ตำรวจ ปคบ.ลุยล้างบางเครือข่ายลักลอบขายบุหรี่เถื่อน-บุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์ ปูพรมตรวจค้น 5 จุดในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ ยึดบุหรี่เถื่อนกว่า 3 แสนมวน-บุหรี่ไฟฟ้า 510 ชิ้น รวมมูลค่า 1.5 ล้านบาท
วันนี้ (6 มิ.ย.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการ พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.ไกรวิศท์ แสนทวีสุข ผกก.1 บก.ปคบ. และ พ.ต.ท.อนันต์ บัวแก้ว สว.กก.1 บก.ปคบ. นำกำลังเปิดปฏิบัติการปราบปรามเครือข่ายลักลอบจำหน่ายยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง ระหว่างวันที่ 31 พ.ค.-3 มิ.ย.2569 รวม 5 จุด ในพื้นที่จังหวัดสงขลา ,นราธิวาส และปัตตานี
โดยคดีแรก เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบริเวณหน้าบ้านไม่ปรากฏเลขที่ ในพื้นที่ ต.พิเทน อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี พบรถยนต์กระบะสี่ประตู 1 คัน ภายในซุกซ่อนบุหรี่ต่างประเทศลักลอบหนีภาษี ไม่ติดแสตมป์สรรพสามิต จำนวน 1,542 คอตตอน (13,800 ซอง หรือประมาณ 269,200 มวน) รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1,045,000 บาท
คดีที่ 2 เข้าตรวจสอบศูนย์กระจายสินค้าขนส่งของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งใน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ตรวจยึดกล่องพัสดุบรรจุบุหรี่ไฟฟ้าชนิดสูบแล้วทิ้งและอุปกรณ์ส่วนควบ รวม 101 กล่อง (จำนวน 150 ชิ้น) มูลค่าความเสียหายประมาณ 60,000 บาท
คดีที่ 3 ตรวจค้นศูนย์กระจายสินค้าขนส่งเอกชน อ.เมืองนราธิวาส พบกล่องพัสดุบรรจุบุหรี่เถื่อนรวม 1,630 ซอง มูลค่าประมาณ 200,000 บาท
คดีที่ 4 ตรวจค้นศูนย์กระจายสินค้าขนส่งเอกชน อ.ตากใบ พบกล่องพัสดุบรรจุบุหรี่ไฟฟ้าชนิดสูบแล้วทิ้งและอุปกรณ์ส่วนควบอีก 21 กล่อง (จำนวน 50 ชิ้น) มูลค่าประมาณ 19,500 บาท
คดีที่ 5 เจ้าหน้าที่นำกำลังจับกุม นายลัทธพล (สงวนนามสกุล) อายุ 20 ปี บริเวณด้านหน้าสถานีขนส่งรวมบริษัทเอกชน ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พร้อมของกลางบุหรี่ไฟฟ้าชนิดสูบแล้วทิ้ง จำนวน 310 ชิ้น มูลค่าประมาณ 120,900 บาท
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นตัดวงจรการกระจายสินค้าบุหรี่ไฟฟ้าและยาสูบผิดกฎหมายไปยังประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน ผ่าน “ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปบย.ตร.)
ด้าน พล.ต.ต.คงกฤช กล่าวว่า จากการสืบสวนพบว่า เครือข่ายนี้มีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ โดยใช้วิธีรวบรวมบุหรี่ต่างประเทศและบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก่อนจะนำมาบรรจุลงกล่องพัสดุแล้วทยอยส่งผ่านศูนย์กระจายสินค้าของบริษัทขนส่งเอกชนหลายแห่ง เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบและกระจายสินค้าส่งต่อไปยังผู้รับทั่วประเทศ เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมหลักฐานก่อนเปิดปฏิบัติการทลายจุดลำเลียงเป้าหมายได้พร้อมของกลาง บุหรี่เถื่อนรวม 376,000 มวน, บุหรี่ไฟฟ้าชนิดสูบแล้วทิ้งและอุปกรณ์ส่วนควบรวม 510 ชิ้น และรถยนต์กระบะสี่ประตู 1 คัน รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้นกว่า 1.5 ล้านบาท
พล.ต.ต.คงกฤช กล่าวต่อว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหากลุ่มผู้กระทำความผิดแยกตามพฤติการณ์ดังนี้ กรณีจำหน่ายบุหรี่เถื่อน (บุหรี่ต่างประเทศ) มีความผิดฐาน “ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของที่ยังมิได้เสียภาษีหรือผ่านพิธีการศุลกากร” กรณีจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า มีความผิดฐาน “เป็นผู้ขายสินค้าที่คณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าและบริการมีคำสั่งห้ามผลิตเพื่อขาย ห้ามขายหรือให้บริการสินค้า (บารากู่ บารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า)”
พล.ต.ต.คงกฤช กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามตัวผู้สั่งการ ผู้ส่งสินค้า และผู้ร่วมขบวนการในเครือข่ายทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป


