พ.ร.บ.ไปรษณีย์เข็นมาเกือบ 2 ปี ยังไม่ถึงเส้นชัย! รมช.ดีอีสั่งทบทวนหลายมาตรา โยนโจทย์ Fair Game สรุปด่วนที่สุด แบบไม่มีเดดไลน์ จับตาขนส่งต้องจดทะเบียน-ช้อปออนไลน์อยู่ใต้กติกาไหม
น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานหารือติดตามความคืบหน้าการจัดทำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบกิจการไปรษณีย์ พ.ศ. .... ว่า ร่างที่เคยจัดทำไว้ก่อนหน้านี้อยู่ระหว่างปรับแก้หลายมาตรา จึงยังไม่สามารถนำสาระจากร่างเดิมมาอ้างเป็นข้อยุติได้ โดยประเด็นที่กำลังทบทวนมีทั้งโครงสร้างการกำกับ องค์ประกอบคณะกรรมการ วิธีดำเนินการ และการแบ่งประเภทบริการ
การหารือมีขึ้นเมื่อวันที่ 13 ส.ค.69 หลังฝ่ายที่ปรึกษากระทรวง กองกฎหมาย และไปรษณีย์ไทยให้ความเห็นต่อร่าง โดยรัฐมนตรีช่วยดีอีขอให้นำข้อเสนอทั้งหมดกลับไปสรุป "ด่วนที่สุด" แต่ยังไม่กำหนดวันแล้วเสร็จ เนื่องจากบางประเด็นต้องตรวจสอบความสอดคล้องกับกฎหมายฉบับอื่น เป้าหมายสำคัญคือทำให้กิจการรับส่งพัสดุมีระบบกำกับที่ชัดเจน ให้ผู้ประกอบการที่เข้าเกณฑ์เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง ควบคู่กับการแข่งขันที่เป็นธรรมและการคุ้มครองผู้ใช้บริการ
"อาจยังอ้างตัวเดิมที่เคยเสนอไว้แล้วไม่ได้ ตอนนี้ยังไม่เป็น Final เรื่องที่ปรับก็มีโครงสร้าง คณะกรรมการ วิธีการ และประเภทของการให้บริการ" น.ส.แนน กล่าว
◉ ยกเครื่องกม.มาตั้งแต่ปี 67
หากย้อนที่มาของ "ร่างเดิม" กระบวนการปรับกฎหมายไปรษณีย์เดินอย่างเป็นรูปธรรมในช่วงที่ ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ดำรงตำแหน่งปลัดดีอี โดยปลายปี 2567 กระทรวงดีอีเปิดรับฟังความคิดเห็นเพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ของ พ.ร.บ.ไปรษณีย์ พุทธศักราช 2477 และหาแนวทางปรับกฎหมายให้รองรับรูปแบบบริการและสภาพตลาดที่เปลี่ยนไป
การรับฟังผ่านระบบกลางทางกฎหมายระหว่างวันที่ 25 พ.ย.-9 ธ.ค.2567 มีผู้แสดงความคิดเห็น 185 คน ข้อเสนอส่วนหนึ่งต้องการให้กฎหมายคำนึงถึงการแข่งขันของภาคเอกชน ไม่เอื้อประโยชน์แก่หน่วยงานหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง และสร้างกติกาที่เท่าเทียมมากขึ้น ต่อมา วันที่ 20 มี.ค.2568 กระทรวงดีอีจัดรับฟังความคิดเห็นต่อ ร่าง พ.ร.บ.การประกอบกิจการไปรษณีย์ พ.ศ. .... เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องเสนอความเห็นและนำไปปรับปรุงร่างกฎหมายให้สมบูรณ์ขึ้น
◉ กฎหมายเก่าใช้มากว่า 90 ปี
เหตุผลสำคัญของการยกเครื่องกฎหมายคือ พ.ร.บ.ไปรษณีย์ พุทธศักราช 2477 ใช้มานานกว่า 90 ปี ขณะที่เทคโนโลยี การค้า รูปแบบบริการ และการแข่งขันในตลาดเปลี่ยนไปมาก จึงมีแนวคิดจัดทำกฎหมายใหม่ทั้งฉบับแทนการแก้กฎหมายเดิมเป็นรายมาตรา
อย่างไรก็ตาม ร่างเดิมวางให้ไปรษณีย์ไทยรับหน้าที่บริการที่รัฐพึงสงวนและบริการพื้นฐานโดยทั่วถึงในช่วงเริ่มต้น พร้อมได้รับใบอนุญาตอัตโนมัติครั้งแรก ก่อนยื่นต่ออายุตามกฎหมายเมื่อครบกำหนด โดยคณะกรรมการมีอำนาจกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมได้
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ตั้งคณะกรรมการกำกับกิจการไปรษณีย์ 7 คน มีอำนาจตั้งแต่ออก พักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาต รับจดทะเบียน กำกับผู้ประกอบการ กำหนดมาตรฐาน ไปจนถึงพิจารณาเรื่องร้องเรียนของผู้ใช้บริการ
ด้านผู้บริโภค ร่างเดิมกำหนดให้ผู้ประกอบการเปิดเผยประเภทบริการ มาตรฐาน และอัตราค่าบริการ ขณะที่ผู้ได้รับความเสียหายสามารถร้องเรียนต่อคณะกรรมการได้ ส่วนผู้ประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้จดทะเบียน มีโทษปรับตั้งแต่ไม่เกิน 250,000 บาท ไปจนถึง 1 ล้านบาท และบางกรณีที่เกี่ยวข้องกับธนาณัติอาจสูงถึง 10 ล้านบาท
◉ เส้นแบ่งพัสดุยังต้องเคลียร์
หนึ่งในจุดที่ต้องจับตาคือ ธุรกิจใดจะถูกนับเป็น "กิจการไปรษณีย์" และต้องเข้าสู่ระบบกำกับ เนื่องจากร่างเดิมมีถ้อยคำที่ยังต้องอ่านประกอบกัน
มาตรา 4 ของร่างเดิมยกเว้นกิจการรับ รวบรวม ส่ง หรือส่งมอบหีบห่อหรือสินค้าที่มีจ่าหน้า หากไม่ได้รับส่งจดหมายหรือไปรษณียบัตร แต่ในอีกส่วนหนึ่งกลับกำหนดให้ "บริการไปรษณีย์เฉพาะ" ครอบคลุมบริการพัสดุน้ำหนักไม่เกิน 20 กิโลกรัม
จุดนี้จึงเชื่อมโยงโดยตรงกับสิ่งที่ รัฐมนตรีช่วยดีอีระบุว่ากำลังทบทวนเรื่อง "ประเภทของการให้บริการ" เพราะร่างใหม่จำเป็นต้องตอบให้ชัดว่า เส้นแบ่งระหว่างธุรกิจขนส่งพัสดุกับกิจการไปรษณีย์อยู่ตรงไหน ใครต้องจดทะเบียน ใครต้องขอใบอนุญาต และใครอยู่นอกขอบเขตกฎหมาย เนื่องจากสถานะดังกล่าวมีผลต่อทั้งค่าธรรมเนียม มาตรฐานบริการ การตรวจสอบ และบทลงโทษ
◉ Fair Game ต้องเห็นในกติกา
อีกโจทย์สำคัญ คือ การวางกติการะหว่างไปรษณีย์ไทยกับผู้ประกอบการเอกชน โดยรัฐมนตรีช่วยดีอีใช้หลัก Fair Game Fair Trade และมองว่าผู้เล่นทุกฝ่ายอยู่ในระบบนิเวศเดียวกันของตลาดขนส่งพัสดุ กฎหมายจึงต้องวางเงื่อนไขให้แข่งขันและอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นธรรม
"วันนี้ไม่ได้คุยว่าประโยชน์ตกแก่ใคร เราใช้คำว่า Fair Game Fair Trade ทุกเจ้าสำคัญหมด เพราะเขาอยู่ใน Ecosystem ของระบบขนส่งพัสดุในบ้านเรา เราปรับแก้กฎหมายมาเพื่อให้ทุกเจ้าอยู่ด้วยกันได้" น.ส.แนน กล่าว
อย่างไรก็ตาม ร่างเดิมยังเสนอให้ตั้งกองทุนสนับสนุนบริการไปรษณีย์พื้นฐานเพื่อประโยชน์สาธารณะ มีรายได้จากค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและจดทะเบียน ค่าปรับทางปกครอง และเงินจากสัดส่วนรายได้ของผู้ประกอบกิจการภายใต้กำกับ โดยในส่วนเงินจากสัดส่วนรายได้ ยกเว้นผู้ให้บริการไปรษณีย์ที่รัฐพึงสงวนและบริการพื้นฐานโดยทั่วถึง
ดังนั้น หากหลัก Fair Game Fair Trade จะเกิดขึ้นจริง จุดที่ต้องดูจึงไม่ใช่เพียงว่าทุกฝ่ายอยู่ภายใต้กฎหมายหรือไม่ แต่คือร่างใหม่จะสร้างสมดุลระหว่างภารกิจบริการสาธารณะและสถานะของไปรษณีย์ไทย กับภาระที่ผู้ประกอบการเอกชนต้องรับอย่างไร เพื่อไม่ให้ความแตกต่างทางกฎหมายกลายเป็นความได้เปรียบหรือเสียเปรียบในการแข่งขัน
โจทย์ต่อจากนี้คือ คำว่า "ด่วนที่สุด" จะเร็วแค่ไหนในทางปฏิบัติ และยังไม่ชัดว่าหลังแก้ไขสาระสำคัญแล้วจะเดินหน้าสู่ขั้นตอนถัดไปได้ทันที หรือจำเป็นต้องกลับเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นอีกครั้ง ซึ่งอาจเป็นอีกตัวแปรต่อระยะเวลาของกฎหมายฉบับนี้
◉ แพลตฟอร์มใหญ่ตบเท้าเข้าพบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการหารือร่าง พ.ร.บ.ไปรษณีย์เพียงไม่กี่วัน รัฐมนตรีช่วยดีอีได้หารือกับสมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย (TDPA) ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของ Grab, Lazada, LINE MAN Wongnai และ Shopee โดยการพูดคุยครอบคลุมกฎหมายและกติกาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจแพลตฟอร์ม
ความเคลื่อนไหวนี้น่าสนใจในมิติการแข่งขัน เพราะสมาชิกหลายรายไม่ได้มีเพียงธุรกิจแพลตฟอร์มหรืออีคอมเมิร์ซ แต่ยังมีบริการจัดส่งสินค้า ระบบโลจิสติกส์ หรือเครือข่ายไรเดอร์อยู่ในระบบธุรกิจ ทำให้บางบริการอาจทับซ้อนกับตลาดขนส่งพัสดุ ซึ่งไปรษณีย์ไทยเป็นหนึ่งในผู้เล่น ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีช่วยดีอีมีแนวคิดว่า ผู้ซื้อควรมีสิทธิเลือกผู้ให้บริการขนส่ง ไม่ควรถูกกำหนดให้ใช้เพียงรายใดรายหนึ่ง
นี่จึงเป็นอีกจุดที่ต้องติดตามเมื่อร่างใหม่ออกมาว่า เส้นแบ่งระหว่าง "แพลตฟอร์มดิจิทัล" "ผู้ให้บริการขนส่ง" และ "ผู้ประกอบกิจการไปรษณีย์" จะถูกกำหนดอย่างไร โดยเฉพาะผู้เล่นที่มีหลายบริการอยู่ในระบบเดียวกัน จะต้องอยู่ภายใต้ใบอนุญาต การจดทะเบียน ค่าธรรมเนียม และมาตรฐานใด เพราะโจทย์สำคัญของกฎหมายไม่ใช่เพียงว่า "ใครถูกกำกับ" แต่คือจะวางกติกากับผู้เล่นที่มีโมเดลธุรกิจต่างกันอย่างไรให้แข่งขันได้อย่างเป็นธรรม


