xs
xsm
sm
md
lg

"พลพีร์”มท.2 เปิดปฏิบัติการ “สิงห์เผด็จศึก” บุกจับ ผับเถื่อนถนนข้าวสาร ปล่อยเยาวชนอัพยาเสพติด -แก๊สหัวเราะ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



"พลพีร์"  มท.2  เปิดปฏิบัติการ “สิงห์เผด็จศึก” บุกจับ ผับเถื่อน ถนนข้าวสาร ปล่อยให้เยาวชนอัพยาเสพติด -แก๊สหัวเราะ ข้างโรงพัก

เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 10 ต.ค.2569 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง (DOPA S.W.A.T) กระทรวงมหาดไทย เปิดปฏิบัติการ “สิงห์เผด็จศึก” ตรวจค้นสถานบันเทิง “OK Bar” ถนนข้าวสาร แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กทม.มีที่ต้องห่างจากสน.ชนะสงครามประมาณ 100 เมตร โดยมี นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง ร.ต.ต. สิงห์คำ คำยอด ผอ.สำนักการสอบสวนและนิติการ นายเรืองลักษณ์ เรืองยังมี ผอ.สำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน พร้อมด้วยพนักงานฝ่ายปกครอง และกองอาสารักษาดินแดน ร่วมปฏิบัติการ

สืบเนื่องจากกระทรวงมหาดไทย ได้รับร้องเรียนว่า สถานบันเทิงดังกล่าว มักจะเปิดให้บริการเกินเวลา และมีเด็ก-เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าใช้บริการ โดยชุดสืบสวนของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้ส่งสายลับเข้าลงพื้นที่เก็บข้อมูลเป็นจำนวนหลายครั้ง และครั้งล่าสุดในครั้งนี้ พบพฤติการณ์ที่เป็นการกระทำความผิดตามกฎหมาย โดยผู้ประกอบการไม่มีลักษณะที่จะประพฤติปฏิบัติตามกฎหมาย จึงเป็นที่มาของการเปิดปฏิบัติการเพื่อสกัดกั้นและเอาผิดผู้กระทำความผิดกฎหมายในทุกข้อหาอย่างเด็ดขาด

นายพลพีร์ กล่าวว่า จากการบุกตรวจพบว่ามีนักเที่ยวทั้งหมดประมาณ 200 กว่าคน ในจำนวนนี้ เป็นน้อง ๆ เด็กและเยาวชนนักเที่ยวที่อายุต่ำกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดประมาณ 20 กว่าคน แล้วก็พบมีสารเสพติดอยู่ในร่างกาย 3 คน และแต่สิ่งที่น่าเสียใจไปกว่านั้นที่เราพบ ก็คือ นักเที่ยวในสถานที่แห่งนี้เป็นตำรวจอยู่ 2 นาย และการ์ดดูแลความปลอดภัย ประมาณ 7 คน ซึ่งมีข้าราชการทหารเรือ 1 นาย

“สิ่งที่พบในร้านก็จะมีสารเสพติด มีบุหรี่ไฟฟ้า และที่อันตรายไปกว่านั้นก็คือ “มีอาวุธปืน” และก็จะมีแก๊สหัวเราะ จำหน่ายในร้านหลอดละประมาณ 300 บาท โดยบัญชีของทางร้าน เมื่อวันที่ 3 ต.ค.25 69 เขาขายได้ 161 กล่อง ก็กล่องละ 1 โหล ก็คูณ 300 ไปแล้วก็อีกสิ่งหนึ่งที่ ที่เราไปเจอ ก็คือ เขาเอาบัญชีรายจ่ายของร้านให้กับเราดู ในบัญชีก็จะเขียนว่า ค่าพนักงานเท่าไหร่ ค่าเครื่องดื่มเท่าไหร่ ค่าซื้อของ ค่ามาขายเท่าไหร่” นายพลพีร์ กล่าว

นายพลพีร์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่น่าเสียใจไปกว่านั้นก็คือ “จะมีคอลัมน์สุดท้าย บัญชีสุดท้ายก็เขียนว่า จ่ายทุกหน่วยงาน เป็นยอดรวมเนี่ย ประมาณเดือนละ 180,000 บาท ผมก็สอบถามไปที่น้องแคชเชียร์เค้าก็บอกว่าก็จะเป็นรายเดือนแบบนี้ของทุกๆ เดือน นะครับ แล้วก็ร้านนี้เปิดให้บริการมามากกว่า 2 ปีแล้ว ซึ่งเดี๋ยวเราจะขยายความต่อไปว่าทุกหน่วยงานคือหน่วยงานไหน แต่ข้อมูลที่เราได้รายละเอียดเพิ่มเติมเบื้องต้น ก็คือคนที่ดูแลร้านนี้หรือที่จะเป็นเจ้าของเนี่ย ชื่อ “เจ๊ ก.” เป็นภรรยาของของเจ้าหน้าที่ตำรวจท่านหนึ่ง แต่ไม่ได้บอกตำรวจชื่ออะไร

นายพลพีร์ กล่าวอีกว่า หากเกิดไฟฟ้าลัดวงจรหรือเพลิงไหม้ อาจทำให้ผู้ใช้บริการจำนวนมากอพยพออกจากร้านไม่ทัน และสร้างความเสียหายต่อประชาชนและภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย ทั้งนี้ กรมการปกครองจะเตรียมเสนอผู้บัญการตำรวจนครบาลสั่งปิดสถานประกอบการทันที 5 ปี และได้แจ้งความ 8 ข้อหาหนักแก่ผู้จัดการร้าน เตรียมรวบรวมพยานหลักฐานส่งสืบสวนต่อเพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง ส่วนเยาวชนที่ตรวจพบสารเสพติดจะเข้าสู่กระบวนการบำบัดตามขั้นตอนต่อไป

ด้านนายรณรงค์ รองอธิบดีกรมการปกครองระบุว่า ผลการปฏิบัติการในครั้งนี้ เจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง ได้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาและควบคุมตัวผู้จัดการร้าน ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีในฐานความผิดตามกฎหมายได้แก่ 1. ประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาตตั้งสถานบริการ 2. ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด 3. มีนักเที่ยวอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน 30 คน (เป็นชาย 20 หญิง 10) โดยมีเด็กอายุต่ำสุดเพียง 15 ปี 1 คน เข้ามาใช้บริการ

4. มีผลตรวจปัสสาวะนักท่องเที่ยวเป็นสีม่วง 31 คน เป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี 4 คน และพนักงาน(ดีเจ) 2 คน 5. พบอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืน 1 กระบอก 6. พบสิ่งเทียมอาวุธปืน1 กระบอก 7. พบยาเสพติดถูกทิ้งที่พื้นภายในร้านจำนวนมาก (หลอดพลาสติกที่คาดว่าใช้สำหรับบรรจุสารเสพติด และพบผงสีขาวลักษณะคล้ายสารเสพติดตกอยู่บริเวณพื้นห้องน้ำ) 8. พบลูกโป่งหัวเราะและอุปกรณ์ถูกทิ้งเกลื่อนภายในร้าน และ 9. พบหลักฐานการจ่ายส่วยให้หลายหน่วยงานเดือนละกว่า 177,000 บาท