xs
xsm
sm
md
lg

ตัดตอนพล.อ.ซื้อขายเก้าอี้

เผยแพร่:   โดย: สุนันท์ ศรีจันทรา

เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุย สำหรับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งออกมาประสานเสียง ปฏิเสธการซื้อขายตำแหน่งในวงการตำรวจ

การซื้อขายเก้าอี้ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถูกเปิดโปงตีแผ่กันมานานแล้ว ถึงขั้นระบุตัวเลขที่ซื้อขายตำแหน่งกันจำนวนนับสิบล้านบาท ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่เคยดำเนินคดีกับใครที่พูดถึงการวิ่งเต้นซื้อขายเก้าอี้ นอกจากปล่อยให้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์จนเรื่องเงียบไปเอง

แต่เมื่อพล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป สมาชิก สปท.และอดีตนายทหารที่มีความใกล้ชิดกับพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ออกมาเปิดโปง และปลุกกระแสความสนใจของสาธารณชน จึงเป็นประเด็นร้อนขึ้นมา

ทั้งพล.อ.ประวิตรและพล.ต.อ.จักรทิพย์ ต่างนั่งไม่ติด ต้องออกโรงมาตอบโต้กันนัวเนีย และสั่งดำเนินคดีกับพล.ร.อ.พะจุณณ์ โดยขั้นแรกออกหมายเรียกมาสอบสวนก่อน

พล.อ.ประวิตร ยืนยันว่า ถ้าตนยังอยู่ ไม่มีการซื้อขายตำแหน่งแน่

ส่วนพล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า “องค์กรผมมีศักดิ์ศรี ใครจะมากล่าวหาลอยๆไม่ได้”

ฟังความจากรองนายกฯ ที่กำกับดูแลตำรวจและผบ.ตร.สรุปได้ว่า ทั้งคู่ปฏิเสธการซื้อขายตำแหน่งในวงการตำรวจ ซึ่งถ้าตำรวจไม่เซ็งลี้เก้าอี้กันจริง ผู้กำกับการสถานีตำรวจฯ ต่างๆ ไม่ต้องจ่ายเงินคนละนับสิบล้านบาทเพื่อให้ได้ตำแหน่งจริง ก็มีปัญหาว่า ข้อกล่าวหาการซื้อขายตำแหน่งของตำรวจมาจากไหน

ใครเป็นคนปล่อยข่าวทำลายศักดิ์ศรีของพล.ต.อ.จักรทิพย์

ไม่เคยมีหลักฐานยืนยันการซื้อขายตำแหน่งของตำรวจ แต่สังคมกลับเชื่อเรื่องการซื้อขายตำแหน่ง และไม่ได้เพิ่งเชื่อในสมัยที่พล.อ.ประวิตร มากำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ได้เพิ่งจะมาเชื่อกันเมื่อพล.ต.อ.จักรทิพย์ ขึ้นมาเป็น ผบ.ตร.แต่เชื่อกันมานานแล้ว

และคนที่ซุบซิบถึงการซื้อขายตำแหน่ง ไม่ได้มีเพียงพล.ร.อ.พะจุณณ์ เพียงคนเดียว แต่พูดกันทั่วบ้านทั่วเมือง

พล.ร.อ.พะจุณณ์ ที่โพสต์ไลน์การซื้อขายตำแหน่ง ไม่ได้ระบุว่าใครเป็นคนขายตำแหน่ง เพียงระบุยศพล.อ.เท่านั้น และพล.อ.ไม่ได้มีเฉพาะพล.อ.ประวิตร เพียงคนเดียว แต่พล.อ.ที่มีอำนาจและบารมีที่สุดในสำนักงานตำรวจแห่งชาติยุคนี้คือ พล.อ.ประวิตร จึงจำเป็นต้องตอบโต้

ข้ออ้างเรื่องศักดิ์ศรีองค์กรที่ยกเป็นเหตุผลสั่งดำเนินคดีพล.ร.อ.พะจุณณ์ นั้น รับฟังกันได้อยู่ แต่ถ้าพล.ต.อ.จักรทิพย์ ตระหนักถึงศักดิ์ศรีองค์กรตำรวจจริง ไม่ใช่เพียงแค่พูดให้ดูดี หรือพูดเพื่อกลบเกลื่อนข้อกล่าวหาซื้อขายตำแหน่ง ก็ควรกำชับตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชาทุกนายให้ละเว้นการรับส่วย ห้ามมีบ่อนในทุกพื้นที่

เพราะตำรวจจะได้ไม่ต้องอาย เมื่อทหารและฝ่ายปกครองบุกทลายบ่อน

ต้องสั่งการโดยเด็ดขาด ไม่ให้สถานบันเทิงเปิดเกินเวลา ไม่ตั้งด่านรีดไถ ไม่ค้าคดีเพื่อตบทรัพย์ ตำรวจจะได้มีศักดิ์ศรี เพราะถูกชาวบ้านรุมประณามเหมือนปัจจุบัน

การซื้อขายตำแหน่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีจริงหรือไม่ จะปฏิเสธกันเสียงแข็งอย่างไร จะค้ำประกันกันขนาดไหน ไม่มีความหมายทั้งสิ้น

เพราะตำรวจกว่า 2 แสนคนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติรู้อยู่แก่ใจว่า องค์กรของตัวเองเป็นอย่างไร รู้ดีว่า ข้อเท็จจริงในการซื้อขายตำแหน่งนั้น ใครเป็นฝ่ายที่พูดโกหกอย่างน่าไม่อาย

สำหรับประชาชนนั้น ไม่ต้องรอให้สำนักโพลที่ไหนลงไปสำรวจความคิดเห็น เพราะมีคำตอบอยู่แล้วว่า

การซื้อขายตำแหน่งของตำรวจนั้น เป็นเพียงเรื่องที่กุขึ้นหรือเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นมานานแล้ว

เพราะถ้าเป็นเพียงเรื่องที่กุขึ้นมา ก็มีคำถามว่า คนระดับพล.ร.อ.พะจุณณ์ นายทหารคนสนิทของพล.อ.เปรม จะกุเรื่องมาหลอกใครทำไม

และมีคำถามว่า เมื่อคนระดับพล.ร.อ.พะจุณณ์ อดีตนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย ออกมาเปิดโปงข้อมูลการซื้อขายตำแหน่งของตำรวจ ทำไมพล.ต.อ.จักรทิพย์ จึงรีบร้อนดำเนินคดี

ทำไมพล.ต.อ.จักรทิพย์ จึงไม่ถือว่า ข้อมูลที่พล.ร.อ.พะจุณณ์ เปิดโปง เป็นการแจ้งเบาะแส เพื่อนำไปสู่การขจัดความชั่วร้ายในวงการตำรวจ

ผบ.ตร.ไม่อยากรู้หรือว่า มีพล.อ.เข้ามา “ตบทรัพย์” ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติจริงหรือไม่ ถ้ามีพล.อ.คนนั้นเป็นใคร และสวาปามเงินซื้อขายตำแหน่งไปกี่ร้อยล้านบาท

ประชาชนทั่วไปอยากรู้แน่ มีพล.อ.ซื้อขายตำแหน่งตำรวจจริงหรือเปล่า แต่เสียดายที่คงไม่มีโอกาสจะรู้แล้ว

เพราะวาระพล.อ.ซื้อขายเก้าอี้ตำรวจ ถูกตัดตอนที่คำสั่งดำเนินคดีพล.ร.อ.พะจุณณ์ และเป็นการปิดปากคนที่ออกมาเปิดโปงแล้ว