MGR Online - อดีต ผบช.ปส.เผยถึงนิสัย“ฉลอง” ผู้ก่อเหตุยิง นายก อบจ.นนทบุรี นักเลง ใจถึง พึ่งได้ ยามมีช่วยพรรคพวกเต็มที่ แจงประเด็นตำรวจไม่ใส่กุญแจมือ อยู่ในสภาวะควบคุมตัวได้ ส่วนเรื่องปล่อยให้ผู้ต้องหาสูบบุหรี่ในห้อง เกิดภาวะความเครียดถึงที่สุดแล้ว ซักถามเล่าหมดเปลือก เป็นประโยชน์ต่อการสอบสวน
วันนี้ (11 ส.ค.) พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร อดีต ผบช.ปส.กล่าวถึงเหตุการณ์ นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ก่อเหตุยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี ว่า มีโอกาสรู้จัก นายฉลอง ตอนสมัยเป็น สส.พรรคพลังประชารัฐ นิสัยนักเลงบ้านนอก พูดเสียงดัง ทั้งโต๊ะมี 20 คน นายฉลอง เข้าไปเสียงจะพูดแทรกคนอื่นหมด เสียงดังโวยวายอยู่คนเดียว นิสัยนักเลง ใจถึง พึ่งได้ ยามมีช่วยพวกฉิบหายวายป่วง
โดยส่วนตัวไม่ได้สนิทสนมกัน นายฉลอง เคยบอกว่า เขาเป็นคนชอบใช้อาวุธปืน สมัยนั้นตนทำหน้าที่รักษาความปลอดภัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร ประวิตร วงษ์สุวรรณ ถามตนว่า “พี่ใช้ปืนอะไร”ตนบอกว่า “พี่หลอง ผมก็มีปืนหลายกระบอกเหมือนกันนะ แต่ที่ถนัดและชอบใช้ที่สุด พีเอ็กซ์ 4 ขนาด 9 มม.”นายฉลอง เลยไปซื้อตาม กระบอกที่ใช้ก่อเหตุ
นายฉลอง บอกว่า ไปทวงเงิน 11 ล้าน เป็นหนี้เก่าตั้งแต่สมัย 2551 การเลือกตั้งก็อย่างนี้ ส่วนใหญ่เวลาใครจะลงเลือกตั้งในเขต สส.ที่ชนกัน เขาจะขออีกคนหนึ่งที่หาเสียงไปแล้ว ลงทุนไปแล้วว่า อย่าลงได้ไหม แล้วเขาจะให้ค่าใช้จ่ายกัน ส่วนใหญ่ประมาณ 10 ล้าน เราไม่รู้รายละเอียด ต้องฟังความสองฝ่าย ผู้เสียชีวิตไม่มีโอกาสได้พูด ขอแสดงความเสียใจกับทางครอบครัว นายธงชัย เย็นประเสริฐ ในฐานะรู้จักมักคุ้นกัน นายฉลอง ซวยไปเลย ตัดสินใจอารมณ์ชั่ววูบ
“พ.ต.อ.ธงชัย จะเลือกตั้งกี่ครั้งก็ได้ คนบอกว่าเขารวย มีทรัพย์สินตั้ง 300 กว่าล้าน จริงแล้ว พ.ต.อ.ธงชัย เป็นตระกูลเจ้าของสวนทุเรียนเก่า มีเงินทางที่ดิน ทรัพย์สินจะเป็นที่ดินทั้งนั้น 300 กว่าล้าน ไม่ใช่เงินสด พ.ต.อ.ธงชัย จะนิสัยเงียบๆ ผมไม่เคยได้กินทุเรียนของเขา เวลาทุเรียนออกจะไปแจกพวกตำรวจกองปราบ” อดีต ผบช.ปส.กล่าว
พล.ต.ท.เรวัช กล่าวต่อว่า คนมาด่ากันทำไมจับคนร้ายไม่เอาปืนจี้หัว กดให้นอนหมอบกับพื้นใส่กุญแจมือไขว้หลัง คนร้ายคือ นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.หลายสมัย ตำรวจท้องที่รู้จักมักจี่กันอยู่แล้ว ในสถานการณ์นั้นควบคุมได้แล้ว ยอมส่งมอบอาวุธปืนให้แล้ว แถมยังบอกกับตำรวจให้ถอดแม็กกาซีนก่อน กลัวตำรวจทำปืนลั่นใส่ จึงถอดแล้วสไลด์ออก คนก็มาด่ากันอีกว่า เป็นอาวุธปืนของกลาง ทำไมตำรวจไม่ใส่กุญแจมือ “แหม เก่งจริงๆ นะครับ คงจะดูหนังมากไป” อาวุธปืนยึดได้จากมือผู้ก่อเหตุแล้ว ในสถานการณ์อย่างนั้นตำรวจจะหาถุงมือมาจากไหน แต่จำเป็นต้องเคลียร์อาวุธปืนก่อน แล้วนำไปตรวจสอบที่วิทยาการ หัวกระสุนตรงกับศพในที่เกิดเหตุหรือไม่
อีกประเด็นผู้ต้องหานั่งในห้องประชุม ผู้บัญชาการนั่งหัวโต๊ะ แล้วให้ผู้ต้องหาสูบบุหรี่ และพูดโดยไม่ใส่กุญแจมือ ถามว่า ทำไมตำรวจทำอย่างนั้น 1. ตำรวจเห็นว่าผู้ต้องหาเกิดภาวะความเครียดถึงที่สุดแล้ว คงจะขออนุญาตสูบบุหรี่ ถามว่า สูบบุหรี่ในสถานที่ราชการผิดไหม เป็นความผิดลหุโทษต้องเปรียบเทียบปรับไป 2. กรณีไม่ใส่กุญแจมือ ตำรวจนั่งอยู่เป็นกลุ่มอยู่ในวงล้อมตำรวจ แล้วไม่มีปืนวางอยู่ ไม่มีอะไรที่จะทำร้ายตัวเอง หรือทำร้ายผู้อื่นได้ หรือตกอยู่ในสภาวะควบคุมไม่ได้แล้ว ตำรวจจะใช้กุญแจมือเพื่อความปลอดภัยในการนำส่งพนักงานสอบสวน ตำรวจไม่ต้องการใส่เพื่อประจาน ปัจจุบันจะใส่กุญแจมือแล้วนำมาแถลงข่าวไม่ได้ เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน เปิดหน้ายังไม่ได้เลย
ตำรวจอาจบกพร่องตรงที่อนุญาตให้ผู้ต้องหาสูบบุหรี่ในห้องประชุม แต่ตอนนั้นเกิดภาวะความเครียด ตำรวจที่คุมสถานการณ์อยู่เวลานั้นต้องพิจารณาว่า จะเป็นประโยชน์ต่อการสอบสวนหรือไม่ สมัยตนจับ เสือสิทธิ์ เรียกร้องขอสูบหรี่ ตนก็ให้สูบในห้องประชุม เวลาตำรวจจะซักถามอะไรผู้ต้องหาจะเล่าหมดเปลือก เพราะรู้สึกว่าตำรวจเป็นมิตร


