“สอดแนมการเมือง”
“ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย”
จากเหตุการณ์นองเลือดอันแสนหฤโหดครั้งประวัติศาสตร์ของชาติไทย ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2519 นักศึกษาประชาชนถูกเข่นฆ่าอย่างโหดเหี้ยมทารุณในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และตายทั้งเป็นกลางท้องสนามหลวง ท่ามกลางสายตาคนไทยทั้งชาติและชาวโลก
หลังจากเหตุการณ์ชั่วร้ายนั้น นักศึกษาประชาชนจำนวนมาก ได้ผละจากการต่อสู้อย่างสันติเพื่อสังคมที่ดีกว่า พากันเดินทางสู่เขตป่าเขา เข้าร่วมกับ “พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย” (พคท.) ด้วยการ “จับปืน” ต่อสู้กับรัฐบาลเผด็จการไทย แบบฟันต่อฟัน สังกัด “กองทัพปลดแอกแห่งประเทศไทย” (ทปท.) ภายใต้การนำของ พคท. ที่ต่อสู้อยู่ทั่วประเทศไทย!
ผมถูกรัฐบาลเผด็จการไทยตามจับด้วยข้อหา “กบฏ” จึงต้องเดินทางในค่ำคืนวันที่ 5 ธันวาคม 2519 ด้วยรถปิ๊กอัพ ไปสมทบกับเพื่อนๆ ยัง เขาค้อ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการ “เข้าป่า”
ผมเดินเท้าในยามค่ำคืน ไปเข้าเรียนที่โรงเรียนการเมืองการทหารของ พคท. ในเขต 3 จังหวัดทางภาคเหนือ
หลังเรียนจบหลักสูตรของ พคท. ก็มีคำสั่งให้ผมและทหารป่ากลุ่มหนึ่ง เดินทางไปปักหลักประจำการอยู่ในกองทหาร “ทปท. 561” รับผิดชอบ “เขตร่องกล้า” ที่มี “สหายกา” และ “สหายธง” รับผิดชอบกองร้อยทหารป่าแห่งนี้
ที่กองร้อยนี้ผมได้พบกับเพื่อนๆ หลายคนที่เคยเคลื่อนไหวด้วยกันในเมือง เช่น เสกสรรค์ ประเสริฐกุล (สหายไท) และ จิรนันท์ พิตรปรีชา (สหายจิตร) ที่มาอยู่ในกองร้อยนี้ก่อนผม.. อ้อ!.. ผมยังได้พบกับ ประเสริฐ ไชโย ผู้นำแรงงานอีกคน ที่เคยร่วมต่อสู้อยู่ในสังคมไทยช่วงหลังเหตุการณ์ 14 ตุลา 16 แต่ไม่ได้พบ เทิดภูมิ ใจดี เพื่อนผู้นำแรงงานอีกคนหนึ่ง
หลังจากนั้น ลุงศิลป์ (คุณประสิทธิ์ ตะเพียนทอง) เลขาฯ พคท. นามจัดตั้ง “มิตรสมานันท์” ได้เดินทางมานำการประชุม พคท. เขต 3 จังหวัด พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย หลังประชุมก็นำตัวผมจากร่องกล้า เดินเท้าจากพิษณุโลก ขึ้นเขาข้ามห้วยมาถึงเขตจังหวัดเลย จนมาถึงริมแม่น้ำเหือง จุดแบ่งเขตชายแดนไทย-ลาว
แม่น้ำเหืองช่วงสั้นๆ นี้ มีไม้กระดานแค่หนึ่งแผ่น ยาวราว 2-3 เมตร วางพาดให้ผู้คนเดินข้ามไปมาระหว่างสองชาติ คณะของเราต้องระวังการถูกทหารราชการไทยซุ่มโจมตี ระหว่างการเดินข้ามแม่น้ำเหือง ซึ่งต้องเดินผ่านทุ่งหญ้าโล่ง
หลังคณะพวกเราเดินข้ามชายแดนไทยเข้าสู่ดินแดนลาวอย่างปลอดภัย จากนั้นก็เดินและนั่งรถปิ๊กอัพในดินแดนลาว ก่อนจะได้นั่งเรือยนต์ชั้นเดียวแล่นทวนน้ำขึ้นไปตามลำน้ำโขง จนเกือบถึงชายแดนประเทศจีน เพื่อเข้าทำงานในสังกัด “หน่วย 20” หรือ “หน่วยทฤษฎี พคท.”
ณ หน่วย 20 มีอดีตนักเขียนนามปากกาชื่อดังในอดีตอย่าง บรรจง บรรเจิดศิลป์ หรือ อุดม สีสุวรรณ ชื่อจัดตั้งคือ “จางหย่วน” และ อัศนีย์ พลจันทร์ หรือ “นายผี” นามปากกาที่โด่งดัง ชื่อจัดตั้งที่ สหาย ทปท. เรียกกันคือ “ลุงไฟ” ย่อจากชื่อจัดเต็มว่า “ไฟ ไหม้ฟ้า” หนึ่งในผู้รับผิดชอบหน่วย 20
ท่านผู้อ่านครับ.. ผมไม่เคยมีความรู้ในทฤษฎีมาร์กซ-เลนิน-เหมาเจ๋อตุง เลย! ผมเคยถามลุงศิลป์ว่า “ลุงเอาผมมาอยู่ที่หน่วยทฤษฎีทำไม? ผมไม่เคยรู้ทฤษฎีคอมมิวนิสต์เลยนะ?”
ลุงศิลป์ ตอบผมสั้นๆ ว่า “เรารู้มาว่า ‘สหายปวิทย์’ เคยทำบริษัทโฆษณาตั้งแต่ในเมือง ใช่ไหม? ไม่มีใครรู้เรื่องทฤษฎีมาร์กซมาก่อนนะ แต่ทฤษฎีมาร์กซน่ะเรียนรู้กันได้อยู่แล้ว จริงไหมล่ะ?”
คอมมิวนิสต์คิดง่ายๆ กันแบบนี้นี่เอง.. ถ้าอย่างนั้นผมก็ไม่เสียเวลาถามต่อแล้วล่ะ.. เพราะให้ยึดหลักการ “จริงว่ะ ทฤษฎีมาร์กซเรียนรู้กันได้อยู่แล้ว.. เป็นไงก็เป็นกัน.. จะให้ทำอะไร.. ก็ทำเท่านั้นวะ!”
ผมร่วมต่อสู้ในนาม “ทหารปลดแอก” อยู่ในป่าร่วมกับเพื่อนๆ ซึ่งทาง พคท. ประกาศให้ทหาร ทปท.ทุกคนจะได้เงิน 15 บาทต่อเดือน เงินเดือน 15 บาทผมได้รับบ้างแค่บางครั้ง.. แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้รับครับ
ชีวิตผมเสี่ยงตายมาก็หลายครั้ง ถึงขนาดเคยถูกเครื่องบินรบ“โอวี10” ทิ้งระเบิดใส่ห่างไม่กี่เมตร แต่ระเบิดปะทะกิ่งไม้ใหญ่เหนือหัวก่อน โชคดีที่สะเก็ดระเบิดไม่ถูกตัวผมเลย
หลายสิบปีที่คลุกคลีในวงการเมือง พบเห็น “นักการเมืองที่มีเงินมีอำนาจล้นฟ้า.. แต่ไม่ใช้อำนาจทำดี กลับทำชั่วให้ชาติและประชาชน ชนิดไม่เคยรับผิดชอบใดๆ..”
ผมคิดและสรุปง่ายๆ ว่า “ชีวิตหนึ่งที่เกิดมา กูต้องยึดหลักไม่ทำชั่ว และไม่เอาอย่างพวกนักการเมืองที่ทำชั่วแน่นอน!”
วันนี้ผมนึกถึงเรื่องของ พล.ต. จำลอง ศรีเมือง ชายชาติทหาร ผู้มีจิตใจเด็ดเดี่ยว กล้าหาญ และกล้ายืดอกประกาศรับทั้งเรื่องถูกต้องและผิดพลาด.. “มหาจำลอง” ที่ผมและคนไทยยกย่องด้วยหัวใจ และเรียกท่านว่า “ลุง” ด้วยความเคารพรักและนับถืออย่างจริงใจ
ช่วงที่ ทักษิณ ชินวัตร เพิ่งเข้ามาเล่นการเมืองจริงจัง และเติบโตทางการเมือง ในช่วงนั้นไม่มีใครรู้ซึ้งถึงจิตใจที่แท้จริงอันชั่วร้ายสามานย์ของเขา แม้แต่น้อย..
ทักษิณ ชินวัตร เริ่มโตทางการเมืองจากแรงสนับสนุนของ พล.ต. จำลอง ศรีเมือง ที่สละตำแหน่งของตน ให้โอกาส ทักษิณ ชินวัตร ได้เป็นทั้ง หัวหน้าพรรคพลังธรรม ควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
ดั่งคำเปรียบเปรยแต่โบราณ ที่กล่าวไว้อย่างเที่ยงตรงว่า “มนุษย์” เป็น “สัตว์” ที่จิตใจลึกลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากที่สุด ดังนั้น ถึงแม้เราจะรู้จักตัวตน รู้จักหน้าค่าตา รู้จักโคตรเหง้าวงศ์ตระกูล ได้ยิน ได้ฟัง วาทะอันสวยหรูชวนให้หลงใหลเคลิบเคลิ้ม
ทว่า.. โบราณระบุว่า “มนุษย์รู้หน้าแต่ไม่รู้ใจ” ช่างตรงกับสันดานของ นักการเมืองไทยส่วนใหญ่ ที่ฉลาดเจ้าเล่ห์แสนกล เก่งฉกาจในการ“ปั้นน้ำเป็นตัว” ประดิษฐ์ถ้อยคำโกหกสวยหรู เยี่ยงนักการเมืองมหาเศรษฐี-ทักษิณ ชินวัตร ที่เสนอตัวเป็น “นักการเมืองคนรุ่นใหม่ที่รวยแล้ว” สร้างประโยคทองโกหกว่า “ผมรวยแล้วจะไม่โกง ผมต้องการทำงานเพื่อประเทศชาติ”
แต่.. สันดานละโมบโลภหลงชนิด “รวยไม่รู้จักพอ โกงไม่รู้จักหยุด” ถึงขนาดเป็น “บุรุษผู้พูดดีทุกเรื่อง แต่ทำชั่วได้ทุกเรื่องเช่นกัน” ขอเพียงให้ได้มาซึ่งอำนาจ-เงินทอง-ทรัพย์สิน ฯลฯ ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่า “ตายก็เอาติดตัวไปไม่ได้สักบาท”!!!
อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร กับ บรรดานักการเมืองไทยส่วนใหญ่ จึงมักพูดโกหกหลอกลวงประชาชน ด้วยน้ำเสียงเอาจริงเอาจัง ระหว่างการรณรงค์หาเสียง และยามมีอำนาจ ว่า..
“รัฐบาลเลือกตั้งพรรคของเรา จะต่อต้าน จะปราบปรามการคอร์รัปชั่นให้ราบคาบ จะเอาผิดเรื่องการโกงชาติให้เป็นวาระแห่งชาติ (ไหนวะ?)”!
วันนี้.. ประชาชนรู้แจ้งเห็นจริงแล้วว่า ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลเลือกตั้ง หรือรัฐบาลจากการรัฐประหาร มักเป็น“นักการเมืองโกหกซึ่งหน้า” อ้างปราบคอร์รัปชั่นเป็น“วาระแห่งชาติ”
เอ๊ะ! ชาติคน หรือ ชาติหมา กันแน่?
เพราะ นักการเมือง-รวมทั้ง ทักษิณ ชินวัตร กับพรรคพวก กลับเป็นตัวการ เป็นต้นเหตุการทำทุจริตคอร์รัปชั่นชาติกับประชาชนอย่างมโหฬารเสียเองเสมอ จนถูกสื่อมวลชนและประชาชนเปิดโปง และจับการทำชั่วได้คาหนังคาเขาแทบทุกโครงการ ซึ่งเป็น “ต้นเหตุ” ให้ทหารทำรัฐประหารมาตลอดอีกด้วย!!!
ทำให้ในวันนี้ เดือนมกราคม 2569 ทักษิณ กับอดีตรัฐมนตรีหลายคน ถูกศาลพิพากษาให้ต้องโทษจำคุก จากการกระทำผิดต่อกฎหมายครั้งแล้วครั้งเล่า..
ทักษิณ ชินวัตร และพรรคพวกอีกหลายคนที่ทำชั่ว ไม่ได้มีความเป็นอยู่ดัง “นกน้อยในกรงทอง” แต่ในวันนี้พวกเขามากมายหลายคน เป็น “วรนุชโคตรชั่วในคุก”ใช้ชีวิตน่าเอน็จอนาถนัก..
ทว่า.. แม้จะมีตัวอย่างให้เห็นอยู่ทนโท่.. แต่บรรดานักการเมืองชั่วส่วนใหญ่ ก็ยังคงเดินหน้าทำเรื่องชั่วร้ายต่อชาติ-ประชาชนและตัวเอง ด้วยการคอร์รัปชั่นโกงชาติไม่หยุดหย่อนอยู่อีก..!!!


