น้ำมันดิบโลกราคาดิ่งลงทันที 12-15% หลังจากมีการแจ้งใน Truth Social ของจักรพรรดิทรัมป์ว่า เขาได้ตกลงให้มีการหยุดยิงสองอาทิตย์ ตามการประสานงานเล่นบทกาวใจของผู้นำปากีสถานที่เขาขอขอบคุณ...ทั้งนี้ ทางอิหร่านจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือผ่านไปมาได้
ผู้นำปากีสถานก็ได้ออกแถลงการณ์ว่า ข้อตกลงหยุดยิงนี้ จะใช้สำหรับประเทศสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมทั้งพันธมิตรของทั้งสองประเทศนี้...หมายถึงกลุ่มฮูตีด้วย...แม้ว่าจะมีข่าวเล็ดลอดออกมาว่า ผู้นำอิสราเอลบอกกับ ครม.ของเขาว่า ข้อตกลงนี้ไม่รวมถึงเลบานอนที่อิสราเอลจะยังคงโจมตีต่อไป
ฝ่ายอิหร่านโดย รมต.ต่างประเทศได้ประกาศเป็นชัยชนะของอิหร่าน ที่สามารถรักษาทั้งโรงงานไฟฟ้าทุกๆ โรง รวมทั้งสะพานทั้งหลาย และที่สำคัญคือ อารยธรรม 5 พันปีที่เขาได้พิทักษ์และสืบต่อกันมา ซึ่งมีจับต้องได้เป็นสมบัติล้ำค่าของชาติ ไม่ว่าจะเป็นปราสาทราชวังทั้งหลาย รวมทั้งศาสนสถานโบราณ และพิพิธภัณฑ์โบราณสถานมากมายที่ได้เริ่มถูกทำลายลงไปหลายแห่งแล้ว ตลอด 39 วันที่ถูกขีปนาวุธและระเบิดยิงเข้าใส่โดยไม่ยั้งมือจากสหรัฐฯ และอิสราเอล
หุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นมากมายในวันพุธที่ 8 เมษายน รับข่าวการหยุดยิงสองอาทิตย์ แต่นักวิเคราะห์จำนวนมากของทั้งโลก รวมทั้งนักวิชาการของอิหร่านต่างแสดงความกังวลว่า หลังสองอาทิตย์นี้ผ่านไป ทั้งสหรัฐฯ และอิสราเอลจะยังคงกลับมาถล่มอิหร่านเหมือน 39 วันก่อนหน้านี้หรือไม่ เพราะเอาแน่นอนกับจักรพรรดิทรัมป์ไม่ได้
เนื่องจากประวัติการเจรจาที่เพิ่งผ่านมาสดๆ ร้อนๆ คือ เมื่อเดือนมิถุนายนปี 2025 นั้น ทั้งสหรัฐฯ และอิสราเอลก็เป็นฝ่ายโจมตีก่อน ท่ามกลางการเจรจาที่กำลังดำเนินไปด้วยดี...ที่เรียกว่า สงคราม 12 วันนั่นแหละ...ช่วงนั้นเป็นการเจรจาที่สหรัฐฯ กดดันให้อิหร่านยินยอมที่จะหยุดพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
ในการโจมตีอิหร่านอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยเมื่อ 28 กุมภาพันธ์นั้น ก็เกิดขึ้นท่ามกลางการเจรจาที่กำลังดำเนินไปได้ด้วยดีเช่นกัน
เรียกว่า คำพูดของจักรพรรดิทรัมป์นั้น เชื่อถือไม่ได้ แทบไม่มีค่าใดๆ ที่จะหาความจริงใจได้ทั้งสิ้น เป็นแค่ลมเพลมพัด...ตามแต่ที่ตนเองจะตัดสินใจในขณะใดขณะหนึ่ง โดยไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจนที่วางอยู่บนหลักการใดๆ...และน่าจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนในการปั่นราคาทั้งหุ้น, บอนด์, ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ, ราคาทองคำ รวมทั้งคริปโตด้วย...ซึ่งมาจากข้อมูลภายในที่ตัวทรัมป์เองเป็นผู้ตัดสินในแต่ละวัน
ลูกๆ ของเขารวมทั้งคนใกล้ชิดในทำเนียบขาว หรือใน ครม.ของเขาต่างได้ประโยชน์เต็มที่จากการประเมินท่าทีการตัดสินใจของเขาต่อการกดดัน และการผ่อนคลายในทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการจะบุกเกาะกรีนแลนด์, การจะบุกจับผู้นำเวเนซุเอลา, การบุกโจมตีอิหร่านเมื่อสงคราม 12 วันในเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว และการบุกโจมตีอิหร่านในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่เพิ่งผ่านมา เป็นต้น
การสร้างกระแสกดดันจากคำพูดที่ดุดันก้าวร้าว, ไปขุดเอาถ้อยคำที่หยาบคายเยาะเย้ยถากถางมาด่าทอยั่วยุโทสะฝ่ายตรงข้าม...ทำให้สถานการณ์ดูน่าวิตก, น่ากลัว, ด้วยคำข่มขู่ชนิดจะทำลายล้างอารยธรรมของโลกให้แตกดับในวันเดียวให้ได้ทำเอาน้ำมันราคาพุ่งกระฉูด รวมทั้งราคาหุ้นก็ตกฮวบฮาบ...ทั้งโลก...เปิดทางให้จักรพรรดิทรัมป์และพรรคพวกลูกๆ หลานๆ เข้าซื้อหุ้นราคาถูกๆ เอาไว้ก่อน...พอทรัมป์หันมาเจรจาหยุดยิง...หุ้นก็ขึ้นจนทำเอาพวกเขาร่ำรวยมหาศาลไปตามๆ กัน
เวลาที่ทรัมป์และเนทันยาฮูโจมตีอิหร่านนั้น ก็ไม่ลังเลหรือยึดถือกฎเกณฑ์ในการทำสงครามที่จะไม่ทำร้ายหรือทำลายพลเรือน ซึ่งไม่ใช่ทหาร โดยเฉพาะคือ โรงพยาบาล, โรงเรียน, แหล่งน้ำ, สะพาน, โรงไฟฟ้า, แหล่งเพาะปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหาร รวมทั้งโบราณสถานแหล่งกำเนิดอารยธรรมและพิพิธภัณฑ์ทั้งหลาย เป็นต้น...ขนาดโป๊ป (ซึ่งเป็นคนอเมริกันด้วยซ้ำ) ยังออกมาประณามการยื่นคำขาดของทรัมป์ว่าจะทำลายอารยธรรม 5 พันปีของอิหร่านให้สิ้นซากใน 24 ชั่วโมง...โดยบอกว่า “รับไม่ได้จริงๆ” ต่อคำพูดของทรัมป์ดังกล่าว
ไม่เพียงการทำลาย-ทำลาย-ทำลายของทรัมป์ และเนทันยาฮู แต่ชีวิตทหารอเมริกันที่ถูกส่งไปปฏิบัติการแนวหน้า ก็จะเสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นด้วย
ซึ่ง สส., สว.อเมริกันบางส่วนได้มีการขยับขับเคลื่อนในสภาฯ เพื่อหาทางหยุดยั้งความบ้าระห่ำแบบฮิตเลอร์ของทรัมป์...โดยจะไม่ใช้วิธีการถอดถอน (Impeachment)ปธน.ทรัมป์ออกจากตำแหน่ง…เพราะเคยพยายามมาแล้วในสมัยทรัมป์ 1.0...แต่ก็ไปตกม้าตายในวุฒิสภา
ในขณะนี้ รีพับลิกันยังครองเสียงข้างมากทั้งสองสภาฯ...สส.เดโมแครตจึงหาทางใหม่โดยจะใช้การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 25 เป็นกุญแจที่จะหยุดยั้งอำนาจบ้าคลั่ง ไร้วุฒิภาวะ ไร้ศีลธรรมจรรยาบรรณของทรัมป์...โดยเรียกร้องให้รองปธน. J.D. Vance เรียกประชุม ครม.เพื่อขอมติประกาศปลดปธน.ทรัมป์จากข้อหาเข้าข่ายวิกลจริต ไร้ความสามารถ และถ้า ครม.มีมติเช่นนี้ออกมา ก็จะต้องนำไปสู่การลงคะแนนในสภาฯ ที่จะต้องการเสียง 2 ใน 3 ของสภาฯ ร่วม...แม้จะเป็นเส้นทางที่ดูจะมีความหวังริบหรี่ เพราะยังมี รมต.ส่วนมากหรือแทบทั้งหมด ที่ยังภักดีต่อทรัมป์...แต่ก็เริ่มมี สส., สว.พรรครีพับลิกันที่เริ่มเห็นความผิดปกติวิกลจริต, ไร้เหตุผล, เลอะเทอะของทรัมป์ เมื่อเขาประกาศจะทำลายอารยธรรม (ของอิหร่าน) ให้หมดสิ้นในพริบตาเดียว
ความเคลื่อนไหวของ สส., สว.เดโมแครต ครั้งนี้ น่าจะยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา แต่ก็เป็นสัญลักษณ์ที่จะปลุกชาวอเมริกันที่เป็นกลางๆ ให้ตื่นขึ้นมาเพื่อสกัดให้ สส., สว.รีพับลิกันคนที่ทรัมป์ให้การสนับสนุนจะสอบตกในการเลือกตั้งกลางเทอม (ในเดือนพฤศจิกายนปีนี้)
ทรัมป์เคยย้ำเสมอว่า เขาไม่ต้องการให้ใครเดาทางได้ว่า เขาจะตัดสินใจอย่างไร ซึ่งนั่นคือยุทธวิธีในการดำเนินธุรกิจของเขามาตลอด โดยใช้การกดดัน-กดดัน-กดดัน เพื่อให้คู่แข่งหรือศัตรูยอมจำนน และเขาต้องเป็นฝ่ายชนะอย่างเดียว
ครั้งนี้ที่มีการประกาศหยุดยิงสองอาทิตย์ และอิหร่านประกาศชัยชนะ-ฝ่ายทรัมป์ก็ประกาศชัยชนะเช่นกัน ซึ่งจะเป็นบันไดลิงสำหรับทรัมป์จะรีบยกทัพกลับสหรัฐฯ มาจัดการปัญหาที่บ้านก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม
บางทีความไม่แน่นอนของทรัมป์สะท้อนสัจธรรมทางพุทธศาสนา ที่เตือนสติชาวพุทธที่ว่า ความไม่แน่นอนคือ ความแน่นอนนั่นเอง


