xs
xsm
sm
md
lg

ปปง.เผยแนวทางจัดการทรัพย์สินเก๊-แบรนด์เนมปลอม ของ “บุ๋ม-ก๊อต” ต้องเผาทำลาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online - โฆษก ปปง. เผยแนวทางจัดการทรัพย์เก๊ คดีฉ้อโกงเงินมูลนิธิองค์กรทำดี เชิญผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ หากเป็นของปลอมจะต้องทำลาย

วันนี้ (8 พ.ย.) นายวิทยา นีติธรรม รองเลขาธิการ ปปง. และในฐานะโฆษกสำนักงาน ปปง. เปิดเผยถึงขั้นตอนการดำเนินการกับทรัพย์สินที่ได้มาจากการตรวจยึดและอายัดไว้ชั่วคราวโดยพนักงานสอบสวน ก่อนส่งต่อสำนวนรายการทรัพย์สินให้สำนักงาน ปปง. ดำเนินการตามกฎหมาย ปปง. ว่า ภายหลังจากที่พนักงานสอบสวนได้มีการตรวจยึดทรัพย์สินในคดีมาแล้วนั้น ทางพนักงานสอบสวนจะมีการทำสรุปสำนวนรายการทรัพย์สินเพื่อแจ้งต่อสำนักงาน ปปง. ว่ามีทรัพย์สินรายการใดบ้างที่ตรวจยึดมา ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินจำพวกกระเป๋าแบรนด์เนม เครื่องประดับ นาฬิกาหรู ที่ดิน หรือรถยนต์ เพราะในการตรวจยึด พนักงานสอบสวนจะไม่รู้ในทันทีว่าทรัพย์สินนั้นเป็นของแท้หรือไม่แท้ แต่รู้เพียงว่ามีลักษณะคล้ายเป็นของแบรนด์เนม จึงต้องยึดมาไว้ตรวจสอบก่อน และเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนของ ปปง. ที่จะมีมาตรการทางทรัพย์สินก่อนขายทอดตลาด โดยเฉพาะการตรวจสอบทรัพย์สินและประเมินมูลค่า ซึ่ง ปปง. จะมีการทำหนังสือเชิญผู้เชี่ยวชาญให้มาร่วมตรวจสอบว่าทรัพย์สินนั้นเป็นของจริง หรือของปลอม เพื่อประเมินมูลค่า และจะได้นำไปขายทอดตลาดก่อนนำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาด มาชดใช้เฉลี่ยคืนแก่ผู้เสียหายในคดี

ดังนั้น หากผู้เชี่ยวชาญได้มาตรวจสอบและประเมินมูลค่าทรัพย์สินแล้วพบว่าทรัพย์สินนั้นเป็นของปลอม ศัพท์ของ ปปง. จะเรียกว่า “ทรัพย์นอกพาณิชย์” ซึ่งตามระเบียบแล้วเราจะไม่ส่งต่อให้ศาล ส่วนจะต้องนำไปเป็นของกลางในคดีอาญา หรือต้องนำไปเผาทำลายนั้น หรือจะส่งกลับคืน ก็จะต้องมีการหารือกับพนักงานสอบสวนด้วย แต่โดยหลักการแล้ว หากเป็นทรัพย์นอกพาณิชย์ ก็จะต้องเผาทำลายโดยหน่วยงานเกี่ยวข้อง เหมือนกับของกลางในคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา


รองเลขาธิการ ปปง. เผยอีกว่า ในการตรวจสอบและประเมินมูลค่าทรัพย์สิน สำนักงาน ปปง. จะมีผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่ชั้นยึดอายัดทรัพย์สิน เพื่อตรวจสอบว่าเป็นทรัพย์สินของแท้หรือของปลอม ก่อนจะนำรายการทรัพย์เข้าสู่ที่ประชุมของคณะกรรมการธุรกรรมพิจารณา ฉะนั้น หากตรวจสอบแล้วพบว่าทรัพย์สินที่พนักงานสอบสวนได้ยึดอายัดมานั้นเป็นของปลอม เราก็จะไม่ส่งรายการทรัพย์สินเหล่านั้นเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายของ ปปง.

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันนี้สำนักงาน ปปง. ยังไม่ได้รับรายการสำนวนทรัพย์สินที่พนักงานสอบสวนตำรวจ บก.ปอศ. ได้ตรวจยึดมาจากคดีดังกล่าวแต่อย่างใด เนื่องจากยังอยู่ในกระบวนการของคณะพนักงานสอบสวนตำรวจ บก.ปอศ. ซึ่งคณะพนักงานสอบสวนตำรวจก็จะใช้ดุลพิจารณาว่าอาจมีทรัพย์ใดที่จะให้เป็นของกลางในคดีอาญาหรือไม่ ส่วนถ้าหากมีทรัพย์สินรายการใดที่พนักงานสอบสวนตำรวจจะนำส่งให้กับทาง ปปง. ใช้อำนาจตามกฎหมาย พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ก็จะมีการประสานงานกันอย่างต่อเนื่องต่อไป

รองเลขาธิการ ปปง. เผยอีกว่า สำหรับกระบวนการที่พนักงานสอบสวนตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลนั้น จะพบว่าดูในเรื่องธุรกรรมทางการเงินของกลุ่มคนแถวที่สอง และกลุ่มคนแถวที่สาม ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาหลักในคดี ซึ่งในภาษาของ ปปง. เราจะเรียกว่า ”ผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์“ เพราะส่วนใหญ่แล้วตามกฎหมายของ ปปง. และในคดีส่วนใหญ่ที่เราเคยทำ จะพบว่าทรัพย์สินที่เป็นของผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ มักจะมีความเชื่อมโยงสันนิษฐานได้ว่าอาจเป็นทรัพย์ที่เกี่ยวกับกับการกระทำความผิด ดังนั้น หน้าที่หลักของผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ก็จะต้องมาพิสูจน์ให้ได้ว่าได้รับทรัพย์สินหรือเงินนั้นมาได้อย่างไร