เปิดสถิติ! น่าห่วงเยาวชนไทยมีแนวโน้มก่อคดีเพิ่มขึ้น ในรอบ 5 ปี ทั้งข้อหายาเสพติดและอาวุธปืน นายกฯ-รัฐบาลเร่งหามาตรการคุ้มครองสังคม ลดปัญหาอาชญกรรม
จากกรณีเหตุการณ์เด็กนักเรียนชาย อายุ 14 ปี กราดยิงยิงเพื่อนนักเรียนและคุณครู ภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ส่งผลให้ครูและนักเรียนรวมทั้งปู่กับย่า และผู้ก่อเหตุที่ยิงตัวตาย เสียชีวิต รวม 8 ราย บาดเจ็บอีก 20 กว่าราย เมื่อช่วงสายวันที่ 7ส.ค. 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งนี่ไม่ใช่เหตุการณ์แรกที่เด็กก่อเหตุความรุนแรง
เวลาไล่เลี่ยกันก็มีคลิปเหตุการณ์ เด็กนักเรียน ชั้นม.6 โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน จ.ขอนแก่น ถูกเพื่อนร่วมห้องเรียนเดียวกันจำนวน 3 คน ข่มขู่ไถเงิน ทำร้ายร่างกาย และใช้บุหรี่จี้ตามร่างกายมาตั้งแต่ระดับชั้น ม.4 มานานกว่า 2 ปี จนผู้เสียหายทนพฤติกรรมไม่ไหว จึงนำเรื่องแจ้งผู้ปกครอง ซึ่งได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มเพื่อนที่รุมกันข่มขู่ ทำร้ายร่างกาย ล่าสุดพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมาย สอบปากคำเยาวชนผู้เสียหายต่อหน้าทีมสหวิชาชีพ สอบปากครูในโรงเรียน และผู้ที่เกี่ยวข้อง พร้อมแจ้ง 2 ข้อกล่าวหา แก่เยาวชนที่ก่อเหตุ ทั้ง 3 ราย คือ "กรรโชกทรัพย์" และ "ทำร้ายร่างกาย"
รวมทั้งคลิปดังที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ เหตุการณ์นักเรียนรุ่นพี่และลูกชาย สจ. โรงเรียนดัง ย่านสามเสน ใช้อาวุธปืน (ภายหลังทราบว่าปืนอัดแก๊ส กระสุนพลาสติก) ข่มขู่นักเรียนรุ่นน้อง ชั้นม.3 รายงานข่าวแจ้งว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 ก.ค.2569 เป็นเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างนักเรียนภายในโรงเรียนเดียวกัน โดยนักเรียนคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมีปัญหาและมีเรื่องขัดแย้งกันมาก่อน
กระทั่งผู้ปกครองเด็กนักเรียนผู้เสียหายได้แจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนสน.สามเสน โดยพล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.มอบหมาย พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1 สั่งการพนักงานสอบสวน สน.สามเสน รวบรวมพยานหลักฐาน ประสานกับผู้บริหารโรงเรียน เพื่อได้สอบปากคำผู้เสียหาย และผู้ก่อเหตุต่อหน้าทีมสหวิชาชีพ พร้อมแจ้ง“ข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกาย” กับ นักเรียนรุ่นพี่วัย 17 ปี ที่ก่อเหตุ ขั้นตอนเข้าสู่กระบวนของศาลเยาวชนและครอบครัว
จะเห็นได้ว่าปัจจุบันจึงมีคดีที่เกี่ยวกับเด็กและเยาวชนอยู่ในกระบวนการจำนวนมาก
มาดูรายงานสรุปสถิติคดีในศาลเยาวชนและครอบครัวทั่วประเทศ (ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง และศาลเยาวชนและครอบครัว ภาค 1-ภาค 9) 5 ปี ล่าสุด ตั้งแต่ปี 2565-2569
ปี 2565 คดีเข้าสู่การพิจารณาในศาลเยาวชนและครอบครัวทั่วประเทศ จำนวน 35,051 คดี
- พิจารณาเสร็จ จำนวน 30,104 คดี
ปี 2566 คดีเข้าสู่การพิจารณาในศาลเยาวชนและครอบครัวทั่วประเทศ จำนวน 35,154 คดี
- พิจารณาเสร็จ จำนวน 30,927 คดี
ปี 2567 คดีเข้าสู่การพิจารณาในศาลเยาวชนและครอบครัวทั่วประเทศ จำนวน 36,212 คดี
- พิจารณาเสร็จ จำนวน 31,578 คดี
ปี 2568 คดีเข้าสู่การพิจารณาในศาลเยาวชนและครอบครัวทั่วประเทศ จำนวน 37,030 คดี
- พิจารณาเสร็จ จำนวน 32,451 คดี
ปี 2569 (เดือน ม.ค.-มิ.ย.) คดีเข้าสู่การพิจารณาในศาลเยาวชนและครอบครัวทั่วประเทศ จำนวน 20,550 คดี
- พิจารณาเสร็จ จำนวน 15,567 คดี
ส่วนข้อหาคดีอาญาที่ขึ้นสู่การพิจารณา สูงสุด 5 อันดับ ของศาลเยาวชนทั่วราชอาณาจักร ประจำปี พ.ศ. 2565 ได้แก่
-ความผิดตาม ประมวลกฎหมายยาเสพติด จำนวน 5,118 คดี
-ความผิดฐานลักทรัพย์ จำนวน 956 คดี
-ความผิดพ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 จำนวน 947 คดี
-ความผิด พ.ร.บ. อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ฯลฯ พ.ศ. 2490 จำนวน 841 คดี
-ความผิด ลหุโทษ จำนวน 481 คดี
-ความผิดอื่นๆ จำนวน 3,981 คดี รวมทั้งสิ้น 12,329 คดี
ข้อหาคดีอาญาที่ขึ้นสู่การพิจารณาสูงสุด 5 อันดับ ของศาลเยาวชนทั่วราชอาณาจักร ประจำปี พ.ศ. 2566 ได้แก่
-ความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด จำนวน 3,476 คดี
-ความผิด พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ฯลฯ พ.ศ.2490 จำนวน 1,435 คดี
-ความผิดฐานลักทรัพย์ จำนวน 1,223 คดี
-ความผิดลหุโทษ จำนวน 888 คดี
-ความผิดตามพ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ.2522 จำนวน 669 คดี
-ความผิดอื่นๆ จำนวน 4,899 คดี รวมทั้งสิ้น 12,590 คดี
ข้อหาคดีอาญาที่ขึ้นสู่การพิจารณาสูงสุด 5 อันดับ ของศาลเยาวชนทั่วราชอาณาจักร ประจำปี พ.ศ. 2567 ได้แก่
-ความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด จำนวน 4,027 คดี
-ความผิดตามพ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ฯลฯ พ.ศ.2490 จำนวน 1,624 คดี
-ความผิดฐานลักทรัพย์ จำนวน 1,371 คดี
-ความผิดลหุโทษ จำนวน 1,113 คดี
-ความผิดต่อร่างกาย จำนวน 664 คดี
-ความผิดอื่นๆ จำนวน 6,037 คดี รวม 14,836 คดี
ข้อหาคดีอาญาที่ขึ้นสู่การพิจารณาสูงสุด 5 อันดับ ของศาลเยาวชนทั่วราชอาณาจักร ประจำปี พ.ศ. 2568ได้แก่
-ประมวลกฎหมายยาเสพติด จำนวน 4,929 คดี
-ความผิดฐานลักทรัพย์ จำนวน 1,642 คดี
-ความผิดตามพ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ฯลฯ พ.ศ.2490 จำนวน 1,413 คดี
-ความผิดลหุโทษ จำนวน 916 คดี
-ความผิดต่อร่างกาย จำนวน 636 คดี
-ความผิดอื่นๆ จำนวน 3,112 คดี รวมทั้งสิ้น 12,648 คดี
ข้อหาอาญาที่ขึ้นสู่การพิจารณาสูงสุด 5 อันดับ ของศาลเยาวชนทั่วราชอาณาจักร ประจำเดือนมกราคม - มิถุนายน พ.ศ. 2569 ได้แก่
-ความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด จำนวน 2,333 คดี
-ความผิดตามพ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ฯลฯ พ.ศ.2490 จำนวน 621 คดี
-ความผิดฐานลักทรัพย์ จำนวน 474 คดี
-ความผิดลหุโทษ จำนวน 443 คดี
-ความผิดต่อร่างกาย จำนวน 270 คดี
-ความผิดอื่นๆ จำนวน 2,616 คดี รวมทั้งสิ้น 6,757 คดี
จะเห็นว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ ปี 2565 มีคดีที่เยาวชนกระทำผิด และเข้าสู่กระบวนการของศาลเยาวชน มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉพาะครึ่งปีแรกพ.ศ.2569 ตั้งแต่เดือน มกราคม มีคดีของเยาวชน กว่า 20,000 คดี แต่ส่วนใหญ่คดีการกระทำผิดของเยาวชนเป็นคดีที่ไม่ซับซ้อน ศาลเยาวชนและครอบครัวใช้เวลาไม่นาน สามารถพิจารณาเสร็จอย่างรวดเร็ว
ส่วนข้อหาที่เยาวชนส่วนใหญ่กระทำผิด คือ เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ลักทรัพย์ และการใช้อาวุธปืน ฯ
ซึ่งน่ากังวลว่าวัยรุ่นจะเข้าถึงอาวุธปืนมากขึ้น เมื่อก่อนจะปรากฏเป็นข่าววัยรุ่นนักเรียนสถาบันวิชาชีพ หรือ นักเรียนช่าง พกพาและใช้อาวุธปืน แต่ปัจจุบันปรากฏเริ่มปรากฏข่าว นักเรียนมัธยมใช้อาวุธปืน สังคมไทยจึงน่าเป็นห่วงเรื่องการใช้อาวุธปืนเช่นเดียวกับคดียาเสพติด และการก่อเหตุอาชญากรรมอื่นๆ ที่นายกรัฐมนตรีสั่งกระทรวงมหาดไทย ห้ามออกใบอนุญาตพกพาอาวุธปืน และมาตรการควบคุมอาวุธปืนฯ ทั่วประเทศอย่างเคร่งครัด จึงเป็นแนวทางที่จะช่วยลดอาชญากรรมได้ในอนาคต
ข้อมูลคดีของศาลเยาวชนฯค่อนข้่างสอดคล้อง กับ จากที่ นายโกมล พรมเพ็ง อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลแก้ไขพฤตินิสัยเด็กและเยาวชนที่ก้าวพลาด ได้วิเคราะห์ถึงสถานการณ์นี้ ว่า สังคมในปัจจุบันปรากฏข่าวเด็กและเยาวชนก่อเหตุในคดีอาชญากรรม ซึ่งระดับการก่อเหตุความรุนแรงในคดีเพิ่มขึ้น คดีที่มาเป็นอันดับแรกยังคงเป็นเรื่องของยาเสพติด คดีที่เกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย ซึ่งสัมพันธ์กับเรื่องอาวุธปืน และต้องยอมรับว่าสังคมในปัจจุบันเด็กและเยาวชนเข้าถึงอาวุธปืนได้ง่ายมากขึ้น


