xs
xsm
sm
md
lg

“ออยศรี” โต้รับงานโจมตี “บุ๋ม ปนัดดา” ปัดล่อซื้อ ยันบริจาคด้วยใจ จี้ตรวจสอบกรรมการทั้งชุด เผยมูลนิธิไม่ส่งงบดุล 2 ปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



“ออยศรี” ยืนยันร้องตรวจสอบมูลนิธิองค์กรทำดีตามพยานหลักฐาน ไม่ใช่เกมการเมืองหรือรับงานใคร จี้ตรวจสอบกรรมการทุกคน เส้นทางเงินบริจาค และการเบิกจ่ายเงิน ตั้งข้อสังเกตมูลนิธิยังไม่ส่งงบดุลปี 2567-2568 เรียกร้องหน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ

วันนี้ (1 พ.ย.) ที่บริษัทที่ปรึกษากฎหมาย ออยศรีและผองเผือก จำกัด บ้านเรือนไทยตรงข้ามศูนย์ราชการ น.ส.บุญยนุช แสงศรี หรือ “ออยศรี” เจ้าของเฟซบุ๊กแฟนเพจ “ออยศรีและผองเผือก” เปิดเผยความคืบหน้ากรณีร้องเรียนให้ตรวจสอบการบริหารจัดการเงินบริจาคของมูลนิธิองค์กรทำดี ภายหลังเมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน กรณีบริจาคเงินจำนวน 1,000 บาท เมื่อเดือน ธ.ค.2568 โดยยืนยันว่า การดำเนินการครั้งนี้ต้องการให้ตรวจสอบมูลนิธิและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ได้มุ่งเป้าเฉพาะ น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ “บุ๋ม ปนัดดา” เท่านั้น

ออยศรีระบุว่า กรณีที่บุ๋ม ปนัดดา ชี้แจงว่าบัญชีที่มีการโอนเงินไปไม่ใช่บัญชีของมูลนิธิ แต่เป็นบัญชีที่คณะกรรมการมีมติอนุมัติให้ใช้รับเงินนั้น มองว่ากรรมการทุกคนที่มีส่วนร่วมในการพิจารณาและอนุมัติควรต้องถูกตรวจสอบด้วยเช่นกัน ไม่ใช่ให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งออกมารับผิดชอบเพียงคนเดียว

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินจำนวนเกิน 500,000 บาท ซึ่งตามที่มีการชี้แจงระบุว่าต้องผ่านมติคณะกรรมการ พร้อมตั้งคำถามว่า หากบุ๋ม ปนัดดา และสามีไม่ทราบเรื่องการโอนเงิน เหตุใดจึงมีเงินโอนไปยังบัญชีของสามี โดยเห็นว่าควรตรวจสอบให้ชัดเจนทั้งผู้โอน ผู้รับ และเส้นทางการนำเงินไปใช้จ่าย

ส่วนกรณีของนายก๊อต สามีบุ๋ม ปนัดดา ออยศรียืนยันว่า ไม่ได้สนใจเรื่องความสัมพันธ์ภายในครอบครัว แต่ต้องการติดตามตรวจสอบเฉพาะประเด็นเส้นทางการเงินและที่ดินเท่านั้น

ขณะเดียวกัน ยังตั้งคำถามถึงกรณีที่บุ๋ม ปนัดดา ชี้แจงว่าไม่ทราบว่าผู้รับเหมาก่อสร้างของมูลนิธิเป็นใคร โดยมองว่าในฐานะประธานมูลนิธิซึ่งมีหน้าที่ดูแลเงินบริจาคจากประชาชน ควรทราบรายละเอียดการว่าจ้าง ทั้งการตกลงใช้พื้นที่ การทำสัญญา และการอนุมัติจ่ายเงิน จึงต้องการให้ตรวจสอบว่าใครเป็นผู้รับเหมา และใครเป็นผู้อนุมัติเงินในโครงการดังกล่าว

สำหรับข้อสงสัยที่ว่าการบริจาคเงิน 1,000 บาท เป็นการวางแผนล่อซื้อหรือไม่นั้น ออยศรียืนยันว่าไม่เป็นความจริง และเป็นเพียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ โดยก่อนหน้านี้ตนเคยชื่นชมการทำงานของบุ๋ม ปนัดดามาโดยตลอด โดยเฉพาะการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน แม้ในช่วงตั้งครรภ์ จึงตัดสินใจบริจาคเงินด้วยความบริสุทธิ์ใจตั้งแต่เดือน ธ.ค.2568 ก่อนจะพบข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีรับบริจาคในชื่อมูลนิธิองค์กรทำดีโดยปนัดดา วงศ์ผู้ดี จึงนำข้อมูลออกมาเปิดเผยและตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้เงินบริจาค

ออยศรียังปฏิเสธกระแสกล่าวหาว่ารับงานจากบุคคลใดมาโจมตีบุ๋ม ปนัดดา พร้อมระบุว่า หากใครมีหลักฐานว่าตนรับงานจริง ก็สามารถนำหลักฐานไปแจ้งความดำเนินคดีได้ทันที โดยย้ำว่า แม้ขณะนี้จะมีข้อขัดแย้งกัน แต่เงินบริจาคดังกล่าวเกิดจากความตั้งใจช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริง และต้องการให้มีการชี้แจงว่าเงินที่โอนออกจากบัญชีถูกนำไปใช้ตรงตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิหรือไม่

ส่วนข้อสงสัยเกี่ยวกับความเชื่อมโยงทางการเมือง ออยศรียืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนักการเมือง และไม่เคยเคลื่อนไหวทางการเมืองมาก่อน แม้บริษัทของตนจะตั้งอยู่ในพื้นที่ของอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรายหนึ่ง แต่เป็นเพียงความสัมพันธ์ระหว่างผู้เช่ากับผู้ให้เช่า โดยยอมรับว่ารู้จักและมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่ยืนยันว่าอดีต สส.รายดังกล่าวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริจาคเงินหรือการตรวจสอบมูลนิธิในครั้งนี้

ด้านนายภูวกร ศรีเนียน ภาคี HETA จรรยาบรรณองค์กร มูลนิธิ และสื่อ กล่าวว่า ทุกองค์กรและมูลนิธิมีหน้าที่รายงานบัญชีรายรับ-รายจ่ายประจำปีต่อกรมสรรพากรและนายทะเบียนฝ่ายปกครอง โดยในช่วง 3 ปีแรก อาจมีบางองค์กรไม่ได้ส่งรายงานเนื่องจากติดภารกิจ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมักผ่อนผันให้ แต่เมื่อเข้าสู่ปีที่ 4 หากยังไม่มีการส่งงบดุล ก็จะมีการติดตามทวงถามจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ

ทั้งนี้ สำหรับมูลนิธิองค์กรทำดีของบุ๋ม ปนัดดา พบว่ายังไม่มีการส่งงบดุลในช่วงปี 2567-2568 จึงฝากให้หน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลและตรวจสอบเข้ามาดำเนินการเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนที่ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือสังคม