xs
xsm
sm
md
lg

'ดีอี' รื้อร่างกฎหมายแพลตฟอร์ม มองค่า GP ต้องดูทั้ง Total Take Rate

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



'ไชยชนก' เบรกปรับ กม.เศรษฐกิจแพลตฟอร์ม หลังมองโมเดล EU เข้มเกินไป รื้อโจทย์ค่า GP ดู Total Take Rate เพิ่มทางเลือกกำกับแพลตฟอร์ม ลุ้นทันเข้าสภา ก.ย.69

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดทำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล พ.ศ. ... ว่า ได้ให้นโยบายให้ชะลอและปรับแนวทางของร่างกฎหมายที่เดิมอ้างอิงจากกฎหมายของสหภาพยุโรป (EU) โดยให้เหตุผลว่าแนวทางของ EU มีความเข้มงวดเกินไปสำหรับบริบทของไทย จึงต้องหาจุดที่เหมาะสม ขณะที่การดำเนินงานยังคงเดินหน้าต่อ และต้องหารือร่วมกับหลายหน่วยงาน รวมถึงกระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์

"กฎหมายแพลตฟอร์มเราก็กำลังเวิร์กอยู่ ไม่ได้หยุด ตอนแรกเราอ้างอิงมาจากกฎหมายของ EU วันนี้ผมก็ได้ให้นโยบายไปว่าให้ชะลอและปรับ เพราะมันเข้มเกินไป และ EU ก็กำลังปรับของเขาเอง เราก็ต้องหาจุดที่มันพอดีสำหรับเรา" นายไชยชนกกล่าว

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้กระทรวงดีอีเคยตั้งเป้าผลักดันร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยเมื่อพิจารณาร่างแล้วเสร็จ จะส่งต่อให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา ก่อนเข้าสู่วาระการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) และนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในสมัยประชุม ซึ่งในขณะนั้นคาดว่าจะเป็นช่วงประมาณเดือน ก.ย.69

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
โมเดลจีนเข้าตา! 'ดีอี' ศึกษากม.คุมแพลตฟอร์ม สกัดสแกมเมอร์แบบไม่หักบิ๊กเทค
จุดจบค่า GP ขึ้นตามใจ! 'ดีอี' ร่างกฎหมายคุมแพลตฟอร์ม คาดเข้าสภา ก.ย.69
กฎไม่ขลัง! ร้านค้าทวง 'กขค.' เอาผิดแพลตฟอร์มล็อกขนส่ง
'ศุภจี' โยนโจทย์ดีอี ใช้ ETDA แกะค่า GP แพลตฟอร์ม ลดภาระร้านเล็ก

สำหรับแนวทางกำกับแพลตฟอร์ม นายไชยชนกกล่าวว่า กระทรวงอยู่ระหว่างศึกษาหลายทางเลือก โดยประเด็นค่าธรรมเนียมไม่ควรพิจารณาเฉพาะค่า GP แต่ต้องมองถึง Total Take Rate หรืออัตราการหักรายได้รวม เนื่องจากหากลดค่า GP แพลตฟอร์มยังสามารถเพิ่มค่าธรรมเนียมประเภทอื่นได้ พร้อมศึกษาตัวอย่างจากต่างประเทศ เช่น ONDC (Open Network for Digital Commerce) ของอินเดีย และแนวทางของจีนที่มีการออกกฎหมายและจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมากำกับดูแลแพลตฟอร์ม

อีกแนวทางที่อยู่ระหว่างการศึกษา คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางเพื่อรวบรวม Marketplace ที่สมัครใจเข้าร่วมให้อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ร่วมกัน โดยอาจมีสิทธิประโยชน์จากภาครัฐเป็นแรงจูงใจ หากระบบสามารถรวบรวมผู้ประกอบการหรือแพลตฟอร์มได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะเป็นอีกทางเลือกในการเพิ่มอำนาจต่อรอง นอกเหนือจากการปรับกฎหมายและการขอความร่วมมือจากแพลตฟอร์ม

"ถ้าเกิดมันมีประสิทธิภาพ แล้วรวมตัว รวมศูนย์กลุ่มผู้ประกอบการหรือแพลตฟอร์มเด็กดี มาอยู่ด้วยกัน อย่างน้อยมันก็เป็นทางเลือกที่จะทำให้เรามีอำนาจการต่อรอง ขอความร่วมมือในอีกรูปแบบหนึ่งได้บ้าง เพราะฉะนั้นกำลังทำทุกทางอยู่" นายไชยชนกกล่าว

ส่วนแนวคิดการจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะเพื่อกำกับดูแลแพลตฟอร์ม นายไชยชนกกล่าวว่า ยังเป็นหนึ่งในแนวทางที่อยู่ระหว่างศึกษา โดยนำโมเดลที่จีนประกาศออกมาประกอบการพิจารณา ขณะเดียวกัน แนวคิดเดิมของร่างกฎหมายไทยก่อนที่จะถูกชะลอไว้ก็มีแนวคิดเรื่องการตั้งคณะทำงานอยู่แล้ว แต่ไม่ได้มีระดับความเข้มงวดเท่ากับแนวทางของจีน ทั้งนี้ การศึกษาการตั้งหน่วยงานกำกับไม่จำเป็นต้องตัดทางเลือกอื่นออก และสามารถดำเนินการควบคู่กันได้

นายแอนโธนี ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท แกร็บ โฮลดิ้งส์ จำกัด (ประเทศสิงคโปร์) ร่วมหารือกับ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ที่ทำเนียบรัฐบาล
สำหรับการหารือกับ นายแอนโธนี ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท แกร็บ โฮลดิ้งส์ จำกัด (ประเทศสิงคโปร์) นายไชยชนกกล่าวว่า Grab ไม่ได้เรียกร้องให้รัฐบาลผ่อนปรนกฎเกณฑ์ โดยการหารือส่วนใหญ่เป็นการอัปเดตผลการดำเนินงานและความร่วมมือที่ผ่านมา รวมถึงการช่วยเหลือและสร้างโอกาสให้กับผู้ขับขี่ และผู้ประกอบการ โดย Grab ในฐานะแพลตฟอร์ม Ride Sharing มีบทบาทสำคัญด้านการส่งอาหารและการให้บริการรถสาธารณะ ช่วยสร้างรายได้และขยายโอกาสทางธุรกิจให้แก่ร้านอาหารทั่วประเทศ และผู้ให้บริการรถสาธารณะ ขณะที่ Grab แจ้งว่าในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มีธุรกรรมจากโครงการไทยช่วยไทย ผ่านแพลตฟอร์มประมาณ 10 ล้านธุรกรรม

นอกจากนี้ Grab ยังนำเสนอการนำ AI เข้ามาช่วยร้านค้าและไรเดอร์ ทั้งด้านการตลาด การจัดการบัญชีการเงิน และการบริหารวัตถุดิบ โดยนายไชยชนกแสดงความสนใจเรื่องการแชร์เทคโนโลยี แต่ต้องการดูรายละเอียดและการทำงานจริงเพิ่มเติมก่อน ขณะเดียวกัน Grab ยังแสดงความประสงค์เข้าร่วมโครงการไทยเที่ยวไทย โดยเสนอแนวคิดให้ไรเดอร์มีส่วนร่วมในมาตรการส่วนลดด้านการเดินทาง ซึ่งรัฐบาลอยู่ระหว่างพิจารณาความเป็นไปได้ของโครงสร้างระบบ การตรวจสอบ และการระบุตัวตน

ส่วนค่า GP นายไชยชนกกล่าวว่า ไม่ได้เป็นหัวข้อที่หารือกับ Grab เนื่องจากประเด็นนี้มีการหารือกับแพลตฟอร์มในอีกวงหนึ่งอยู่แล้ว ขณะที่ การพิจารณาเรื่องค่าธรรมเนียมหรือกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มจะหารือในภาพรวม ไม่แยกเป็นรายบริษัท เพื่อไม่ให้เกิดความได้เปรียบหรือเสียเปรียบระหว่างผู้ประกอบการ

ด้านการหารือกับ TikTok นายไชยชนกกล่าวว่า มีการแลกเปลี่ยนเรื่องความร่วมมือในการรับมือภัยจากสแกมเมอร์ รวมถึงระบบ AI สำหรับตรวจสอบเนื้อหาและกระบวนการ KYC โดย TikTok เชิญฝ่ายไทยไปดูระบบที่สิงคโปร์ หลังนายไชยชนกตั้งข้อสังเกตถึงการยืนยันตัวตนของผู้เปิดบัญชีที่ไม่ได้เป็นร้านค้า และการใช้ AI ตรวจสอบบัญชีต่างๆ ขณะที่เจ้าตัวระบุว่า หากไม่สามารถเดินทางไปได้ อาจส่งทีมงานไปศึกษาระบบแทน