ตม.เบตง จับกุมหญิงชาวลาว หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีพฤติกรรมส่งเสียงดังสร้างความรำคาญในชุมชน ตรวจสอบพบอยู่เกินกำหนดอนุญาตนานถึง 2,388 วัน หรือกว่า 6 ปีครึ่ง คุมตัวส่งพงส.ดำเนินคดีตามกฎหมาย
วันนี้ (19 ต.ค.) พ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล โฆษกกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 เปิดเผยว่า ตามนโยบายของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่สั่งการผ่าน พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ และ พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ให้ตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศเข้มงวดกวดขันบุคคลต่างด้าวที่อยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย รวมถึงบุคคลที่มีหมายจับจากต่างประเทศ
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 พร้อมด้วย พ.ต.อ.กันตวัฒน์ พงศ์สถาบดี และ พ.ต.อ.ณัฐวุฒิ แสงเดือน รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.กฤตกรอิชณน์ คงขำ สารวัตรด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง นำชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข่าว ระดมกวาดล้าง และติดตามจับกุมบุคคลต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง
สืบเนื่องจากด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตงได้รับแจ้งจากประชาชนในพื้นที่เมืองเบตง จ.ยะลา ว่ามีหญิงชาวลาวเพิ่งเข้ามาเช่าบ้านพักอาศัยอยู่กับสามีได้ประมาณ 3 วัน แต่มีพฤติกรรมก่อความวุ่นวายและส่งเสียงดัง สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่คนในชุมชน
เจ้าหน้าที่จึงลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านเช่าสองชั้นในย่านชุมชน ซึ่งมีประชาชนพักอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ก่อนพบหญิงรายหนึ่งมีลักษณะตรงตามที่ได้รับแจ้ง จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและขอตรวจสอบเอกสารการเดินทาง
จากการตรวจสอบหนังสือเดินทางและข้อมูลในระบบสารสนเทศของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พบว่าหญิงรายดังกล่าวคือนางสาวบุญเหลือ (นามสมมติ) สัญชาติลาว เดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2563 ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยว โดยได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 5 เมษายน 2563
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วไม่พบข้อมูลการขออนุญาตอยู่ต่อหรือการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรแต่อย่างใด จึงแจ้งข้อกล่าวหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” หรือ Overstay เป็นระยะเวลา 2,388 วัน ก่อนควบคุมตัวมายังด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง และจัดทำบันทึกจับกุมส่งพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบดำเนินคดีตามกฎหมาย
โฆษก บก.ตม.6 กล่าวเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่จะเพิ่มความเข้มงวดในการลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวและตรวจสอบบุคคลต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย พร้อมประชาสัมพันธ์ให้เจ้าบ้านและเจ้าของโรงแรมปฏิบัติตามมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ในการแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าวตามที่กฎหมายกำหนด
นอกจากนี้ ยังนำเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมาใช้สนับสนุนการสืบสวนติดตามจับกุม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย ควบคู่กับการสร้างความสัมพันธ์และความไว้วางใจกับประชาชนในพื้นที่
ด้าน พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6 ได้กำชับให้ยกระดับการตรวจสอบพื้นที่และสืบสวนติดตามบุคคลต่างด้าวที่อยู่เกินกำหนดอนุญาต รวมถึงผู้ที่มีหมายจับตำรวจสากล เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของเมืองท่องเที่ยว
ทั้งนี้ หากประชาชนพบเบาะแสหรือมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับบุคคลต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โทร. 117


