xs
xsm
sm
md
lg

“แม้ว”กุมบังเหียน พปช.หลังเลือกตั้ง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

“ป๋าเปรม” ระบุรัฐบาลใหม่ต้องเป็นคนดี เห็นแก่ประเทศมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว ปัดให้ความเห็นการเมืมอง การันตี “สุรยุทธ์” เป็นคนดี “กัญจนา” ฉุน “ชูวิทย์” กล่าวหา “เตี่ยบรรหาร” ทำงานแบบตัดสินใจคนเดียว ซัดพวกปากไหว สุดท้ายก็ตีหน้าเศร้าเข้าไปขอโทษ เตือนจะอยู่ ชท.ต่อต้องเคารพการตัดสินใจพรรค อย่าเรียกร้องขออยู่เบอร์ 1 ระบบสัดส่วน ด้าน “อรรคพล” ปฎิเสธยุบ “มหาชนเข้าร่วมกับ “รวมใจไทยฯ” ยันเดินหน้าทำการเมืองต่อแน่ ส่วน พปช.เอาแน่ตั้ง “ทักษิณ” นั่งเป็นกุนสือ เจ้าตัวยินดีแต่ขอเป็นหลักเลือกตั้ง หวังกุมบังเหียนพรรค

พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ กล่าวถึงรัฐบาลใหม่ ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ว่า อยากได้รัฐบาลที่ดี เอาคนดีไว้ก่อน แต่คำว่า “คนดี” ค่อนข้างนิยามยาก และคิดว่าถ้าจะยกย่องใครเป็นคนดี ต้องมั่นใจว่าเป็นคนที่เห็น แก่บ้านเมืองมากกว่าส่วนตัว และเชื่อว่าหากเป็นคนดี จะหน้าเก่าหรือหน้าใหม่ก็ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นห่วงการเลือกตั้งว่าประชาชนจะตัดสินใจเลือกคนเข้ามา บริหารประเทศอย่างไร พล.อ.เปรม กล่าวว่า จริง ๆ แล้วสื่อมวลชนรู้ลึกมากกว่าตน ดังนั้นจึงไม่ขอพูดถึง เพราะสื่อมวลชน รู้ดีว่ารัฐบาลใหม่หน้าตาเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตาม เห็นว่าถ้าเลือกคนไม่ดีเข้ามาบริหารประเทศ จะถือว่าโชคไม่ดี

ต่อข้อถามว่า มองสถานการณ์การเมืองขณะนี้อย่างไร มีความเป็นห่วง หรือต้องการฝากอะไรหรือไม่ พล.อ.เปรม กล่าวว่า ตนไม่ค่อยเก่งการเมือง และไม่ใช่นักการเมือง จึงมองไม่ถูก เพราะไม่ใช่อาชีพ เมื่อถามถึงภารกิจของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ว่าได้ดำเนินการอย่างสมบูรณ์หรือไม่ พล.อ.เปรม กล่าวว่า ยังไม่สมบูรณ์ เพราะยังเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่

"นายกรัฐมนตรีคนนี้ผมรู้จักตั้งแต่เด็ก ๆ ทำงานกันมานาน จึงยืนยันได้ว่าเป็นคนที่ใช้ได้ดี และเป็นคนที่ในสายตาคนบางคนอาจเห็นว่าไม่ทันใจ แต่ผมยืนยันได้ว่าเป็นคนดี ทุ่มเทเพื่อบ้านเมือง และตั้งใจทำงานมาก"

ส่วนการแต่งตั้ง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการดำเนินการตามวาระแห่งชาติว่าด้วยการรณรงค์และแก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียง จะให้ความมั่นใจกับคนภายนอกได้อย่างไร พล.อ.เปรม กล่าวว่า ไม่ทราบ เมื่อถามว่าในช่วงโค้งสุดท้ายของการปฏิรูปการเมืองจะฝากอะไรให้กับนักการเมือง รวมถึงคนไทยทุกคน พล.อ.เปรม กล่าวว่า ต้องทำงานเพื่อประเทศ ซึ่งทุกคนรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ควรทำ ไม่ควรทำ และทุกคนมีประสบการณ์ ส่วนที่พูดไปจะฟังหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเป็นห่วงว่ากลุ่มอำนาจเก่าจะกลับมาบริหารประเทศ และทำให้ประเทศไม่ก้าวหน้า รวมทั้งอาจกลับเข้าสู่การยึดอำนาจอีกครั้งหรือไม่ พล.อ.เปรม กล่าวว่า ไม่ทราบ และไม่ขอตอบคำถามเกี่ยวกับกลุ่มอำนาจเก่า

ต่อข้อถามถึงกรณีที่นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน เปิดเผยเอกสารลับซึ่งเป็นแผนสกัดพรรคพลังประชาชน มองว่าเป็นความชอบธรรมหรือไม่ พล.อ.เปรม กล่าวว่า ไม่รู้เรื่อง และไม่ได้อ่านหนังสือพิมพ์ด้วย

“กัญจนา”จวก“ชูวิทย์”ปากไว้

น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา รองหัวหน้าพรรคชาติไทย บุตรสาว นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวถึงกรณีที่นาย ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ รองหัวหน้าพรรคชาติไทยออกมากล่าวโจมตีการทำงานของพรรคชาติไทย และเรียกร้องขออยู่ระบบสัดส่วนอันดับ 1 ว่า นายชูวิทย์ให้สัมภาษณ์ว่าหัวหน้าพรรคชาติไทยตัดสินใจคนเดียว ความจริงการทำงานของหัวหน้าพรรค ทำงานหนักมากใครมาทำ มาดูก็รู้ว่า เหนื่อยยากแค่ไหน หัวหน้าพรรคชาติไทยไม่อยากทำงานคนเดียว ต้องการแบ่งให้คนในพรรคช่วยกันทำงาน พรรคชาติไทยก็เป็นมาอย่างนี้ตลอด ไม่ทราบว่านายชูวิทย์มองอย่างไรถึงได้ออกมาพูดทำนองนี้

น.ส.กัญจนา กล่าวว่า ที่ผ่านมานายชูวิทย์ ก็มักจะออกมาให้สัมภาษณ์แรงๆ กระทบหัวหน้าพรรคหลายครั้งแล้ว แม้กระทั่งล่าสุด นายชูวิทย์ ก็พูดพาดพิงหัวหน้าพรรคค่อนข้างแรง จากนั้นก็เข้าไปขอโทษในที่ประชุมพรรค

“ไม่ทราบว่าคุณชูวิทย์ จำวันนั้นได้หรือเปล่า วันนี้ก็ออกมาให้สัมภาษณ์ ทำนองนี้อีก ดิฉันคิดว่าคงเป็นนิสัยของคุณชูวิทย์ ซึ่งแก้ไม่ได้แล้วก็ต้องปล่อยไป ส่วนจะให้คุณชูวิทย์อยู่ในอันดับ 1 ในเขตกทม.หรือไม่ ก็เป็นเรื่องของมติ กรรมการบริหารพรรคจะพิจารณา ส่วนผลจะออกมาอย่างไร คุณชูวิทย์จะรับได้หรือไม่ ก็เป็นเรื่องที่คุณชูวิทย์จะตัดสินใจเอง”

ผู้สื่อข่าวถามว่า บทบาทของนายชูวิทย์ จะมีผลต่อการจัดอันดับในพรรคหรือไม่ น.ส.กัญจนา กล่าวว่า บทบาทอย่างนี้จะอยู่กับนายชูวิทย์มาตลอด ไม่พูดอย่างนี้ คงไม่ใช่ยี่ห้อนายชูวิทย์ และต้องบอกว่าเรื่องนี้ไม่กระทบกับพรรค ส่วนนายชูวิทย์จะพูดอย่างไรก็คงห้ามไม่ได้ ส่วนการตัดสินใจของกรรมการบริหารพรรคก็มีจุดยืนของตัวเองว่าใครควรจะเป็นอันดับหนึ่งในกทม. สำหรับพรรคชาติไทยก็ไม่ใช่เรื่องง่าย การที่จะได้สัดส่วนใน กทม.ต้องคิดกันดีๆ

น.ส.กัญจนา กล่าวว่า หากนายชูวิทย์จะไม่อยู่กับพรรคชาติไทยก็ต้องเคารพ การตัดสินใจ พรรคไม่ได้ไปบังคับหรือข่มขืนใจใคร

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายชูวิทย์ สามารถเรียกศรัทธาจาก กทม.ได้ระดับหนึ่ง ทางพรรคจะตัดสินใจอย่างไร น.ส.กัญจนา กล่าวว่า ในความเห็นส่วนตัว ศักดิ์ศรีและความเป็นพรรคชาติไทยสำคัญกว่าตัวบุคคล เราคงไม่ปล่อยให้ใครมาพูด แล้วทำให้พรรคเสียหายแล้วจะต้องผูกพันไว้ ในเมื่อพรรคมีมติอย่างไร แล้วสมาชิกพรรคขัดข้องใจก็แล้วแต่จะตัดสินใจ ส่วนพรรคก็ยังคงเป็นพรรคชาติไทย ที่จะดำเนินงานทางการเมืองต้องพึ่งตัวเองมาตลอด เราคงไม่ยึดเอาตัวบุคคลสำคัญเหนือพรรค

ส่วนการออกมาพูดเช่นนี้จะมีบทลงโทษอย่างไรนั้น น.ส.กัญจนา กล่าวว่า คนเราก็โตกันแล้ว น่าจะคิดกันเองได้บ้างควรหรือไม่ควรพูดกับสถาบันที่ตัวเองอยู่ ว่าพูดอะไรมันควรหรือไม่ควรกับสถาบันที่ตัวเองอยู่

“ความจริงหากมีอะไรก็น่าจะไปคุยในพรรค ไม่จำเป็นต้องออกมาพูด ถ้าอยากเป็นข่าวก็เป็นข่าวเรื่องอื่นก็ได้ เมื่ออยู่ในระบบพรรคก็ต้องคุยกันในพรรค ระบบพรรคคงไม่ใช่วันแมนโชว์”

ส่วนที่นายชูวิทย์ ระบุว่า พรรคอื่นให้ราคาสูงแต่ไม่ตัดสินใจไปนั้น น.ส.กัญจนา ย้อนถามว่า นายชูวิทย์เป็นของประมูลแล้วหรือ แต่ก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณชูวิทย์จะวินิจฉัยว่าจะตัดสินใจอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า สนช.ที่ไปร่วมกิจกรรมทางการเมืองควรจะลาออกหรือไม่ น.ส.กัญจนา กล่าวว่า ส่วนตัวจะลาออกในวันที่ 6 พ.ย.เพราะต้องสมัครในระบบสัดส่วน เพราะมีจุดยืนที่จะลงสมัครแล้วก็ไม่ควรจะเป็นสนช. ส่วนคนอื่น ๆก็เป็นวิจารณญาณของแต่ละท่านไม่ขอก้าวล่วง

ปัดยุบมหาชนรวมกับรวมใจไทยฯ

นายอรรคพล สรสุชาติ รองหัวหน้าพรรคมหาชน กล่าวถึงกระแสข่าวยุบรวม พรรคมหาชนรวมกับพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ว่า ข่าวยุบพรรคมหาชน ไม่เป็นความจริง กรรมการบริหารพรรคประชุมกันและมีมติที่จะส่งผู้สมัครในการเลือกตั้งครั้งนี้ ส่วนจะส่งผู้สมัครได้มากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดของกฎหมาย เบื้องต้นพรรคมีมติแล้วว่าจะส่งผู้สมัครเท่าที่จำเป็น โดยจะไม่ส่งผู้สมัครมากมายจนเกินไป

ส่วนเรื่องที่เป็นข่าวว่ามีการพูดคุยและชักชวนจากกลุ่มการเมืองและพรรคการเมืองนั้น ยอมรับว่ามีการพูดคุยกันมาตลอด โดยเฉพาะพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา โดยพูดคุยชักชวนระหว่าง นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เลขาธิการพรรครวมใจไทยฯ กับ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ หัวหน้าพรรคมหาชน ในฐานะเป็นผู้คุ้นเคยและนับถือกัน ภายหลังเมื่อกลุ่มรวมใจไทยรวมกับกลุ่มชาติพัฒนาเป็นพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ และนายประดิษฐ์ ได้พูดคุยชักชวน พล.ต.สนั่น มาโดยตลอด แต่จนถึงวันนี้ยังไม่มีกระบวนการตัดสินใจแต่อย่างใด

“ยอมรับว่ายังไม่มีข้อสรุปอื่นใด แต่ยืนยันว่าในส่วนของพรรคยังไม่มีการ ยุบรวมแน่ การดำเนินการทางการเมืองของพรรคมหาชนไม่ใช่พรรคของคนใดคนหนึ่ง การตัดสินใจต้องแล้วแต่กรรมการบริหารพรรคเป็นหลัก ส่วนเรื่องตัวผู้สมัครที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งต้องชัดเจน และต้องตอบประชาชนได้ ผมยืนยันได้ว่าพรรคไม่กลับไปกลับมา เพราะฉะนั้น อะไรที่ยังไม่ชัดเจน หรือไม่มีการพูดคุยถึงแนวทางการดำเนินการ ร่วมกัน การที่คนใดคนหนึ่งจะไปตัดสินใจเป็นไปไม่ได้”

“แม้ว”ขอกุมบังเหียน พปช.หลังเลือกตั้ง

นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังจาก นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต. ออกมาระบุว่า สามารถแต่งตั้งพ.ต.ท.ทักษิณเป็นประธานที่ปรึกษาพรรคการเมืองได้ ส่วนตัวได้คุยกับพ.ต.ท.ทักษิณถึงประเด็นนี้ โดยท่านได้ระบุว่าหากไม่มีข้อห้ามอะไรก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะให้คำปรึกษาและคำแนะนำ เบื้องต้นพรรคขอบคุณนายประพันธ์ที่ออกมาให้ความเห็นดังกล่าว แต่อยากให้มีคำวินิจฉัยที่เป็นลายลักษณ์อักษรออกมาเสียก่อน

ยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ขัดข้องใดๆ แต่น่าจะมาเป็นที่ปรึกษาหลังจากที่มีการเลือกตั้งและมีการจัดตั้งรัฐบาลไปแล้ว ไม่ใช่เป็นระหว่างที่มีการหาเสียง อาจจะมีบทบาท เช่นการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ทั้งนี้หากพบว่าผู้สมัครส.ส.ของพรรคอื่นนำรูปของพ.ต.ท.ทักษิณไปขึ้นป้ายหาเสียง จะถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิ์ เพราะไม่สามารถกระทำได้ และไม่ควรกระทำ ยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะไม่สนับสนุนผู้สมัครพรรคอื่นที่ไม่ใช่พรรคพลังประชาชนแน่นอน

พปช.อีสานขุด“ทักษิณ”หาเสียง

นายนิสิต สินธุไพร กรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน เปิดเผยว่า พรรคได้ข้อสรุปถึงยุทธศาสตร์ในการหาเสียงภาคอีสานว่า ในช่วงเลือกตั้งจะกำหนดปราศรัยใหญ่ 15 จุด มีเวทีปราศรัยขนาดกลาง และขนาดย่อยจำนวนมาก โดยเวทีปราศรัยใหญ่นำโดยนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรค รวมทั้งอดีตแกนนำพรรค ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ซึ่งพรรคจะทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรถามถึง กกต.อย่างเป็นทางการว่าอดีตผู้ถูกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง สามารถช่วยหาเสียงได้หรือไม่ หากทำได้เราก็จะขอช่วยปราศรัยบางพื้นที่

ส่วนนโยบายพรรคขณะนี้มอบหมายให้นายนพดล เป็นคนยกร่างให้ที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคเป็นผู้อนุมัติ ส่วนใหญ่เป็นการต่อยอดนโยบายเดิม ส่วนแนวทางการปราศรัยก็จะเน้นว่า 1 ปีของการปฏิวัติที่ผ่านมาได้สร้างความเสียหาย อย่างไร และพรรคพร้อมที่จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคม ทั้งนี้เชื่อว่าผู้สมัครพรรค บางคนอาจจะเล่าเรื่องราว พ.ต.ท.ทักษิณ ให้กับชาวบ้านฟังว่าท่านอยู่ต่างประเทศมีความเป็นอยู่ที่ดีและมีโอกาสกลับประเทศไทยแน่นอน

ด้าน นายประสพ บุษราคัม กรรมการบริหารพรรค กล่าวว่า สำหรับการ หาเสียงของตนนั้น ตั้งใจที่จะนำภาพ พ.ต.ท.ทักษิณ มาประกบติดกับภาพตัวเอง เพราะเรื่องนี้ไม่มีข้อห้าม เป็นการบอกประชาชนในพื้นที่ว่ายังอยู่กับพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้กระโดดหนีเหมือนอดีตส.ส.บางคนที่ย้ายพรรค และกลับมาอ้างเหตุผลว่า เป็นกลยุทธ์แยกกันเดินร่วมกันตี อ้างว่ายังเป็นเลือดเนื้อของ พ.ต.ท.ทักษิณ เหมือนกัน ซึ่งปัญหานี้กำลังเกิดขึ้นมากในการหาเสียง ทุกคนต่างอ้างว่ายังอยู่กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ทำให้ประชาชนแยกแยะไม่ออกมาอันไหนของแท้หรือของปลอม

“ผมเคยไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ หลายเดือนแล้ว ท่านบอกว่าคอยดูเลือกตั้งครั้งหน้า คนที่ออกจากพรรคก็จะไปอ้างว่าอยู่กับผม เดี๋ยวจะถ่ายลงซีดีให้ไปแจกประชาชน ในพื้นที่เพื่อบอกว่าผู้สมัครแต่ละเขตคนไหนที่ยังเป็นคนของผม อย่างนี้เป็นเรื่องดี เพราะจะทำให้พวกผีปอบที่แลกหน้ากิน หงายหลังแน่ นอกจากนี้พ.ต.ท.ทักษิณยังบอกว่าหลังการเลือกตั้งจะมานั่งเป็นที่ปรึกษาพรรคด้วย”

“เกรียงศักดิ์”งอนขอลาประชาธิปัตย์

ด้าน นายเกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ แถลงด้วยน้ำตาขอลาออกจากทุกตำแหน่ง ในพรรคประชาธิปัตย์ โดยให้เหตุผลว่าไม่เชื่อมั่นในตัวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพราะไม่มีความยุติธรรมในการบริหารงาน จึงไม่สามารถ ร่วมงานด้วยได้ เพราะไม่เป็นธรรมเรื่องหลักการ

นายเกรียงศักดิ์ กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ อนุมัติทางวาจาให้ลงสมัคร ส.ส.ระบบเขตประเวศ ในพื้นที่กรุงเทพฯได้ ตนจึงลงพื้นที่ต่อเนื่อง แต่กลับถูกเจ้าถิ่น คนพื้นที่เดิมของพรรคประชาธิปัตย์ขัดขวาง ใส่ร้าย แต่หัวหน้าพรรคไม่มีการตรวจสอบ แต่กลับไม่ให้ลงพื้นที่เขตดังกล่าว และยื่นคำขาดให้ลงพื้นที่เขตกรุงเทพฯ เขตหนึ่ง ทั้งที่การคัดเลือกตัวผู้สมัครยังไม่แล้วเสร็จ อีกทั้งการคัดเลือกตัวผู้สมัครซึ่งมีการตั้งกรรมการขึ้นมาพิจารณานั้น ไม่ได้รับการพิจารณาจากกรรมการชุดดังกล่าวโดยตรง จึงทำให้คนในพรรคหลายคนรู้สึกว่าไม่เป็นธรรม ดังนั้น การแสดงจุดยืนครั้งนี้ ถือเป็นการช่วยพรรคประชาธิปัตย์ และเพื่อสมาชิกที่คับแค้นใจไม่กล้าพูด จึงขอพลีชีพทางการเมือง เพื่อความเป็นธรรมของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์คนอื่นๆ

นายเกรียงศักดิ์ กล่าวว่าที่ออกมาพูดไม่ได้ดีสเครดิตใคร และไม่มีพรรคการเมืองอื่นมาทาบทาม หรือเสนอเงินให้ และตนจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งในวันที่ 23 ธ.ค.นี้

“บรรณวิทย์”ยันไม่เกี่ยวรวม 3 พรรค

พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน สนช. กล่าวปฎิเสธว่าไม่ได้เป็นตัวแทน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนาหารือกับนายกร ทัพพะรังสี รองหัวหน้าพรรคประชาราช นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย แต่นายประชัยชวนไปดื่มกาแฟที่บ้านพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งตนกับนายประชัยได้ร่วมกันต่อสู้ขับไล่รัฐบาลชุดที่แล้วมาด้วยกัน เมื่อนายประชัยชวนไปไหนตนก็ไปด้วยกันตลอด และเคยบอกว่าจะยอมตายด้วยกัน อย่างไรก็ตาม เมื่อไปบ้าน พล.อ.ชาติชายก็มีนักการเมืองทยอยเข้ามา และเมื่อเริ่มพูดคุยเรื่องงาน ตนก็ถอยออกไป เพราะฉะนั้นตนไปเป็นเพื่อนนายประชัยเท่านั้น

ส่วนที่นายกร ระบุ พล.ร.อ.บรรณวิทย์ ไปในนามของพรรครวมใจไทยฯ พล.ร.อ.บรรณวิทย์ กล่าวว่า ไม่ใช่ ถ้ามีอะไรเขาก็พูดคุยกับนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เลขาธิการพรรคอยู่แล้ว หากนายกร เป็นคนให้สัมภาษณ์ก็ไปถามท่านก็แล้วกัน เพราะวันนั้นตนก็กลับก่อนด้วย จึงไม่ทราบภายหลังมีการแถลงข่าวอะไรกัน

อีก 2 สัปดาห์รู้จะลงเลือกตั้งพรรคใด

สำหรับการลาออกจากราชการและ สนช. เพื่อมาเล่นการเมืองนั้น พล.ร.อ.บรรณวิทย์ กล่าวว่า ยังมีเวลาตัดสินใจอีก 2 สัปดาห์ ส่วนจะไปอยู่ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนาหรือไม่ ยอมรับว่าตนกับนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรครวมใจไทยฯ มีความคุ้นเคยกันทางด้านกีฬา ตนก็ชื่นชมท่าน เพราะนายสุวัจน์และตนเป็นคนจุดประกายนำกีฬาเทนนิสระดับโลกมาจัดที่เมืองไทย เพื่อให้เด็กไทยหันมาเล่นกีฬามากขึ้น ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจด้วยกัน แต่กับนายสุวัจน์ตนก็คุยแต่เรื่องกีฬาเท่านั้น ยังไม่คิดถึงเรื่องการเมือง

ผู้สื่อข่าวถามว่า แนวโน้มระหว่างนายประชัยกับนายสุวัจน์จะไปอยู่กับใคร พล.ร.อ.บรรณวิทย์ กล่าวว่า งานการเมืองยังไม่ได้คิด แต่จะใกล้ชิดกับนายประชัยมากกว่า ส่วนนายสุวัจน์จะสร้างสรรค์งานด้านกีฬามาด้วยกัน ดังนั้นขณะนี้มีเวลาที่จะตัดสินใจ เมื่อถามว่านายประชัยเคยชวนไปอยู่ด้วยหรือไม่ พล.ร.อ.บรรณวิทย์ กล่าวว่า เป็นเรื่องพูดคุยกันสองคนไม่บอก เดี๋ยวนายประชัยจะดุ แต่คิดว่าอะไรที่เกิดประโยชน์กับประชาชนก็จะตัดสินใจทำทันที เพราะตอนนี้อายุ 60 ปีแล้วคงจะทำประโยชน์ให้ประเทศได้อีกไม่มาก ดังนั้นขอทำอีกสักครั้งหนึ่ง
กำลังโหลดความคิดเห็น