปก็ตามที่เรียกว่า...ไปไกลถึงขั้นนายกรัฐมนตรีอิสราเอลถึงกับพยายามเสนอ “แนวคิด” ต่อรัฐสภาสหรัฐฯ ให้รวมเอากองทัพอิสราเอลและกองทัพอเมริกาให้กลายเป็นหนึ่งเดียว อันจะส่งผลให้ America First”ต้องกลายเป็น Israel First” อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้ อันนี้...ก็น่าจะยิ่งทำให้ผู้นำโลก ประมุขโลก อย่าง “ทรัมป์บ้า”อาจถึงขั้น “บ้า...ตาย!!!” เอาเลยก็ไม่แน่...

ด้วยเหตุนี้...จึงไม่ถึงกับน่าแปลกใจมากมายสักเท่าไหร่ ที่ผู้นำอเมริกาจะลุกขึ้นมาตอนดึกดื่น เที่ยงคืน ตีสี่ ตีห้า หลับไม่ไหว หลับไม่ลง ต้องหยิบมือถือขึ้นมาโพสต์โน่น โพสต์นี่ไปตามมี-ตามเกิด แต่ถึงจะ f***ing cracy” ก็แล้วsaving your ass” ก็แล้ว แต่ถ้าหากผู้ที่ถือ “แฟ้มลับเอปสตีน” อยู่ในมือ อย่าง “ไอ้เหี้ย...มม์ม์ม์-Benjamin Netanyahu” ไม่คิดจะเออออห่อหมก ด้วยซะอย่าง โอกาสที่ “ทรัมป์บ้า” จะ “บ้า...ตาย” ไม่ใช่แค่ “บ้า...ไปแล้ว” ย่อมมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ...

คือถึงแม้ “โลกทั้งโลก” จะ “เกลียดอิสราเอล”ไปถึงขั้นไหน? เหมือนอย่างที่ “ทรัมป์บ้า” ได้สรุปเอาไว้แล้วนั่นแหละว่า Everybody hates you now. Everybody hates Israel because of this.” ประเทศถึง 65 ประเทศพร้อมใจกัน “ออกแถลงการณ์” ไม่ว่ายุโรป เอเชีย ไปจนโลกอิสลาม ฯลฯ ทั้งด่า ทั้งประณาม ทั้งเรียกร้องให้หาทางเล่นงานประเทศอิสราเอล ไม่ว่าในกรณีฉนวนกาซา เวสต์แบงก์ เลบานอน ที่ต่างแสดงให้เห็นถึงการล่วงละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ กฎระเบียบในการ “อยู่ร่วมกันโดยสันติ” อย่างไม่คิดสนใจไยดี เอาเลยแม้แต่น้อย แต่ก็นั่นแหละ...ในเมื่อ “เชือก” ที่ใช้ล่าม ใช้ลาก ใช้จูง “สุนัขบ้า” อยู่ภายในอุ้งมือของอิสราเอลโดยเบ็ดเสร็จและเด็ดขาด โอกาสที่บรรดาลูกหลานชาวยิวทั้งหลาย จะยอมลด-ละ-เลิกจาก “จังหวะนาทีทอง” เช่นนี้ ย่อมยากที่จะเป็นไปได้ง่ายๆ ด้วยเหตุนี้...บรรดาเราๆ-ทั่นๆ ทั้งหลาย ที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ หรือไม่เกี่ยวอะไรด้วยเลย อาจต้องเตรียมตัว เตรียมใจ รับมือกับ “อภิมหาวิกฤตเศรษฐกิจ” ระดับโลก อีกไม่ใกล้-ไม่ไกลนับจากนี้ อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้เลย...