การกักตุนสินค้าหมายถึงการกักเก็บสินค้าไม่ปล่อยออกสู่ตลาด เพื่อหวังทำกำไรจากส่วนต่างระหว่างราคาเก่ากับราคาใหม่ โดยที่ผู้กักตุนอยู่ในวงการผลิตและจำหน่ายสินค้าประเภทสินค้าควบคุม และกำลังจะได้รับอนุญาตให้ขึ้นราคา และมีความใกล้ชิดกับคนในภาครัฐซึ่งรับผิดชอบในการพิจารณาให้ขึ้นราคา
ในทำนองเดียวกัน การกักตุนน้ำมันผู้ที่จะทำการกักตุนได้จะต้องอยู่ในวงการน้ำมัน และมีส่วนเกี่ยวข้องกับคนของรัฐซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับการบริหารธุรกิจพลังงาน จึงจะกล้าเสี่ยงทำการกักตุน
เครือข่ายธุรกิจน้ำมันที่มีส่วนในการกักตุนก็คือ โรงกลั่น คลังน้ำมัน และปั๊มน้ำมัน และโยงใยกับคนในภาครัฐจึงจะกักตุน และทำกำไรได้คุ้มค่าแก่การเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมายในข้อหากักตุนสินค้าควบคุม เพื่อป้องกันการขึ้นราคาแพงเกินจริง และป้องกันการขาดแคลน
ดังนั้น ในกรณีของน้ำมันที่ขาดแคลนก่อนที่รัฐบาลจะประกาศปรับราคา เนื่องจากน้ำมันในตลาดโลกขึ้นราคา อันเนื่องมาจากสงครามในตะวันออกกลาง ก็ทำนองเดียวกันคือ ขาดแคลนเนื่องจากการกักตุน เพื่อหวังทำกำไรจากส่วนต่างของน้ำมันในสต๊อก ซื้อมาในราคาเก่า แต่ขายในราคาใหม่
ส่วนว่าการกักตุนจะเกิดจากส่วนไหนของเครือข่ายของธุรกิจน้ำมัน ซึ่งประกอบด้วยโรงกลั่น คลังน้ำมัน และปั๊มน้ำมันเป็นหน้าที่ของรัฐจะต้องทำการสืบสวน และนำผู้กระทำผิดมาลงโทษ
อันที่จริงปัญหาการกักตุนน้ำมันป้องกันได้ถ้ารัฐบาลมีศักยภาพในการบริหาร และดำเนินการอย่างโปร่งใส ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง ดังเฉกเช่นที่โสภณ สุภาพงษ์ ได้เขียนไว้คือ การตรวจวัดปริมาณน้ำมันสต๊อกของโรงกลั่น คลังน้ำมัน และปั๊มเพื่อให้รู้ว่ามีปริมาณเท่าใด และให้ขายในราคาเก่าจนหมดและจากวันที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกขึ้นราคาถึงวันที่น้ำมันในประเทศขาดแคลนยังไม่ถึง 3 เดือน น้ำมันขาดแคลนได้อย่างไร ถ้าไม่มีการกักตุน
การที่รัฐบาลออกข่าวจะมีการปรับราคาน้ำมันใหม่มีระยะห่างจากวันที่ขึ้นราคานานพอที่จะเปิดช่องให้ผู้ประกอบการกักตุน
รัฐบาลได้แต่งตั้งบุคคลที่เคยเป็นเจ้าของธุรกิจขายน้ำมัน ทำให้เกิดข้อกังขาว่าเกี่ยวข้องกับการกักตุนหรือไม่อย่างไร
ด้วยเหตุปัจจัยข้างต้น รัฐบาลจะต้องทำเรื่องนี้ให้กระจ่าง และถ้าพบว่ามีการกักตุนจริง จะต้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และตรงไปตรงมา ไม่มีการเลือกปฏิบัติเพราะการกักตุนน้ำมันกระทบต่อเศรษฐกิจและประชาชนโดยรวม จึงเข้าข่ายเป็นอาชญากรรมเศรษฐกิจ


