xs
xsm
sm
md
lg

รวบผัวเมียสายสแกนทิพย์ ตระเวนหลอกซื้อของร้านค้ากว่า 10 ร้าน สารภาพเสพยาทั้งคู่ ผัวยื่นอกรับผิดแทนเมียทุกข้อหา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



วันที่ 16 ก.ค.69 เวลา 15.00 น. ที่ สภ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี พ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา ฐานิสภัทราพงศ์ ผกก.สภ.ไทรน้อย พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ร่วมกันจับกุมตัว นายจักรกริช หรือ “โย” แสงทอง อายุ 41 ปี และ นางพัชรินทร์ ศรีสุวรรณ อายุ 46 ปี ได้บริเวณถนนเทศบาล 1 ทางเข้าเทศบาลไทรน้อย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี พร้อมตรวจยึดรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสเปซซี่ สีแดง-ดำ ทะเบียน 1 กค 4586 กรุงเทพมหานคร ซึ่งใช้ก่อเหตุ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 08.30 น. ผู้ต้องหาทั้งสองได้เข้าไปทำทีเลือกซื้อสินค้าภายในร้านค้าของผู้เสียหาย ประกอบด้วย เบียร์ น้ำอัดลม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ยาสีฟัน ขนมขบเคี้ยว และครีมบำรุงผิว รวมมูลค่า 621 บาท

หลังเลือกสินค้าเสร็จ ฝ่ายหญิงได้นำโทรศัพท์มือถือขึ้นมาทำทีสแกนคิวอาร์โค้ดชำระเงิน พร้อมโชว์สลิปให้มารดาของเจ้าของร้านดูและยืนยันว่าได้โอนเงินเรียบร้อยแล้ว แต่ทางมารดาของผู้เสียหายสังเกตเห็นว่าชื่อบัญชีในสลิปไม่ตรงกับเจ้าของร้าน ก่อนที่ผู้ต้องหาทั้งสองจะรีบขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

ต่อมาเมื่อมารดาของผู้เสียหายตรวจสอบกับลูกชาย พบว่าไม่มีเงินจำนวนดังกล่าวโอนเข้าบัญชีแต่อย่างใด จึงเชื่อว่าผู้ต้องหาทั้งสองใช้กลอุบายและสลิปปลอมหลอกลวงเพื่อให้เข้าใจผิด ก่อนเข้าแจ้งความดำเนินคดี

กระทั่งวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 11.50 น. ผู้ก่อเหตุชายได้ย้อนกลับมาที่ร้านอีกครั้งเพียงลำพัง โดยขี่รถจักรยานยนต์คันเดิมมาจอดหน้าร้าน สั่งซื้อเบียร์และบุหรี่ ก่อนจะเปิดเบียร์ดื่มภายในร้าน พร้อมพูดกับมารดาของผู้เสียหายว่า “ไม่หนีหรอก”

หลังดื่มเบียร์เสร็จ ผู้ก่อเหตุได้เดินไปที่รถจักรยานยนต์และขี่หลบหนีไปโดยไม่ชำระเงิน เจ้าของร้านจึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดและพบว่าเป็นบุคคลเดียวกับที่เคยก่อเหตุครั้งแรก จึงนำหลักฐานเข้าแจ้งความให้ตำรวจติดตามตัว

จากการสอบสวน นายจักรกริช หรือ “โย” ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า เคยก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวมาแล้วประมาณ 10 ครั้ง แต่จำไม่ได้ว่าเป็นพื้นที่ใดบ้าง พร้อมยืนยันว่าตนเป็นผู้ก่อเหตุเพียงคนเดียว ส่วนภรรยาไม่รู้เรื่องและเพียงทำตามคำสั่งของตนเท่านั้น โดยยอมรับว่าฝ่ายภรรยาเป็นผู้ใช้โทรศัพท์สแกนจ่าย แต่เงินไม่ได้โอนเข้าบัญชีของผู้เสียหายตามที่ตนสั่ง

นายจักรกริชยังกล่าวอีกว่า อยากขอความเป็นธรรมให้ภรรยา เนื่องจากถูกนำภาพไปเผยแพร่ในหลายกลุ่มบนโลกออนไลน์ ทั้งที่ภรรยาไม่ได้เป็นผู้วางแผนก่อเหตุ พร้อมยืนยันว่า “ทุกอย่างผมรับผิดเอง เมียผมไม่ผิด แค่ไปด้วยกันเฉย ๆ ถ้าจะติดคุกก็ให้ผมติดคนเดียว” สาเหตุที่ลงมือก่อเหตุ เนื่องจากตนและภรรยาตกงานมาระยะหนึ่ง ก่อนหน้านี้เคยประกอบอาชีพขับรถส่งของ ขับรถแท็กซี่ และล่าสุดทำงานก่อสร้างกับบิดา แต่ถูกโกงค่าแรงจนขาดรายได้ จึงตัดสินใจก่อเหตุ พร้อมยอมรับผิดทุกกรณี

นอกจากนี้ยอมรับว่าตนเสพยาเสพติดจริง และเป็นคนชักชวนให้ภรรยาเสพด้วย โดยอ้างว่าเป็นผู้พาภรรยาไปซื้อยาและให้ลองเสพเพียง 1-2 เม็ด กระทั่งผลตรวจปัสสาวะของทั้งคู่พบสารเสพติดในร่างกาย

ส่วนกรณีที่ย้อนกลับไปก่อเหตุครั้งที่สองเพียงลำพังเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายจักรกริชยอมรับว่า ขณะนั้นภรรยาไม่ได้อยู่ด้วย และสาเหตุที่กลับไปที่ร้านอีกครั้งเป็นเพราะอยากดื่มเบียร์ แต่ไม่มีเงินติดตัว จึงก่อเหตุตามที่ปรากฏในคลิปวงจรปิด

ด้านนางพัชรินทร์ ภรรยาของผู้ต้องหา ให้การว่า โดยปกติจะตั้งค่าการโอนเงินล่วงหน้าเอาไว้ หากในบัญชีมีเงินก็จะโอนตามปกติ แต่หากไม่มีเงิน รายการดังกล่าวจะถูกยกเลิกและเงินจะไม่เข้าบัญชีของผู้เสียหายไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง

ด้านนายเอ (นามสมมุติ) เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุได้เข้ามาก่อเหตุทั้งหมด 2 ครั้ง โดยครั้งแรกมากับภรรยา ส่วนครั้งที่สองฝ่ายชายมาคนเดียว ซึ่งตนมองว่าผู้ก่อเหตุไม่มีท่าทีสำนึกผิด อีกทั้งยังกล้ากลับมาก่อเหตุซ้ำทั้งที่ภายในร้านมีกล้องวงจรปิดติดตั้งอยู่

ด้านนายเอ กล่าวอีกว่า แม้ทรัพย์สินที่สูญเสียจะมีมูลค่าไม่มากนัก แต่สิ่งที่เป็นห่วงที่สุดคือความปลอดภัยของมารดาซึ่งมีอายุและเป็นผู้ดูแลร้าน พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สภ.ไทรน้อย ที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้สำเร็จ

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนเตรียมแจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ และจากการตรวจปัสสาวะของผู้ต้องหาทั้งสอง พบสารเสพติดในร่างกาย โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป