วันที่ 21 เมษายน 2569 แอปเปิล (Apple) ประกาศอย่างเป็นทางการว่า จอห์น เทอร์นัส (John Ternus) วัย 50 ต้น ๆ จะขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) คนใหม่ แทนที่ ทิม คุก (Tim Cook) เทอร์นัสจะเริ่มรับไม้ต่ออย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กันยายน 2569 ขณะที่คุกจะเปลี่ยนบทบาทเป็นประธานคณะกรรมการบริษัทบริหาร (Executive Chair)
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจสำหรับแวดวงซิลิคอนวัลเลย์ เพราะ จอห์น เทอร์นัสถูกมองว่าเป็น "ตัวเต็ง" มาตั้งแต่ปลายปี 2568 หลังสื่อ New York Times รายงานว่าทิม คุก แจ้งต่อคณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารระดับสูงว่าต้องการลดภาระงาน ซึ่งกระตุ้นให้เกิดกระบวนการสรรหาผู้สืบทอดเริ่มขึ้นอย่างจริงจัง
"ผมรู้สึกซาบซึ้งอย่างยิ่งกับโอกาสนี้ในการสานต่อพันธกิจของแอปเปิล ตลอดอาชีพการงานเกือบทั้งหมดของผมอยู่ที่นี่ ผมได้เรียนรู้จากสตีฟ จอบส์ และได้ทิม คุกเป็นพี่เลี้ยง" จอห์น เทอร์นัส ระบุในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของ Apple
*** เปิดเส้นทาง 25 ปีในบ้านหลังเดียว
จอห์น เทอร์นัสเกิดและเติบโตในแคลิฟอร์เนีย สำเร็จการศึกษาด้านวิศวกรรมเครื่องกลจากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียในปี 2540 ก่อนจะทดลองงานสั้น ๆ ที่ Virtual Research Systems บริษัทสตาร์ทอัปด้าน VR จากนั้นในปี 2544 ก็ได้ก้าวเข้าสู่รั้วของ Apple เข้าร่วมทีมออกแบบผลิตภัณฑ์ในยุคที่สตีฟ จอบส์ยังคุมบังเหียน
ปี 2556 จอห์น เทอร์นัสได้รับแต่งตั้งเป็นรองประธานฝ่ายวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ และในปี 2564 ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายฮาร์ดแวร์อย่างเต็มตัว รับผิดชอบส่วนประกอบทางกายภาพทั้งหมดของผลิตภัณฑ์ Apple รวม 25 ปีเต็มที่เขาผูกพันกับองค์กรนี้เพียงแห่งเดียว
สำหรับผู้บริโภคชาวไทยที่ใช้ผลิตภัณฑ์แอปเปิลในชีวิตประจำวัน แม้ จอห์น เทอร์นัสจะไม่ใช่ชื่อที่คุ้นหู แต่ผลงานของหนุ่มใหญ่คนนี้คือสิ่งที่อยู่ในมือและในหูของหลายคนอยู่แล้ว ทั้ง Apple Watch ที่ปัจจุบันเป็นสมาร์ตวอทช์ขายดีอันดับต้นในไทย และ AirPods ที่กลายเป็นสัญลักษณ์แฟชั่นเทคนอกเหนือจากการเป็นหูฟัง ล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ที่ถือกำเนิดภายใต้การนำของหนุ่มคนนี้
ความสำเร็จที่ใหญ่กว่าในเชิงเทคนิคคือการนำ ชิป Apple Silicon มาใช้ในคอมพิวเตอร์ Mac แทนชิปของ Intel ในปี 2563 ซึ่ง Wall Street Journal รายงานว่าทำให้ยอดขาย Mac พุ่งสูงอย่างมีนัยสำคัญ และเป็นก้าวที่เปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกโปรเจกต์ที่ประสบความสำเร็จ เพราะแว่น Vision Pro ที่เปิดตัวในยุคที่เขาคุมฮาร์ดแวร์ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่ตลาดยังไม่ตอบรับ
***โจทย์ใหญ่ AI และเกมวื่งไล่ตามคู่แข่ง
แม้จะรับช่วงต่อในยุคที่ธุรกิจแข็งแกร่ง (Apple ทำกำไรทะลุ 100,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี มีรายงานรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์จาก iPhone ในเดือนมกราคม 69 ผลส่วนหนึ่งจากความต้องการที่ฟื้นตัวในตลาดจีน) แต่ จอห์น เทอร์นัสจะต้องเผชิญกับแรงกดดันหนักในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ปัจจุบัน Apple ถูกมองว่าล้าหลังคู่แข่งอย่าง Google และ Microsoft ในสนาม AI แม้จะนำหน้าในด้านฮาร์ดแวร์สำหรับผู้บริโภค แต่ จอห์น เทอร์นัสจะสืบทอดแผนยกเครื่อง Siri และความท้าทายในการสร้างผลิตภัณฑ์ AI ที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใช้ iPhone นับล้านในไทยและทั่วโลกกำลังรอคอย
ทิม คุก ยกย่อง จอห์น ที่จะมาสืบทอดตำแหน่งต่อ ว่ามีจิตใจของวิศวกร จิตวิญญาณของนักสร้างสรรค์ และหัวใจที่นำด้วยความซื่อสัตย์ เรียกว่าเป็นคำสรรเสริญที่เหมาะกับซีอีโอคนใหม่ของ Apple ผู้อยู่ใต้ชายคา Apple มากว่า 25 ปี.


