อีลอน มัสก์ (Elon Musk) เจ้าพ่อเทสลา (Tesla) และสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) เผยสุดยอดอภิมหาโปรเจ็กต์ที่ทะเยอทะยานที่สุดโครงการหนึ่งในประวัติศาสตร์ของตัวเอง นั่นคือ "Terafab" โรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์แบบครบวงจรที่รวมทุกขั้นตอนการผลิตชิปไว้ในสถานที่เดียว
โครงการนี้เป็นการร่วมลงทุนหรือ joint venture ระหว่าง Tesla, SpaceX และ xAI โดยจะสร้างขึ้นใกล้กับ Giga Texas ในออสติน รัฐเท็กซัส งานนี้หนุ่ม Musk ใช้คำว่า “the most epic chip-building exercise in history by far” หรือการสร้างโรงงานชิปที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
***คลี่ม่าน Terafab คืออะไร-ทำไมถึงสำคัญ?
จากการรวบรวมจากคำพูดของ Musk ในการนำเสนอที่ Austin และรายงานจาก Morgan Stanley รวมถึงข้อมูลจากแหล่งข่าวเทคโนโลยีหลายแห่ง ชี้ว่า Terafab จะมุ่งเน้นการผลิตชิป 2 ประเภทหลัก
ประเภทแรกคือ Edge-inference processor หรือชิปเพื่อการประมวลผลแบบ Edge ที่สามารถเก็บและประมวลผลข้อมูลอยู่ใกล้กับแหล่งกำเนิดหรืออุปกรณ์ที่สร้างข้อมูลมากที่สุด โดยจะเป็นชิปสำหรับระบบ Full Self-Driving (FSD) ที่ทำให้รถ Tesla, หุ่นยนต์ Optimus และกองทัพ Robotaxi ขับเคลื่อนตัวเองได้อัตโนมัติ
อีกประเภทคือ High-power space-hardened chip ที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อมอวกาศ สำหรับดาวเทียม SpaceX, orbital data centers และโครงการของ xAI
สิ่งที่ทำให้ Terafab แตกต่างคือการรวมทุกอย่างไว้ภายใต้หลังคาเดียวกัน ตั้งแต่การออกแบบชิป การผลิตเวเฟอร์ ความจำ การบรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงการทดสอบ ซึ่ง Musk บอกว่าไม่มีโรงงานใดในโลกทำได้แบบนี้ในขณะนี้ ทำให้สามารถ iterate ชิปได้เร็วภายในไม่กี่วัน
โรงงานต้นแบบ “Advanced Technology Fab” จะเริ่มที่ North Campus ของ Giga Texas ก่อน โดยอาคารหลักของ Terafab เต็มรูปแบบจะใหญ่กว่าอาคาร Giga Texas อย่างมาก (ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอาคารที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่แล้ว) ค่าใช้จ่ายเบื้องต้นอยู่ที่ 2-2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ และ Musk ย้ำว่าไม่ได้รวมอยู่ในงบ capital expenditure ของ Tesla ปี 2026
***ต้องทำเอง แก้ปมไม่มีชิป
Musk อธิบายเหตุผลที่ต้องสร้างโรงงานชิปแบบตรงไปตรงมา ว่า “เราต้องสร้าง Terafab หรือไม่งั้นเราจะไม่มีชิป” เพราะผู้ผลิตชิปชั้นนำอย่าง TSMC และ Samsung ขยายกำลังผลิตได้ช้าเกินไปสำหรับความต้องการ AI และ robotics ที่พุ่งสูงของบริษัทที่ Musk บริหารอยู่
Musk ยังระบุด้วยว่าการผลิต AI compute ของโลกทั้งหมดในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 20 กิกะวัตต์ต่อปี ซึ่งคิดเป็นเพียง 2% ของสิ่งที่บริษัทของ Musk ต้องการในอนาคตอันใกล้ เป้าหมายระยะยาวของ Terafab จึงคือการผลิตพลังประมวลผล AI ได้มากกว่า 1 เทราวัตต์ (1 ล้านล้านวัตต์) ต่อปี โดยส่วนใหญ่จะนำไปใช้ในอวกาศ
*** หุ่น Optimus คือตัวขับเคลื่อนหลัก
ความต้องการชิปที่สูงที่สุดมาจากหุ่นยนต์ Optimus เรื่องนี้ Andrew Percoco นักวิเคราะห์จาก Morgan Stanley ประเมินว่า Giga Texas เพียงแห่งเดียวจะมีความสามารถผลิตหุ่นยนต์ได้ 10 ล้านตัวต่อปี ซึ่งต้องการชิปถึง 20 ล้านตัว ถือว่ามากกว่าความต้องการชิปของธุรกิจยานยนต์ทั้งหมดของ Tesla ในปัจจุบันถึง 6 เท่า
หาก Tesla ไปถึงเป้าหมายระยะยาวที่ 100 ล้านตัวต่อปี ความต้องการชิปจะพุ่งไปถึงกว่า 200 ล้านตัว หรือมากกว่าความต้องการปัจจุบันรวมธุรกิจยานยนต์และ Robotaxi ถึง 50 เท่า
ในส่วนของ Terafab นั้นวางแผนใช้กระบวนการผลิตขั้นสูงที่ 2 นาโนเมตร ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล้ำหน้าที่สุดในโลก ขณะที่ TSMC เองก็เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น
***ภารกิจหนักหน่วง
อภิมหาโปรเจ็กต์นี้เต็มไปด้วยความท้าทายที่ไม่อาจมองข้าม โดย Morgan Stanley มองว่าแม้ Terafab อาจเป็นการเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง แต่ก็ยอมรับว่างานนี้เป็น “Herculean task” หรือภารกิจที่หนักหน่วงสุดๆ การสร้างความสามารถในการผลิตชิป logic ขั้นสูง 2nm ต้องอาศัยความก้าวหน้าที่สะสมมานานหลายสิบปี ส่วนทุนที่ต้องใช้จริงอาจพุ่งสูงถึง 3.5-4.5 หมื่อล้านดอลลาร์ก็ได้
ลำพัง Musk เองยังไม่มีพื้นฐานโดยตรงในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และมีประวัติศาสตร์การ overpromise หรือสัญญาที่ทำไม่ได้จริงเรื่องไทม์ไลน์การพัฒนามาแล้ว อย่างไรก็ตาม Musk ตอบโต้ความสงสัยโดยชี้ให้เห็นว่า Tesla และ SpaceX เคยถูกมองว่า “เป็นไปไม่ได้” ทั้งรถยนต์ไฟฟ้าและจรวดที่นำกลับมาใช้ใหม่ แต่สุดท้ายก็ทำสำเร็จ
ในสายตานักวิเคราะห์ มีการคาดการณ์ว่าแม้จะเร่งสุดตัว แต่การผลิตชิปจาก Terafab ยังไม่น่าจะเริ่มได้ก่อนกลางปี 2028
ที่สุดแล้ว Terafab ย่อมไม่ใช่แค่โรงงานชิปอีกแห่งของโลก แต่นี่คือการเดิมพันครั้งใหญ่ของ Elon Musk ที่จะควบคุมวงจรการผลิตหรือ supply chain สำคัญของอนาคต ทั้ง AI, robotics และอวกาศเอาไว้ในมือตัวเอง ซึ่งหากสำเร็จ โปรเจ็กต์นี้จะช่วยเร่งความทะเยอทะยานของ Tesla ใน FSD, Robotaxi และ Optimus ได้อย่างมหาศาล ขณะเดียวกันก็สนับสนุนแผนสร้างศูนย์ข้อมูลในอวกาศหรือ orbital data centers ของ SpaceX ที่อาจเป็นปัจจัยสำคัญก่อน IPO ที่คาดว่าจะเกิดในฤดูใบไม้ผลิ ปี 2026 นี้.


