xs
xsm
sm
md
lg

ตร.ปูพรมสายตรวจเชิงรุกทั่วประเทศ รวบ 719 ราย ยึดยาบ้ากว่า 2.8 แสนเม็ด-ปืน 24 กระบอก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



“พล.ต.ท.ไตรรงค์” ขานรับนโยบาย ผบ.ตร. ปูพรมสายตรวจเชิงรุกทั่วประเทศ ตั้งจุดตรวจ “เครือข่ายใยแมงมุม” รวบผู้ต้องหา 719 ราย ยึดยาบ้ากว่า 2.8 แสนเม็ด พร้อมอาวุธปืน 24 กระบอก

วันนี้ (12 ต.ค.) พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) รับผิดชอบงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม มอบหมายให้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนการบริหารราชการงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เพื่อขานรับนโยบายของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มุ่งสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และทำให้ประชาชนรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ในพื้นที่สาธารณะ


การประชุมจัดขึ้นที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผ่านระบบออนไลน์ โดยมีผู้บังคับบัญชาที่รับผิดชอบงานป้องกันปราบปรามจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1–9 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติให้ทุกหน่วยดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกันทั่วประเทศ โดยเน้นการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ยาเสพติด อาวุธปืน และอบายมุขทุกประเภท

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า พล.ต.อ.ธัชชัยได้กำชับให้ทุกพื้นที่เร่งขับเคลื่อนนโยบายของ ผบ.ตร. อย่างจริงจัง โดยเพิ่มความเข้มข้นของมาตรการสายตรวจเชิงรุก และยกระดับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมในพื้นที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน


มาตรการสำคัญประกอบด้วย การตั้งจุดตรวจค้นและจุดก้าวสกัดจับรูปแบบ “เครือข่ายใยแมงมุม” การปิดล้อมพื้นที่เสี่ยง และการแสดงกำลังเจ้าหน้าที่ (Show of Force) โดยให้พิจารณาจากข้อมูลและผลการวิเคราะห์อาชญากรรมของแต่ละพื้นที่ พร้อมรายงานผลการปฏิบัติผ่านระบบ Police 4.0 และ TPCC ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้สามารถตรวจสอบและประเมินผลได้อย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำการขับเคลื่อนโครงการงานป้องกันปราบปรามเข้มแข็ง และโครงการชุดปฏิบัติการพิเศษประจำสถานีตำรวจ (Six Man Team) ในทุกพื้นที่


สำหรับผลการปฏิบัติในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ตำรวจได้หมุนเวียนกำลังจากแต่ละกองบัญชาการ ตั้งจุดตรวจค้นและจุดก้าวสกัดจับพร้อมกันในหลายพื้นที่ช่วงเวลากลางคืน โดยมุ่งเน้นการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและอาวุธปืนเป็นหลัก ส่วนความผิดตามกฎหมายจราจรทางบกเน้นการตักเตือน ยกเว้นความผิดบางประเภท เช่น เมาแล้วขับ ซึ่งต้องดำเนินการตามกฎหมาย

ผลการตั้งจุดตรวจค้นรูปแบบ “เครือข่ายใยแมงมุม” ในภาพรวมทั่วประเทศ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 719 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางจำนวนมาก ประกอบด้วย ยาบ้า 285,224 เม็ด ไอซ์ 76.78 กรัม รวมถึงเฮโรอีนและเคตามีนอีกจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ ยังตรวจยึดอาวุธปืน 24 กระบอก เครื่องกระสุนปืน 65 นัด อาวุธมีด 29 เล่ม วัตถุระเบิด 2 ลูก และของกลางอื่น ๆ อีกหลายรายการ

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาพรวมการปฏิบัติงานของทุกพื้นที่เป็นไปอย่างเข้มแข็ง โดยได้กำชับให้ตำรวจภูธรจังหวัดกำหนดจุดตรวจค้นตามข้อมูลวิเคราะห์อาชญากรรมอย่างเหมาะสม พร้อมให้ผู้บังคับบัญชาและหัวหน้าสถานีตำรวจร่วมตรวจสอบการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางและคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเคร่งครัด


ขณะเดียวกัน ยังสั่งการให้ทุกพื้นที่กวดขันสถานบริการและสถานประกอบการโดยรอบอย่างจริงจัง โดยห้ามปล่อยให้มีการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและอาวุธปืน รวมถึงห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าใช้บริการ หากพบการฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ผู้ช่วย ผบ.ตร. ยืนยันว่า ตำรวจจะเดินหน้าปฏิบัติหน้าที่เพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะการสร้างความปลอดภัยในการใช้พื้นที่สาธารณะทั่วประเทศ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดได้ที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง