xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

พระราหูพลังจักรวาล เทพเทวดานพเคราะห์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



คอลัมน์ศิลปะแห่งศรัทธา
โดย Artmulet


คติความเชื่อในการบูชาเทวดานพเคราะห์ถือเป็นวัฒนธรรมความเชื่อที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับทาง โหราศาสตร์  การปรากฏหลักฐานที่เป็นประติมากรรมรูปเคารพเทวดานพเคราะห์คือทั้ง พระอาทิตย์ พระจันทร์ พระอังคาร พระพุธ พระพฤหัสบดี พระศุกร์ พระเสาร์ พระราหู และพระเกตุ นอกจากจะสะท้อนให้เห็นถึงความศรัทธาในการบูชาเทวดานพเคราะห์แล้ว รูปเคารพดังกล่าวนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อ และพิธีกรรมที่แฝงอยู่ในประติมากรรมเทพนพเคราะห์เหล่านี้อีกด้วย ซึ่งมีนัยยะเกี่ยวเนื่องถึงทั้งทางดาราศาสตร์ โหราศาสตร์ ไสยศาสตร์ รวมถึงศาสนาความเชื่ออย่างยากที่จะแยกออกจากกันได้

การนับถือ เทวดานพเคราะห์ นั้นสันนิษฐานว่า น่าจะมีคติการนับถือบูชาที่อาจส่งผ่านความเชื่อต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์ ซึ่งปรากฏหลักฐานคติในการบูชาเทพนพเคราะห์ที่เกิดจากความเชื่อในทางโหราศาสตร์อย่างชัดเจน ดังเช่นที่ได้พบรูปเคารพเทวดานพเคราะห์ทั้งที่เป็นประติมากรรมแบบลอยตัว และเป็นประติมากรรมที่มีลักษณะเป็นแผ่นแบนที่ใช้สำหรับเสียบยอดบัตรพลีในพิธีบูชาเทวดานพเคราะห์

การบูชาเทวดานพเคราะห์ในราชสำนักมีปรากฏอยู่หลายพิธี ซึ่งเป็นพิธีกรรมที่จัดขึ้นตามตำรามหาทักษา อันเป็นคติความเชื่อเกี่ยวกับช่วงชะตาชีวิตของแต่ละบุคคล ที่จะมีเทวดาพระเคราะห์หมุนเวียนกันมามีบทบาทหรือเข้ามาควบคุมชะตาชีวิต ซึ่งพระเคราะห์แต่ละองค์ก็จะมี  “กำลัง”  อันหมายถึงระยะเวลาที่แต่ละพระเคราะห์จะเสวยอายุหรือจำนวนปีที่ไม่เท่ากัน เช่น ถ้าพระอาทิตย์เข้ามาเสวยอายุ พระอาทิตย์จะมีกำลัง ๖ จึงเสวยอายุอยู่ ๖ ปี เป็นต้น

ตำรามหาทักษาเป็นตำราที่ว่าด้วยการกำหนดระยะเวลาของการเข้ามาเสวยอายุของดาวหรือเทพนพเคราะห์ที่มีลำดับก่อนหลังตามผังภูมิ ซึ่งกำหนดเวลาตามกำลังวันประจำแต่ละองค์ โดยระหว่างช่วงเวลาเสวยอายุของแต่ละนพเคราะห์ก็อาจจะมีพระเคราะห์องค์อื่น ๆ เข้ามาแทรกได้ ดังเช่นที่มักจะมีคำกล่าวให้ได้ยินอยู่เสมอๆที่ว่า “พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก” เป็นต้น
การจัดพิธีบูชาเทวดานพเคราะห์จึงมีได้ ทั้งในช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนผ่านเทวดาเสวยอายุเป็นองค์ใหม่หรือที่เรียกว่า “เปลี่ยนทักษา” และในบางโอกาสเมื่อเทพนพเคราะห์องค์อื่นเข้ามาแทรกก็อาจจะทำให้ดวงชะตาแตกได้ จึงมักจะมีพิธีสะเดาะเคราะห์ หรือพิธีบูชานพพระเคราะห์เพื่อป้องกันบรรเทาเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้ ตามคติความเชื่อทางหลักของโหราศาสตร์ไทย

คัมภีร์เฉลิมไตรภพได้กล่าวถึงการกำเนิดขึ้นของเทพนพเคราะห์ไว้ดังนี้ว่า พระอิศวรทรงสร้างโลกขึ้นใหม่ภายหลังไฟบรรลัยกัลป์ โดยได้นำสิ่งต่าง ๆ ตามกำลังของแต่ละพระเคราะห์นั้นมาบดแล้วป่นเป็นผง จากนั้นจึงห่อด้วยผ้าสีต่าง ๆ แล้วเสกด้วยพระเวทพร้อมกับประพรมด้วยน้ำอมฤต จนเกิดเป็นเทวดานพเคราะห์ทั้ง ๙องค์ ดังนี้คือ
พระอาทิตย์สร้างจากราชสีห์ ๖ ตัว ที่ห่อด้วยผ้าสีแดง พระจันทร์สร้างจากเทพธิดานางฟ้า ๑๕ องค์ ที่ห่อด้วยผ้าสีขาวนวล พระอังคารสร้างจากกระบือ ๘ ตัว ที่ห่อด้วยผ้าสีชมพู พระพุธสร้างจากช้าง ๑๗ เชือก ที่ห่อด้วยผ้าสีเขียว พระพฤหัสบดีสร้างจากฤษี ๑๙ ตน ที่ห่อด้วยผ้าสีส้มหรือสีเหลือง พระศุกร์สร้างจากโค ๒๑ ตัว ที่ห่อด้วยผ้าสีฟ้าหรือสีคราม พระเสาร์สร้างจากเสือ ๑๐ ตัว ที่ห่อด้วยผ้าสีดำ พระราหูสร้างจากหัวผีโขมด ๑๒ หัว ที่ห่อด้วยผ้าสีทองสัมฤทธิ์ พระเกตุสร้างจากพญานาค ๙ ตน ที่ห่อด้วยผ้าสีทองแดง


สำหรับพระราหูอสูรเทพแห่งเงา ผู้เปี่ยมด้วยพลัง และเป็นจุดเปลี่ยนแห่งมหาจักรวาล ตามทำเนียบโหราศาสตร์ไทยถือเป็นหนึ่งในนพเคราะห์ที่โดดเด่น และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พระราหูนี้มิใช่ดาวเคราะห์ที่มีมวลสารเป็นหินหรือก๊าซเช่นดาวดวงอื่น แต่เป็น จุดคราส หรือ เงา  ที่มีพลังงานมหาศาล พระราหูจึงมักถูกมองว่าเป็นตัวแทนแห่งความลึกลับซับซ้อน และมีอิทธิพลที่รุนแรงรวดเร็ว ประดุจดั่งพายุที่สามารถพลิกผันชะตาชีวิตของผู้คนจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ในชั่วพริบตา

เมื่อใดที่พระราหูให้โทษก็อาจนำพาชีวิตไปสู่สิ่งที่มืดบอด ลุ่มหลงมัวเมา และการตัดสินใจที่ผิดพลาดได้ แต่ถ้าพระราหูให้คุณก็จะบันดาลความร่ำรวย อำนาจวาสนามาให้แบบไม่คาดฝัน รวมถึงความคิดสร้างสรรค์แบบไร้ขีดจำกัด ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในระดับสากลได้ อีกทั้งยังสามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสในยามที่พระราหูอยู่ในตำแหน่งที่ดีหรือเรียกว่าอยู่ในช่วงที่ให้คุณอีกด้วย

ดังนั้นจึงมักจะมีพิธีกรรมการบูชาพระราหูและเทวดานพเคราะห์ตามวาระต่างๆ ทั้งในช่วงเวลาที่ดวงชะตาตก หรือเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านทักษา รวมถึงช่วงที่พระราหูย้ายราศีด้วย เพื่อถือเป็นการเสริมดวงชะตา ปัดเป่าอุปสรรคทั้งหลาย กลับร้ายให้กลายเป็นดีตามหลักของโหราศาสตร์ไทย และจากตำนานเรื่องราวของพระราหูรวมถึงเทพนพเคราะห์ ได้นำมาสู่การรังสรรค์องค์ พระราหูพลังจักรวาล ขึ้น โดยพระราหูองค์นี้นั้นจะปรากฏสัญลักษณ์ถึงเทวดานพเคราะห์ครบทั้ง ๙ พระเคราะห์ ทั้งนี้ เพื่อฝากไว้เป็นสมบัติอันล้ำค่าของคนไทยสืบไป