xs
xsm
sm
md
lg

'ETDA' เล็งงัดกฎใหม่ บีบ Facebook พิสูจน์ตัวตน ร่วมรับผิดคดีหลอกลวง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



'ETDA' เอาจริง คุม Facebook จ่อออกประกาศบังคับโซเชียลพิสูจน์ตัวตน คัดกรองโฆษณา ปิดเนื้อหาหลอกลวงเร็วขึ้น ดันโซเชียลคอมเมิร์ซขึ้นชั้นอีคอมเมิร์ซ ร่วมรับผิดหากผู้ใช้เสียหาย คาดเริ่มมีผลเร็วสุด มี.ค.นี้

นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA เปิดเผยว่า ETDA ได้จัดทำร่างประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (คธอ.) ว่าด้วยมาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสำหรับผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ ภายใต้พระราชกำหนด (พ.ร.ก) มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 โดยกำหนดให้ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ต้องมีมาตรการเชิงป้องกันอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อช่วยลดปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะการหลอกลวงและการฉ้อโกง ทั้งในด้านการพิสูจน์และยืนยันตัวตนของผู้ใช้และผู้ลงโฆษณา การยืนยันช่องทางติดต่อ การตรวจสอบและกลั่นกรองเนื้อหาและโฆษณา ตลอดจนการระงับหรือปิดกั้นเนื้อหาที่เข้าข่ายความผิดอย่างรวดเร็วเมื่อได้รับการแจ้งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ขณะนี้ได้ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะแล้ว และอยู่ระหว่างการเสนอความเห็นพร้อมร่างประกาศต่อ คธอ. โดยคาดว่าจะสามารถออกมาบังคับใช้ได้ภายในเดือนมีนาคมนี้

พร้อมกันนี้ ETDA ยังอยู่ระหว่างการเตรียมออกประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินการอื่นในการขายหรือโฆษณาสินค้าที่ต้องมีมาตรฐาน สำหรับแพลตฟอร์มประเภทโซเชียลคอมเมิร์ซ ซึ่งเป็นสื่อสังคมออนไลน์ที่มีฟังก์ชันสนับสนุนการซื้อขาย และมีลักษณะเฉพาะตามมาตรา 18(2) โดยจะกำหนดให้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่มีการซื้อขายสินค้าต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลในลักษณะเดียวกับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ หลังจากที่ผ่านมา มีบางแพลตฟอร์ม อาทิ Facebook อ้างว่าไม่ได้เป็นอีคอมเมิร์ซ ส่งผลให้เกิดช่องว่างในการกำกับดูแล ซึ่งคาดว่าประกาศดังกล่าวจะสามารถบังคับใช้ได้ภายในปี 69 และหากเกิดความเสียหายจากการหลอกลวงออนไลน์ที่เกิดจากการใช้แพลตฟอร์ม ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจะต้องร่วมรับผิดชอบด้วย

นายชัยชนะ กล่าวว่า ในส่วนของประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่องการดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทตลาดสินค้า ที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา 18(2) แห่งพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ) การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วนั้น เอ็ตด้าได้ทำงานร่วมกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อติดตามว่าปัญหาการซื้อขายสินค้าออนไลน์ที่ไม่ได้มาตรฐานลดลงหรือไม่ ขณะที่ประเด็นค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ยังอยู่ระหว่างการหารือเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสม ส่วนประเด็นการเลือกผู้ให้บริการขนส่งนั้น จะอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าในการกำกับดูแล

สำหรับบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะ นายชัยชนะ ระบุว่า ปัจจุบันมีไรเดอร์ขึ้นทะเบียนแล้วกว่า 27,000 คน และได้มีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมการขนส่งทางบก ในประเด็นการจดทะเบียนรถ การประกันภัย และเรื่องลิสซิ่ง เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของไรเดอร์ ซึ่งคาดว่าจะสามารถสรุปแนวทางที่ชัดเจนได้ในเร็วๆ นี้


กำลังโหลดความคิดเห็น