xs
xsm
sm
md
lg

Google เปิดตัว Pixel 11 ซีรีส์ อัปเกรดชิปใหม่ ฝัง Gemini Intelligence ให้ใช้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กูเกิล (Google) เปิดตัวสมาร์ทโฟนตระกูล Pixel 11 ซีรส์ นำโดย Pixel 11, Pixel 11 Pro, Pixel 11 Pro XL และจอพับ Pixel 11 Pro Fold นำชิปเซ็ต Google Tensor G6 ที่ผลิตบนสถาปัตยกรรม 2 นาโนเมตร มาใช้งาน ปรับความจุเริ่มต้น 256GB รองรับการประมวลผล Gemini Intelligence

จุดที่เปลี่ยนแปลงหลักๆ คือการนำไฟแจ้งเตือนในชื่อ "HiLight" ซึ่งเป็นไฟ LED บริเวณแถบกล้องหลัง ทำหน้าที่ให้ข้อมูลการแจ้งเตือนจากไฟสีต่างๆ เมื่อมีสายเรียกเข้าจากรายชื่อผู้ติดต่อ รวมถึงสว่างโต้ตอบขณะใช้งานสั่งการ Gemini AI แบบแฮนด์ฟรี


อย่างไรก็ตาม การอัปเกรดมาตรฐานฮาร์ดแวร์ครั้งนี้มาพร้อมกับการปรับขึ้นราคาขายทั่วโลกประมาณ 100 ดอลลาร์สหรัฐในสหรัฐอเมริกา โดยราคาเริ่มต้นของ Pixel 11 อยู่ที่ 899 ดอลลาร์สหรัฐ, Pixel 11 Pro อยู่ที่ 1,099 ดอลลาร์สหรัฐ, Pixel 11 Pro XL อยู่ที่ 1,299 ดอลลาร์สหรัฐ และ Pixel 11 Pro Fold อยู่ที่ 1,899 ดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งนี้ รายงานจากนักวิเคราะห์ระบุว่า ปัจจัยสำคัญส่วนหนึ่งมาจากต้นทุนสัญญาสั่งซื้อหน่วยความจำ (RAM) และชิปเซ็ตในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น จากการที่ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์หันไปทุ่มกำลังการผลิตให้แก่เซิร์ฟเวอร์ AI สำหรับระดับองค์กร


สำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นพรีเมียมอย่าง Pixel 11 Pro และ Pixel 11 Pro XL ได้รับการอัปเกรดระบบกล้องถ่ายภาพ ด้วยเซนเซอร์หลักความละเอียด 50 เมกะพิกเซล ขนาด 1/1.3 นิ้ว ทำงานร่วมกับเลนส์ Ultrawide ความละเอียด 48 เมกะพิกเซล และเลนส์ Telephoto แบบ Periscope ความละเอียด 48 เมกะพิกเซล รองรับการซูมแบบดิจิทัลสูงสุดถึง 120 เท่า ควบคู่กับฟีเจอร์ถ่ายภาพกลางคืน Instant Night Sight และระบบบันทึกวิดีโอ Magic Capture ที่ใช้ AI ช่วยตัดต่อและปรับแต่งให้อัตโนมัติ

ขณะที่รุ่นหน้าจอพับได้ Pixel 11 Pro Fold ได้รับการปรับปรุงโครงสร้างบานพับ ร่วมกับฝาหลังวัสดุกระจกไฟเบอร์คอมโพสิต ทำให้ตัวเครื่องมีความบางลงประมาณ 1 มิลลิเมตร และน้ำหนักเบาลงราว 10% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า พร้อมมาตรฐานการกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 และความสว่างหน้าจอสูงสุด 3,600 นิต

โดยชิปเซ็ต Google Tensor G6 รุ่นใหม่จะช่วยให้การท่องเว็บทำได้เร็วขึ้น 25% และเปิดแอปพลิเคชันเร็วขึ้น 15% ขณะเดียวกันยังเพิ่มการคำนวณทางด้าน AI เร็วขึ้น 50% ส่งผลให้สามารถประมวลผลภารกิจ AI บนอุปกรณ์ ได้รวดเร็วขึ้นสูงสุดถึง 3.5 เท่า ลดการใช้พลังงานลงสูงสุดถึง 3.5 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า


นอกจากนี้ ยังอัปเกรดฟีเจอร์ Gemini Intelligence ให้รองรับการทำงานข้ามแอปพลิเคชันหลักมากกว่า 40 แอป สามารถคาดการณ์และให้ข้อมูลเชิงบริบทล่วงหน้า เช่น การแสดงข้อมูลเที่ยวบินหรือตัวเลือกการจองร้านอาหารโดยอัตโนมัติขณะสนทนา รวมถึงการแนะนำข้อมูลสถานที่ยอดนิยมบนหน้าจอ ล็อกสกรีน

ฟีเจอร์ด้านการถ่ายภาพ "Magic Capture" ที่ใช้ AI และ Gemini วิเคราะห์เฟรมภาพสูงถึง 400 เฟรม เพื่อเลือกจังหวะที่ดีที่สุดให้ได้ภาพความละเอียด 12 ล้านพิกเซลพร้อมไฟล์วิดีโอทันทีโดยไม่ต้องสลับโหมด พร้อมเปิดตัว "Camera Looks" โปรไฟล์สีภาพถ่ายแบบกำหนดเองได้ถึง 9 สไตล์ รวมถึง "Instant Night Sight" ในรุ่น Pixel 11 Pro และ Pro XL ที่ประมวลผลภาพถ่ายสภาวะแสงน้อยได้เร็วกว่าเดิมสูงสุดถึง 4.5 เท่า

สำหรับสายสร้างคอนเทนต์ Pixel 11 มาพร้อมชุดเครื่องมือ "Creator Suite" ที่ติดตั้งระบบ Teleprompter บนหน้าจอขณะถ่ายวิดีโอ การจัดเก็บไฟล์วิดีโอเข้าโฟลเดอร์โปรเจกต์อัตโนมัติ และการเปิดใช้โหมดวิดีโอเป็นค่าเริ่มต้นของกล้อง รวมถึงฟีเจอร์ความสามารถอื่นอย่างการใช้ Circle to Search จากช่องมองภาพกล้องถ่ายรูปเพื่อค้นหาข้อมูลสิ่งของตรงหน้าทันที และระบบ "Live Translate" ที่ทำการพากย์เสียงวิดีโอหรือเสียงภาษาต่างประเทศแปลเป็นภาษาเป้าหมายแบบเรียลไทม์

อย่างไรก็ตาม Google Pixel 11 ซีรีส์ จะเริ่มวางจำหน่ายในต่างประเทศวันที่ 20 สิงหาคมนี้ และยังไม่มีแผนการทำตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเช่นเดิม