xs
xsm
sm
md
lg

เมื่ออเมริกาใช้กฎแห่งป่า...ปล้นเวเนซุเอลา-วิ่งราวอิหร่าน!!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทับทิม พญาไท


อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน
ข้อสรุปของนักเขียนและอดีตเหยี่ยวข่าวอเมริกันรุ่นเก๋า อย่าง Seymour Hersh” ผู้เคยเปิดเผยเรื่องราวการสังหารหมู่ของทหารอเมริกัน ณ หมู่บ้าน My Lai” เมื่อครั้งสงครามเวียดนาม สำหรับการปล้นและเรียกค่าไถ่ต่อประเทศเวเนซุเอลาของผู้นำอเมริกันอย่าง “ทรัมป์บ้า” คราวนี้ ต้องเรียกว่า...ชัดเจนและตรงไป-ตรงมาเอามากๆ นั่นก็คือการ cut off China” หรือการตัดขาดคู่แข่งทางเศรษฐกิจอเมริกาอย่างคุณพี่จีน ให้หายวับไปจากอาณาบริเวณ Western Hemisphere” นั่นเอง!!!

โดยที่เหยี่ยวข่าวรุ่นลายคราม อายุปาเข้าไปเกือบ 90 รายนี้...ยังได้ฟันธงและฟันเฟิร์มไว้ด้วยว่า “เหยื่อ”รายต่อไปของคุณพ่ออเมริกา ย่อมหนีไม่พ้นไปจากคุณปู่อิหร่านอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้ และก็น่าจะเป็นไปตามการคาดการณ์ ทำนายทายทักของ Seymour Hersh”เขานั่นแหละ เพราะการ “ประท้วง” ของบรรดาชาวอิหร่านต่อปัญหาเรื่องเศรษฐกิจค่าเงิน ฯลฯ มันชักจะลุกลามบานปลาย-ปลายบาน กลายเป็นความพยายามโค่นล้ม “ระบอบปกครองอิสลาม” ภายใต้การนำของประมุขทางจิตวิญญาณAyatollah Seyyed Ali Khamenei” ตามแรงยุ แรงเชียร์ หรือตามคำป่าวประกาศของ “ทรัมป์บ้า” ก่อนหน้านี้ ว่าห้าม “ละเมิดสิทธิมนุษยชน” ห้ามยิงผู้ประท้วงโดยเด็ดขาด ไม่งั้น...อเมริกาที่เต็มไปด้วยปัญหาสิทธิมนุษยชน พร้อมแล้วที่จะ “แทรกแซงอิหร่าน” อันไม่ได้ต่างอะไรไปจากการ...“ใส่เสื้อแดง-แขวนกระดิ่ง-ปล้นตอนกลางวันแสกๆ” ต่อประเทศเวเนซุเอลา เพียงแต่อาจต่าง “กรรมวิธี” ไปมั่งเล็กๆ น้อยๆ...

อีกทั้งก่อนหน้านั้น “พันธมิตรอันศักดิ์สิทธิ์” อเมริกาอย่างอิสราเอล โดยนายกรัฐมนตรี Benjamin Netanyahu” ก็ได้เดินทางไปจับเข่า-จับหัวหน่าว “ทรัมป์บ้า”เป็นครั้งที่ 6 เข้าไปแล้ว การหมายหัว คิดจะเล่นงาน “ศัตรู-คู่กัด” อย่างอิหร่านให้จมกระเบื้อง จมธรณี ลงไปให้จงได้ จึงถูกแสดงออกอย่างโล่งโจ้ง สว่างจิต แบบไม่คิดจะแอบจิตอีกต่อไป หรือดังที่อดีตรัฐมนตรีกลาโหมและคณะมนตรีสงครามอิสราเอล “นายBenny Gantz” ออกมายุ ออกมาเชียร์ เมื่อช่วงวันอังคารที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่า “อิสราเอล...ต้องไม่คิดอึกอักลังเลใดๆ อีกต่อไป ในการเปลี่ยนระบอบปกครองอิสลามอิหร่านนับจากนี้” การประท้วงในอิหร่าน...มันจึงอาจไม่ต่างไปจากการ “วิ่งราว” แม้จะไม่เหมือนกับการ “ปล้นกลางแดด” แบบเวเนซุเอลาเท่าใดนัก...

แต่ก็นั่นแหละ...ฝ่ายอิหร่านเขาก็คงรู้เช่นเห็นชาติ ว่ายังไงๆ คงหนีไม่พ้นต้องถูกปล้น หรือถูกวิ่งราวอยู่แล้วแน่ๆ สภาความมั่นคงสูงสุดแห่งชาติ หรือ Iran’s Supreme National Security Council” หรือ SNSC” เขาจึงได้ระบุไว้ในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ ว่าการประท้วงที่กำลังอุบัติขึ้นมาในอิหร่านคราวนี้เป็น “แผนการโดยตรง” ของอิสราเอลและคุณพ่ออเมริกา ที่ต้องหาทางจัดการแบบไม่อาจประนีประนอม ยอมความกันได้ง่ายๆ การไล่ล่า “สายลับมอสสาด” และการเปิดฉากยิงกันไป-ยิงกันมา ตัดอินเทอร์เน็ต ไปจนถึงการเผาโน่น เผานี่ มันจึงทำให้ฉากสถานการณ์ในอิหร่านช่วงนี้ ออกจะตึงมือ ตึงเครียด เอามากๆ...

ส่วนตัวผู้นำทางจิตวิญญาณอย่างอิหม่าม Ali Khamenei” ท่านก็ยังไม่ได้ “หนีไปรัสเซีย”อย่างที่ “ทรัมป์บ้า” ทวีตปล่อยข่าวเอาไว้แต่อย่างใด แต่ได้ออกมาแสดงความเจ็บปวดรวดร้าวในทางจิตใจเอาไว้มิใช่น้อย ในช่วงวันศุกร์(9 ม.ค.) ที่ผ่านมา คือนอกจากจะประกาศว่าจะไม่ยอมหมอบราบคาบแก้วให้กับการแทรกแซงของต่างชาติ ยังอดย้ำเอาไว้ไม่ได้ว่า...รัฐอิสลามอิหร่านถูกสถาปนาขึ้นมาจากการเสียสละของผู้มีเกียรตินับแสนๆ หรือจากบรรดาชาวอิหร่านที่เคยออกมาโค่นล้มรัฐบาลเผด็จการของ “ชาห์ ปาเลวี” นั่นเอง ด้วยเหตุนี้...จะถูกทำลายโดยพวก Vandals” หรือผู้ที่พยายามสร้างความฉิบหายวายวอด เพื่อตอบสนองต่อเสียงเรียกร้องของต่างชาติ หรือของผู้นำอเมริกาอย่าง “ทรัมป์บ้า”ไม่ได้โดยเด็ดขาด!!!

นี่...ใครอยู่-ใครไป คงต้องไปรอลุ้นเอาเองก็แล้วกัน แต่ถ้าว่ากันตามความคิด ความเห็นของ Seymour Hersh” การ “ปล้นเวเนซุเอลา”และการ “วิ่งราวอิหร่าน”นั้น ออกจะมีความเกี่ยวข้องพัวพันอยู่กับเรื่องของ “น้ำมัน” อยู่พอสมควรทีเดียว เพราะไม่เพียงเวเนซุเอลาถือเป็นแหล่งสำรองน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลก ขณะอิหร่านถือเป็นแหล่งสำรองน้ำมันอันดับ 4 ของโลก และต่างเป็นผู้สนองตอบความต้องการของจีนในเรื่องน้ำมันอย่างเป็นงาน-เป็นการ ส่วนหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่ไร้ขีดจำกัดของจีนและมหาอำนาจคู่แข่งอเมริกาอีกราย อย่างคุณน้ารัสเซียนั้น สิ่งที่เป็นตัวค้ำยันระบบเศรษฐกิจรัสเซียไม่ให้ต้องพังพินาศฉิบหาย อย่างที่โลกตะวันตกปรารถนาและต้องการ ก็คือน้ำมันอีกนั่นแหละ การยึดเรือน้ำมัน Marinera” ที่ติดธงรัสเซียเอาดื้อๆ แม้จะมีเรือดำน้ำคอยคุ้มกัน แต่เมื่อต้องเจอกับเครื่องบินไล่ล่าเรือดำน้ำ P-8 A Poseidon” ที่ถูกส่งเข้าไปปฏิบัติการครั้งนี้โดยเฉพาะน้ำมันที่ถูกขนถ่ายประมาณ2 ล้านบาร์เรลจากเวเนซุเอลา เลยถูกคุณพ่ออเมริกา “ปล้นกลางแดด” ไปอีกจนได้...

และไม่ใช่แค่การปล้นน้ำมันจากเรือรัสเซียคราวนี้เท่านั้น...การ “แซงก์ชั่น”บริษัทน้ำมันรัสเซียของรัฐบาล “ทรัมป์บ้า” ยังส่งผลให้บริษัทน้ำมันรัสเซียอย่าง Lukoil” ต้องตัดสินใจเทขายหุ้นในแหล่งผลิตน้ำมันอิรัก คาชัคสถาน เม็กซิโก และแอฟริกา มูลค่าถึง 22,000 ล้านดอลลาร์อย่างเสียไม่ได้ โดยผู้ที่โดดเข้ามาช้อนซื้อก็ไม่ใช่ใครที่หนวย...แต่ก็คือบริษัทน้ำมันอเมริกา อย่าง Chevron” และ Quantum Capital” ที่ได้รับการชี้แนะ ชี้นำ จาก “ทรัมป์บ้า” นั่นเอง แถมยังเตรียมออกกฎหมาย “แซงก์ชั่นรอบใหม่”ที่ผู้นำอเมริกาออกมาประกาศสนับสนุนไว้ล่วงหน้า ชนิดที่ทำให้วุฒิสมาชิกสายเหยี่ยว ผู้เคยเสนอให้อเมริกายึดเรือน้ำมันรัสเซียเพื่อบ่อนทำลายเศรษฐกิจหมีขาวมาก่อนหน้านี้ อย่าง “นายLindsey Graham” ถึงกับอ้าขา ผวาปีก ดีอก-ดีใจ ว่า “ทรัมป์บ้า”เปิดไฟเขียวให้แล้ว...

การแสดงออกถึงความเป็นจ้าวโลก ประมุขโลก ด้วย “ต้นทุนที่ต่ำกว่า” หรือด้วยการปล้น การวิ่งราว ไปจนการบังคับขู่เข็ญให้ใครต่อใครต้องมา Kiss Ass” ตัวเองของ “ทรัมป์บ้า”จึงเป็นอะไรที่น่าเกลียดน่ากลัว เป็นอย่างยิ่ง แถมยังพยายาม “ลดต้นทุน” ด้วยการประกาศถอนตัวจากการเป็นสมาชิกองค์กรต่างๆ ของสหประชาชาติถึง 66 องค์กรอีกด้วยต่างหาก โดยเหตุผลข้ออ้างว่าไม่ได้ก่อให้เกิด “ผลประโยชน์” ใดๆ ต่อประเทศอเมริกา อันนี้...ก็ยิ่งเป็นเครื่องบ่งชี้ให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีก นับแต่นี้ต่อไป...กฎ ระเบียบ กติกา หรือกฎหมายระหว่างประเทศใดๆ แทบไม่ได้อยู่ในสายตาของคุณพ่ออเมริกาอีกต่อไปแล้วเหลือแต่ “กฎแห่งป่า”หรือ Jungle Order” นั่นเอง ที่ถูกนำมาใช้แทนที่World Order” หรือระเบียบโลกแบบเดิมๆ...

คือกฎซึ่งสัตว์ที่ใหญ่กว่า ย่อมสามารถล่วงล้ำอธิปไตย ล่วงละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศต่อบรรดาสัตว์เล็กๆ ทั้งหลายได้เสมอๆ และสิ่งเหล่านี้ “ทรัมป์บ้า” ก็ได้อรรถาธิบายถึง “ความบ้า”ในลักษณะดังกล่าว เอาไว้ในระหว่างการให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์The New York Times” เมื่อช่วงวันพฤหัสฯ ที่ผ่านมา(8 ม.ค.) เอาไว้ชัดเจน ว่าไม่ได้คิดจะสนใจสิ่งที่เรียกว่ากฎหมายระหว่างประเทศใดๆ ต่อไปอีกแล้ว เพราะการตัดสินใจของตัวเองขึ้นอยู่กับ My own morality” และ My own mind” เป็นหลัก หรือขึ้นอยู่กับมาตรฐานทางศีลธรรมและมาตรฐานความรู้สึกของ “ตัวกูเอง” นั่นแหละเป็นสำคัญ!!!

เมื่อเจอกับกฎระเบียบแห่งสัตว์ป่าเช่นนี้...มหาอำนาจคู่แข่งอเมริกาที่กำลังคิดจะหาทางสถาปนาระเบียบโลกขึ้นมาใหม่ อย่างจีนและรัสเซีย จะทำอย่างไรกันต่อไป??? อันนี้...ก็ยังยากที่จะหาข้อสรุปได้ชัดเจน เพราะสิ่งที่ปรากฎให้เห็นในช่วงระหว่างนี้ ก็ยังคงเป็น “ท่าทีทางการทูต” ซะเป็นหลัก ไม่ว่าการเรียกร้องให้อเมริกาปล่อยตัวประธานาธิบดี Nicolas Maduro” และภรรยา
เรียกร้องให้อเมริกาปล่อยตัวลูกเรือรัสเซีย ไปจนถึงทูตจีนประจำเวเนซุเอลา “นายLan Hu” ขอเข้าพบรักษาการประธานาธิบดี Delcy Rodriguez” ที่ให้คำยืนยันว่าสัมพันธภาพระหว่างจีนและเวเนซุเอลายังคงแน่นแฟ้น เหนียวแน่น ไม่เปลี่ยนแปลง แม้ว่าผู้นำอเมริกาอย่าง “ทรัมป์บ้า”จะป่าวประกาศว่านับแต่นี้ “น้ำมัน” ของเวเนซุเอลาจะต้องให้อเมริกาเท่านั้นเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะขายให้ใคร-ไม่ขายให้ใคร รวมทั้งเป็นผู้รับเงิน รับทอง ก่อนที่จะนำไปเจียดให้กับชาวเวเนซุเอลากี่บาท กี่สตางค์ ก็ยังไม่รู้แน่ แต่ที่แน่ๆ...ผู้นำอเมริกาได้คุยโม้ คุยโต เอาไว้แล้วล่วงหน้าว่า “ผลประโยชน์” ที่อเมริกาจะได้รับจากการ “เรียกค่าไถ่” เวเนซุเอลานั้น ไม่ใช่แค่ระดับร้อยล้าน พันล้าน แต่อาจถึงขั้นล้านล้านดอลลาร์ เอาเลยก็ไม่แน่...

ดังนั้น...การที่2 มหาอำนาจคู่แข่งอเมริกา หรือขั้วอำนาจอย่างจีนและรัสเซีย ยังคงออกอาการ “นิ่ง” อยู่ในขณะนี้ จึงไม่อาจสรุปได้ว่านิ่งเพราะความมึนงงที่ถูกคุณพ่ออเมริกา “ยกตีนลูบหน้า” หรือนิ่งเพราะกำลังรอจังหวะ2 หรือจังหวะสวนกันแน่!!! แต่โอกาสที่จะให้หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่ไร้ขีดจำกัดทั้งสองหันมา Kiss Ass ทรัมป์บ้า” นั้น น่าจะยากเอามากๆ ด้วยเหตุเพราะ “กฎแห่งป่า”มันก็คือสิ่งที่ถูกเอาไว้ใช้รองรับ “โลกขั้วอำนาจเดียว” ไม่ใช่ “โลกหลายขั้วอำนาจ” ดังที่คุณพี่จีนและคุณน้ารัสเซียเขาปรารถนาและต้องการมาโดยตลอด การ “เผชิญหน้า”ระหว่างขั้วอำนาจในแต่ละขั้ว จึงคงหนีไม่พ้นที่จะต้องวัดตัดสินกันด้วย “กำลังทหาร” ในขั้นตอนสุดท้ายนั่นแล ส่วนจะเป็นเมื่อไหร่? แบบไหน? อย่างไร? อันนี้...คงต้องไปลุ้นกันเอาเองก็แล้วกัน....


กำลังโหลดความคิดเห็น