xs
xsm
sm
md
lg

ศาลปค.รับคุ้มครองTITV-ระงับคำสั่งตั้ง"สนธิญาณ"

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ผู้จัดการรายวัน - พนักงานทีไอทีวีเฮ ศาลปค.สั่งระงับตั้ง "สนธิญาณ" นั่งรักษาการผอ.ฝ่ายข่าวทีไอทีวี ไว้เป็นการชั่วคราว ระบุการเปลี่ยนแปลงมีผลกระทบต่อการเสนอข่าวที่ต้องไม่ถูกแทรกแซงทั้งโดยตรงโดยอ้อมจากรัฐ ขณะที่วินิจฉัย การที่ 12 พนักงานยังคงทำงานในตำแหน่งเดิม หลังสิ้นสุดสัญญาจ้าง เท่ากับตกลงว่าจ้างกันใหม่ตามสัญญาเดิม รับคำฟ้องมีมูลที่ศาลจะต้องวินิจฉัยในอนาคตว่า 2 คำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายดังกล่าวชอบด้วยกม.หรือไม่

วานนี้( 7 ม.ค.) นาย ประวิตร บุญเทียม ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองกลาง ในฐานะตุลาการเจ้าของสำนวนคดีที่นาย อลงกรณ์ เหมือนดาว และพนักงานบริษัททีไอทีวี จำกัดรวม 12 คน ยื่นฟ้องอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนคำสั่งที่ 1003/2550 และคำสั่งที่ 1004 /2550 ลงวันที่ 21 ธ.ค. 50 เกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้บริหารสถานี เจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติงานสถานี และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานฝ่ายข่าว จำนวน 12 คน ได้มีคำสั่งทุเลาการบังคับโดยให้ระงับการปฏิบัติตามคำสั่งของอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ในส่วนของการแต่งตั้งนาย สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม เป็นรักษาการฝ่ายข่าวไว้เป็นชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ส่วนคำขอให้ศาลสั่งให้พนักงานบริษัททีไอทีวี จำกัดทั้ง 12 คน ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิม และให้ใช้โครงสร้างการบริการเดิมของฝ่ายข่าวสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีไปก่อนจนกว่าคดีจะถึงที่สุด หรือจนกว่าร่างพ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยพ.ศ....จะมีผลบังคับใช้นั้นให้ยก
ทั้งนี้เหตุผลในการมีคำสั่งดังกล่าวระบุว่า ข้อเท็จจริงปรากฏว่าก่อนครบกำหนดสิ้นสุดสัญญาจ้าง พนักงานบริษัทฯที่ยื่นฟ้องยกเว้นนายอลงกรณ์ ได้ยื่นความประสงค์ขอต่อสัญญาแล้ว และปรากฏว่าหลังสิ้นสุดสัญญาจ้างในวันที่ 31 ธ.ค.50 ทั้งหมดยังคงทำงานในตำแหน่งเดิมต่อไป การออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ก็ไม่มีการหยุดชะงัก จึงถือว่ามีการตกลงว่าจ้างกันใหม่ตามสัญญาเดิม ดังนั้นถือว่าพนักงานบริษัทที่ยื่นคำฟ้องมีฐานะเป็นผู้รับจ้างของบริษัททีไอทีวี ซึ่งในส่วนที่ว่า คำสั่งทั้ง 2 ฉบับของอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ศาลฯเห็นว่า จากคำฟ้องนี้มีมูล อันเป็นเนื้อหาของบคดีที่ศาลฯจะพิจารณาต่อไป
ส่วนคำขอที่ให้ศาลกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษาโดยมีคำสั่งให้ทั้งหมดปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิม และให้ใช้โครงสร้างการบริหารเดิมของฝ่ายข่าวสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีไปก่อนจนกว่าคดีจะถึงที่สุด หรือจนกว่า ร่างพ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยพ.ศ....จะมีผลบังคับใช้นั้น จากข้อเท็จจริงพบว่า คำสั่งของอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ที่ 1004/2550 ที่แต่งตั้งนายอลงกรณ์ นาย ฉัตรชัย ตะวันธรงค์ นาย จอม เพชรประดับ น.ส.ฉัตรรัศม์ ปิยทัศน์สิริ นาย อำไพ โพธิ์ชัยรัตน์ นาย ชิบ จิตนิยม นาย ประทีป คงสิบ นาย เชาวน์วัศ วณิชพันธ์ นายนุกูล กาญจนรัตน์ และน.ส. ประไพ ยั่งยืน ให้ดำรงตำแหน่งรองผอ.ฝ่ายข่าวและผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายข่าวนั้น ไม่ปรากฎว่าคำสั่งดังกล่าวได้แต่งตั้งผู้อื่นมาทำหน้าที่เดิมของบุคคลเหล่านี้ โดยนายอลงกรณ์เองก็ให้ถ้อยคำต่อศาลว่า ทุกคนยังคงปฏิบัติหน้าที่เดิมตามที่ระบุในสัญญาจ้าง จึงไม่สมควรที่จะมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามที่ร้องขอ
สำหรับคำสั่งของอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ที่ 1003/2550 ส่วนที่แต่งตั้งนาย นพพร พงษ์เวช ให้ดำรงตำแหน่งรองผอ.สถานีด้านบริหาร นาย สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ให้ดำรงตำแหน่งรองผอ.สถานีด้านข่าวและรายการ นายธนา ทั่วประโคน ให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผอ.สถานีด้านบริหาร และนาย อัชฌา สุวรรณปากแพรก ให้ดำรงตำแหน่งรองผอ.สถานีด้านข่าวและรายการนั้น ไม่มีผลโดยตรงต่อพนักงานที่ฟ้องคดีทั้ง 12 คน จึงไม่สมควรมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามที่ร้องขอ
"แต่คำสั่งดังกล่าวในส่วนที่แต่งตั้งนายสนธิญาณ ให้รักษาการผอ.ฝ่ายข่าวซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญในด้านการเสนอข่าว ย่อมมีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อการทำหน้าที่ของนายอัชฌาที่ทำหน้าที่ผอ.ฝ่ายข่าวอยู่เดิม อันจะมีผลกระทบต่อการเสนอข่าวของสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ซึ่งเป็นสื่อมวลชนที่ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญในการเสนอข่าวโดยไม่ถูกแทรกแซงไม่ว่าโดยตรงหรือทางอ้อมจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ ดังนั้นหากคำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้ต่อไปจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงยากแก่การเยียวยาแก้ไขในภายหลัง อีกทั้งการที่ศาลจะมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งดังกล่าวก็ไม่เป็นปัญหาอุปสรรคแก่กการบริหารงานของรัฐ และการเสนอข่าวของสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีอันเป็นบริการสาธารณะ เนื่องจากการดำเนินการของสถานีฯย่อมสามารถดำเนินการต่อไปตามที่เป็นอยู่เดิมได้ และเมื่อศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่ง ย่อมมีผลให้นายอัชฌาสามารถปฏิบัติหน้าที่เดิมต่อไปได้ ส่วนนายอลงกรณ์ นาย ฉัตรชัย ตะวันธรงค์ นาย จอม เพชรประดับ น.ส.ฉัตรรัศม์ ปิยทัศน์สิริ นาย อำไพ โพธิ์ชัยรัตน์ นาย ชิบ จิตนิยม นาย ประทีป คงสิบ นาย เชาวน์วัศ วณิชพันธ์ นายนุกูล กาญจนรัตน์ และน.ส.ประไพ ยั่งยืน นั้นข้อเท็จจริง ปรากฏว่ายังคงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิม และไม่มีการแต่งตั้งผู้อื่นมาทำหน้าที่แทน จึงไม่จำเป็นต้องมีคำสั่งกำหนดมาตรการเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษาโดยมีคำสั่งให้พนักงานทั้ง 12 คน ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิมตามคำขอ"
นายอัชฌา สุวรรณปากแพรก ผู้อำนวยการฝ่ายข่าว สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี เปิดเผยว่า คำสั่งศาลปกครองที่ออกมาเมื่อวานนี้ สามารถตีความได้ว่า ผู้ฟ้องคดีทั้ง 12 คน ให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ตามเดิม โดยตนจะกลับไปทำหน้าที่ผู้อำนวยการฝ่ายข่าวตามเดิมเช่นกัน ก่อนที่จะมีคำสั่งจากอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ออกมา ซึ่งในส่วนของนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ก็จะกลับไปดำรงตำแหน่งเป็นรองผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีตามเดิม หลังจากที่ควบตำแหน่งรักษาการผู้อำนวยการฝ่ายข่าว ตามคำสั่งอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ที่ออกมา
ด้านนางสาวตวงพร อัศววิไล หนึ่งในแกนนำกลุ่มผู้บริหารฝ่ายข่าว ที่ยื่นหนังสือฟ้อง กล่าวเพิ่มเติมว่า เราหวังพึ่งศาลปกครองเป็นที่พึ่งสุดท้ายจริงๆ หลังจากที่เกิดเรื่องราวแบบนี้ขึ้น ซึ่งคำสั่งศาลที่ออกมา โดยให้มีการระงับคำสั่งให้นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายข่าวไว้ โดยให้นายอัชฌา สุวรรณปากแพรก กลับมาดำรงตำแหน่งเดิม ไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ยอมรับว่าช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น
"ที่ผ่านมา หลังจากที่นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม เข้ามาดูแล ฝ่ายข่าวก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงการทำงานแต่อย่างไร ทุกคนปฏิบัติงานกันตามเดิม โดยให้นายอัชฌา สุวรรณปากแพรก ดูแลฝ่ายข่าวอยู่ เพียงแต่มีตำแหน่งแขวนลอยเท่านั้น" นางสาวตวงพรกล่าว