"ปานเทพ"เผยไกล่เกลี่ย "ทราย สก๊อต” กับแม่ ครั้งที่ 2 ไม่เป็นผลศาลสั่งเจรจากันเอง ก่อนแถลงศาล 8 ก.ค.นี้ หากไม่ได้ข้อยุติ ต้องเข้าสู่กระบวนการเดิม
วันนี้ (16 มิ.ย.) ศาลแพ่งพระโขนง นัดไกล่เกลี่ย ครั้งที่ 2 กรณีที่ นางจีรานุช ภิรมย์ภักดี มารดา ฟ้อง นายสิรณัฐ สก๊อต หรือ "ทราย สก๊อต" บุตรขาย เรื่องเรียกคืนมรดกคุณตา ซึ่งใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมง
ต่อมานายสิรณัฐ สก๊อต“ หรือ "ทราย สก๊อต” และ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ได้กล่าวภายหลังการไกล่เกลี่ย ว่า การเจรจาอย่างไม่แล้วเสร็จ ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ โดยให้ทางโจทก์และจำเลยไปเจรจากันเอง ซึ่งจะนัดกันเองนอกศาล จนกว่าจะมีข้อสรุป และมาแถลงต่อศาลในวันที่ 8 กรกฎาคมซึ่งเป็นวันนัดพิจารณาคดีความครั้งที่ 1 ซึ่งถ้าหากการเจรจาไม่เสร็จก็จะดำเนินกระบวนพิจารณาคดีต่อ
ส่วนสาเหตุที่การไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ ไม่สามารถบอกได้ เนื่องจากเป็นคำสั่งศาล ซึ่งการเจรจามีบางประเด็นเห็นด้วยและบางประเด็นไม่เห็นด้วย แต่สุดท้ายมันไม่สำเร็จทั้งหมด เพราะมีหลายเรื่องที่เห็นไม่ตรงกัน
นายปานเทพ ระบุว่า คุณทราย กับ คุณแม่ไม่ได้เจอกันในห้องพิจารณา เนื่องจากแยกไกล่เกลี่ยคนละรอบ
เมื่อถาม นายสิรณัฐหรือ ทราย ว่าวันนี้คุณแม่มาไกล่เกลี่ยด้วยรู้สึกอย่างไรบ้าง
นายสิรณัฐ หรือ ทราย กล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกอะไร ส่วนความเป็นแม่เป็นลูกวินาทีนี้ ทราย ตอบว่าไม่มี “ทรายมีแม่แค่แม่บุญธรรมเท่านั้น ส่วนเค้าก็ป็นแม่แค่เชิงดีเอ็นเอ”
พร้อมระบุต่อว่าเมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้ไปทานข้าวกับ นายภูริต ภิรมย์ภักดี หรือเต้ โดยมี นายกกรรชัย กำเนิดพลอย หรือพี่หนุ่ม กรรชัย ไปร่วมด้วย เบื้องต้นได้มีการพูดคุยว่าควรมีการประชุมในตระกูลและต้องคำนึงถึงอนาคตของตนเอง
หลังจากที่กินข้าวและคุยกันวันนั้น ทรายก็ได้รับข้อความจากผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ที่เป็นผู้บริหารระดับสูงของ บริษัทสิงห์ โดยข้อความ ระบุว่า “เมื่อคุยกับเต้ ก็ควรบอกเขาให้หมด และไม่ควรลงอะไรในโซเชียลอีกแล้ว” หลังรับข้อความ ทราย มองว่า ”ในความเป็นจริง ถ้าคุณแก้ไขตั้งแต่แรก คงไม่ถึงจุดนี้ เพราะชีวิตทรายพังไปตั้งเยอะเพราะเรื่องนี้ ทรายมีความทุกข์กับเรื่องนี้“ ซึ่งหลังจากการคุยและได้รับข้อความก็ไม่มีความชัดเจนอะไรเกิดขึ้นอีก ไม่มีการนัดวัน ทรายต้องการความชัดเจนมากกว่านี้ มากกว่าข้อความที่ได้มา ทรายมองว่ามันน่าผิดหวัง เพราะมันไม่มีความชัดเจนอะไร
ส่วนการนัดวัน ขึ้นอยู่กับทางฝั่งนั้นจะนัดมาเมื่อไหร่ เพราะมันเป็นความรับผิดชอบฝั่งเขาพร้อมย้ำว่า ทรายไม่มีความประสงค์ที่จะปิดปากตัวเอง เพราะเรื่องดังกล่าวควรเป็นบทเรียนให้กับคนอื่น ไม่ใช่การสร้างภาพ เราควรแก้ไขเรื่องนี้ด้วยความจริงใจ เพราะมันส่งผลต่อผม หรือเด็กที่เคยเจอเรื่องแบบนี้และมันไม่เป็นผลดีต่อ บ.สิงห์ด้วย
นายสิรณัฐ หรือทราย ยังกล่าวอีกว่า พร้อมที่จะคุยเสมอแต่ต้องเอาทีมของทรายไปด้วย เพราะเราไม่ใช่ผู้ใหญ่ที่แต่งงานเข้าไป แต่เราเป็นเด็กที่โตในตระกูลนี้ บาดแผลมันลึกมาก มันคือความปลอดภัยของผม
และการที่ได้พบเต้ มองว่าเป็นทางออกที่ชัดเจนขึ้นแต่ก็ขึ้นอยู่กับทุกคนในตระกูลว่าจะมีความยึดมั่น ยืนข้างความถูกต้องหรือไม่ ญาติหลายคน ฟังข้อความจากฝั่งแม่คนเดียวเพราะที่ผ่านมาทรายไม่ค่อยได้ไปงานในครอบครัว ทางครอบครัวก็บอกว่า อยากให้ทรายไปเล่าเรื่องให้ทางฝั่งตระกูลฟัง ซึ่งทรายก็หวังว่าเค้าจะเปิดใจที่จะรับฟัง ทั้งที่ผ่านมา ทรายเคยติดต่อไปขอความช่วยเหลือทั้งต๊อดและคนอื่น ทรายเชื่อว่าต๊อดคงไม่รู้ว่าทรายถูกข่มขืน รู้แค่ว่าทรายไร้บ้าน
อยากให้เรื่องนี้เป็นบรรทัดฐานในสังคม หรือคนในตระกูลใหญ่ที่เคยเจอเรื่องแบบทรายให้ได้รับความยุติธรรม และทรายอยากกลับไปเป็นนักอนุรักษ์ เพราะนั่นคือสิ่งที่ทรายรัก และอยากจบเรื่องแบบนี้ให้เร็วที่สุดเพราะบอกว่ามันเป็นเรื่องน้ำเน่า
หลังจาก นายสิรณัฐ หรือ ทราย ให้สัมภาษณ์เสร็จได้ออกไปพบกับกลุ่มแฟนคลับที่มารอให้กำลังใจตั้งแต่ช่วงเช้าเข้าไปมอบดอกไม้ของขวัญที่ระลึกขอถ่ายรูป พร้อมกับให้กำลังใจอีกด้วย


