ผู้จัดการรายวัน - ไทยเกรียงกรุ๊ป ขายเครื่องจักรเพื่อการชำระหนี้ของบริษัท จากมูลค่าที่ซื้อมากว่า 124 ล้านบาท ขาย 83.29 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่สูง
สุดจาก 3 รายที่เสนอราคามา และสินทรัพย์ที่ขายเป็นส่วนของโรงปั่นที่ปิดดำเนินการเมื่อปลายปี 48 เผยรายการดังกล่าวไม่เกี่ยวโยงกันตามกฎตลาด
หลักทรัพย์
นายชวลิต ทองหลิม กรรมการบริษัท ไทยเกรียงกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)(TDT ) ได้แจ้งรายงานการประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 2/2549 เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2549 โดยในรายงานฉบับดังกล่าว ได้กล่าวถึงการขายเครื่องจักรเพื่อการชำระหนี้ของบริษัท ซึ่งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลาดหลักทรัพย์) ได้สอบถามเพิ่มเติมในประเด็นดังกล่าว
บริษัทจึงขอชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขายเครื่องจักร เพื่อการชำระหนี้ของบริษัท ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 11/2548 เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2548 รวมเป็นเงิน 124,007,019 บาท และเป็นเงินที่ขาย 83,294,700 บาท ซึ่งการซื้อขายดังกล่าวไม่เป็น รายการที่เกี่ยวโยงกัน
สำหรับเหตุผลในการขายและการขอสัตยาบันจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทมีหนี้สินกับเจ้าหนี้สถาบันการเงิน (เฉพาะเงินต้นรวม ประมาณ 582 ล้านบาท) ตามที่เคยแจ้งแล้วนั้น ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2548 บริษัทยังมีภาระหนี้สินกับเจ้าหนี้อื่น ๆ อีกมากมาย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 129 ล้านบาท
ซึ่งบริษัทมีภาระที่จะต้องชำระหนี้ดังกล่าวกับเจ้าหนี้ตามกำหนดระยะเวลา ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้หยุดการผลิตและปิดโรงงานผลิตในส่วนของโรงปั่นที่ 1 เมื่อปลายปี48 และได้ดำเนินการหยุดการผลิตในส่วนของโรงปั่นที่เหลือ แล้วเมื่อต้นปี 2549 ในขณะเดียวกัน
บริษัทก็ประสบกับปัญหาสภาพคล่องทางการเงินมาโดยตลอดทำให้บริษัทไม่มีเงินเพียงพอในการชำระหนี้กับเจ้าหนี้แต่ละรายรวมถึงการจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายให้แก่พนักงาน ด้วยเหตุดังกล่าวบริษัทจึงมีความจำเป็น ที่จะต้องขายทรัพย์สินตามที่ปรากฏในข้อ 1. ซึ่งทรัพย์สินที่ขายโดยส่วนใหญ่ จะเป็นเครื่องจักรที่บริษัทมิได้มีการใช้งานซึ่งเป็นผลจากการหยุดการผลิตของบริษัทและเป็นทรัพย์สินที่มีอายุการใช้งานนานแล้ว อีกทั้ง จากการที่บริษัทไม่สามารถผลิตเต็มกำลังผลิต และขาดเงินทุนหมุนเวียนในการจัดหาอะไหล่ อุปกรณ์ในการบำรุงรักษาเครื่อง โดยเฉพาะในส่วนของโรงปั่น ทำให้เครื่องจักรดังกล่าวเสื่อมสภาพเร็วกว่าปรกติ ทั้งนี้ การกำหนดราคาบริษัทได้ใช้ราคาขายของผู้เสนอซื้อที่ดีที่สุด จากผู้เสนอซื้อขั้นต่ำ 3 ราย
ทั้งนี้หากบริษัทมิ ได้ดำเนินการ ขายทรัพย์สินดังกล่าว บริษัทจะไม่มีเงินเพียงพอในการชำระหนี้ดังกล่าวข้างต้น และอาจส่งผลเสียหาย ต่อบริษัทที่ต้องถูกฟ้องร้องเป็นคดีได้จากการไม่ดำเนินการชำระหนี้ดังกล่าวให้เสร็จสิ้น
สุดจาก 3 รายที่เสนอราคามา และสินทรัพย์ที่ขายเป็นส่วนของโรงปั่นที่ปิดดำเนินการเมื่อปลายปี 48 เผยรายการดังกล่าวไม่เกี่ยวโยงกันตามกฎตลาด
หลักทรัพย์
นายชวลิต ทองหลิม กรรมการบริษัท ไทยเกรียงกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)(TDT ) ได้แจ้งรายงานการประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 2/2549 เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2549 โดยในรายงานฉบับดังกล่าว ได้กล่าวถึงการขายเครื่องจักรเพื่อการชำระหนี้ของบริษัท ซึ่งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลาดหลักทรัพย์) ได้สอบถามเพิ่มเติมในประเด็นดังกล่าว
บริษัทจึงขอชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขายเครื่องจักร เพื่อการชำระหนี้ของบริษัท ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 11/2548 เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2548 รวมเป็นเงิน 124,007,019 บาท และเป็นเงินที่ขาย 83,294,700 บาท ซึ่งการซื้อขายดังกล่าวไม่เป็น รายการที่เกี่ยวโยงกัน
สำหรับเหตุผลในการขายและการขอสัตยาบันจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทมีหนี้สินกับเจ้าหนี้สถาบันการเงิน (เฉพาะเงินต้นรวม ประมาณ 582 ล้านบาท) ตามที่เคยแจ้งแล้วนั้น ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2548 บริษัทยังมีภาระหนี้สินกับเจ้าหนี้อื่น ๆ อีกมากมาย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 129 ล้านบาท
ซึ่งบริษัทมีภาระที่จะต้องชำระหนี้ดังกล่าวกับเจ้าหนี้ตามกำหนดระยะเวลา ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้หยุดการผลิตและปิดโรงงานผลิตในส่วนของโรงปั่นที่ 1 เมื่อปลายปี48 และได้ดำเนินการหยุดการผลิตในส่วนของโรงปั่นที่เหลือ แล้วเมื่อต้นปี 2549 ในขณะเดียวกัน
บริษัทก็ประสบกับปัญหาสภาพคล่องทางการเงินมาโดยตลอดทำให้บริษัทไม่มีเงินเพียงพอในการชำระหนี้กับเจ้าหนี้แต่ละรายรวมถึงการจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายให้แก่พนักงาน ด้วยเหตุดังกล่าวบริษัทจึงมีความจำเป็น ที่จะต้องขายทรัพย์สินตามที่ปรากฏในข้อ 1. ซึ่งทรัพย์สินที่ขายโดยส่วนใหญ่ จะเป็นเครื่องจักรที่บริษัทมิได้มีการใช้งานซึ่งเป็นผลจากการหยุดการผลิตของบริษัทและเป็นทรัพย์สินที่มีอายุการใช้งานนานแล้ว อีกทั้ง จากการที่บริษัทไม่สามารถผลิตเต็มกำลังผลิต และขาดเงินทุนหมุนเวียนในการจัดหาอะไหล่ อุปกรณ์ในการบำรุงรักษาเครื่อง โดยเฉพาะในส่วนของโรงปั่น ทำให้เครื่องจักรดังกล่าวเสื่อมสภาพเร็วกว่าปรกติ ทั้งนี้ การกำหนดราคาบริษัทได้ใช้ราคาขายของผู้เสนอซื้อที่ดีที่สุด จากผู้เสนอซื้อขั้นต่ำ 3 ราย
ทั้งนี้หากบริษัทมิ ได้ดำเนินการ ขายทรัพย์สินดังกล่าว บริษัทจะไม่มีเงินเพียงพอในการชำระหนี้ดังกล่าวข้างต้น และอาจส่งผลเสียหาย ต่อบริษัทที่ต้องถูกฟ้องร้องเป็นคดีได้จากการไม่ดำเนินการชำระหนี้ดังกล่าวให้เสร็จสิ้น


