บมจ. ซินเน็ค (ประเทศไทย) หรือ SYNNEX ขีดเส้นปี 2026 ตั้งเป้าทำรายได้ทะลุ 50,000 ล้านบาทให้ได้เป็นปีแรก ชี้เป็นผลจากการเติบโตต่อเนื่องหลังจากปี 2025 ที่ทำรายได้ทะลุเป้า 42,500 ล้านบาทไปแล้ว เผยกลยุทธ์สำคัญที่จะดันยอดให้ถึงเป้านี้คือการเน้นกลุ่มสินค้าโซลูชัน ที่ตั้งเป้าให้เติบโตถึง 20%
เพื่อเป้าหมายนี้ ซินเน็คเดินหน้าลงทุนเทคโนโลยีหลังบ้าน นำระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้เต็มรูปแบบ โดยเฉพาะการนำ System 5 มาใช้ในคลังสินค้าเพื่อรองรับการเติบโต ซึ่งถือเป็นที่แรกในประเทศไทยที่มีการลงทุนระบบนี้ พร้อมนำ AI เข้ามาทำงานจริงในทุกแผนกขององค์กร
สำหรับปี 2026 ซินเน็คเน้นใช้กลยุทธ์ "ห้องปิดการขาย" ที่พาร์ทเนอร์ไม่ต้องลงทุนเอง ด้วยการเปิดตัวพื้นที่โชว์เคส ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาการขายสินค้าโซลูชันที่ซับซ้อน สิ่งที่น่าสนใจคือห้องนี้ไม่ได้มีไว้โชว์เท่านั้น แต่ถูกออกแบบมาให้พาร์ทเนอร์ที่เป็นรีเซลเลอร์ สามารถพาลูกค้า End-user เข้ามาดูระบบจริงและปิดการขาย โดยที่พาร์ทเนอร์ไม่ต้องควักเงินลงทุนสร้างห้องโชว์เอง ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสในการขายได้อย่างมหาศาล
ในภาพรวม ซินเน็ควางแผนเปลี่ยนสถานะจากคนขายของ สู่ผู้สร้างระบบนิเวศ โดยประกาศว่าซินเน็คกำลังจะก้าวข้ามการเป็นเพียงผู้จัดจำหน่าย (Distributor) ไปสู่การเป็นผู้สนับสนุนระบบนิเวศทางเทคโนโลยีอย่างเต็มตัว ซึ่งหมายถึงการไม่ได้มองแค่ยอดขายสินค้าเป็นชิ้นๆ แต่มองการเชื่อมโยงสินค้า โซลูชัน บุคลากร และนวัตกรรมจากกว่า 70 แบรนด์ทั่วโลกเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนไปพร้อมกับลูกค้าและพันธมิตร
***ขอเป็นเบอร์ 1 IT Ecosystem Enabler ในประเทศไทย
นางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ซินเน็ค (ประเทศไทย) หรือ SYNNEX กล่าวในงานเปิดบ้าน OPEN HOUSE 2026 ว่าซินเน็คไม่ได้วางตัวเป็นเพียงผู้จัดจำหน่าย (Distributor) ที่ซื้อมาขายไป แต่จะยกระดับสู่การเป็นผู้สนับสนุนระบบนิเวศทางเทคโนโลยี (Enabler) ที่เชื่อมโยงสินค้ากว่า 70 แบรนด์ทั่วโลก โซลูชัน บุคลากร และนวัตกรรมเข้าด้วยกันแบบไร้รอยต่อ เพื่อให้พาร์ทเนอร์และลูกค้าเติบโตไปพร้อมกัน
"หากถามว่าซินเน็คเป็นที่ 1 ไหม เราเป็น แต่คำว่า IT Ecosystem นั้นกว้างมากและขยายขอบเขตไปเรื่อยๆ ตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป สินค้ากลุ่มใหม่ๆ เข้ามาตลอด ดังนั้น แม้จะเป็นที่ 1 ในวันนี้ แต่บริษัทจะไม่หยุด เพราะตลาดไอทียังไปได้อีกไกล และซินเน็คต้องการเติบโตไปพร้อมกับการขยายตัวของกลุ่มสินค้านั้นๆ"
สุธิดาเผยว่าหลังจากปี 2025 ที่ผ่านมา ซินเน็คทำรายได้ทะลุเป้า 42,500 ล้านบาท สำหรับปี 2026 บริษัทตั้งเป้าที่จะทำรายได้แตะระดับ 50,000 ล้านบาท ให้ได้เป็นปีแรก โดยคาดหวังการเติบโตในภาพรวมอย่างน้อย 10% และเน้นหนักที่กลุ่ม Solution ให้เติบโตถึง 20%
ในส่วนกลุ่มสินค้าเดิมอย่างโทรศัพท์หรือ Consumer Product สุธิดาเผยว่ายังเติบโตได้ต่อเนื่อง เพราะเทคโนโลยีกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันและมีรอบการเปลี่ยนสินค้าที่สม่ำเสมอ เบื้องต้นมองความท้าทายในปีนี้คือสินค้าขาดตลาด โดยเฉพาะชิ้นส่วนที่เกี่ยวกับ AI เช่น RAM และ Disk ซึ่งมีความต้องการสูงทั่วโลก ทำให้ปีนี้สินค้าบางกลุ่มอาจไม่เพียงพอและมีราคาแพงขึ้น
สุธิดายอมรับว่าผลกระทบราคาจะมีแรงกระเพื่อมต่ออุตสาหกรรมจำหน่ายสินค้าไอทีมากขึ้นในปี 2026 คาดว่าสินค้าอาจมีการปรับราคาขึ้นประมาณ 10% ตามต้นทุนชิ้นส่วน ซึ่งแม้ราคาจะสูงขึ้น แต่ในกลุ่มสินค้าองค์กร (Commercial) ลูกค้ายังยอมรับได้เพราะสินค้ามีความทนทานและจำเป็นต่อธุรกิจ
สำหรับสินค้ากลุ่ม "รุ่ง" และกลุ่ม "ร่วง" ของธุรกิจซินเน็คปี 2026 สุธิดาเผยว่ากลุ่มที่มาแรงคือพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งได้รับความสนใจมาก นอกนั้นคือกลุ่มกล้องวงจรปิด และกลุ่มเกม โดยกลุ่มที่ชะลอตัวคือโปรเจคเตอร์ ซึ่งความต้องการเริ่มเบาลงเพราะถูกแทนที่ด้วยจอ LED ขนาดใหญ่ที่ราคาจับต้องได้มากขึ้น เช่น จอขนาดใหญ่ราคาหลักแสนต้น
ภาพรวมการลงทุนของซินเน็คในปี 2026 บริษัทวางงบประมาณไว้ราว 50 ล้านบาท โดยเน้นไปที่การขยายระบบ AI และการทำระบบอัตโนมัติ (Automation) ในคลังสินค้าเพิ่มเติมต่อยอดจากเดิมที่ทำไว้แล้ว นอกจากนี้ ซินเน็คกำลังพัฒนาแพลตฟอร์มวิเคราะห์สุขภาพร่วมกับพาร์ทเนอร์ โดยใช้อุปกรณ์สวมใส่ เก็บข้อมูลสุขภาพเพื่อแจ้งเตือนความเสี่ยงก่อนเกิดโรค เพื่อตอบโจทย์สังคมที่คนอยากมีอายุยืนแบบแข็งแรง.


