xs
xsm
sm
md
lg

อดีตผู้บริหารยันไม่ได้เมา จับแขนคู่กรณีเพราะเข้าประชิดตัวห่วงความปลอดภัย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



อดีตผู้บริหาร เผยยืนยันไม่ได้ดื่มสุราหรือมึนเมาขับรถจนชนท้าย ส่วนจับแขนคู่กรณีเพราะเข้ามาประชิดตัวห่วงความปลอดภัย

จากกรณีผู้เสียหายเข้าร้องขอความช่วยเหลือทีมงานเพจสายไหมต้องรอด ว่า ถูกอดีตผู้บริหารค่ายมือถือรายใหญ่ขับรถชนท้ายย่านลาดพร้าว ก่อนพบมีอาการคล้ายมึนเมา และหลบหนีหลังเรียกประกัน โดยผู้เสียหายอ้างว่ายังถูกตำรวจท้องที่พยายามไกล่เกลี่ย รวมถึงถูกทนายคู่กรณีข่มขู่ เหตุเกิดตั้งแต่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา แต่คดียังไร้ความคืบหน้านั้น

ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ (13 พ.ค.) ที่ สน.ลาดพร้าว คู่กรณีของผู้เสียหาย ซึ่งเป็นอดีตผู้บริหารค่ายมือถือรายใหญ่ของประเทศ ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว จากนั้นออกมาเปิดเผย ว่า ยืนยันวันเกิดเหตุ ถูกฝ่ายผู้เสียหายชกเข้าบริเวณด้านหลังศีรษะ รวมถึงหลายจุดตามร่างกาย แต่ยอมรับว่า เหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา เป็นเหตุทะเลาะวิวาทที่เกิดขึ้นต่อเนื่องหลังจากรถเฉี่ยวชนกัน ยอมรับพูดจาไม่เหมาะสมและท้าทายกันจริง ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนพร้อมรับผิดชอบต่อความเสียหายทั้งหมด แต่อะไรที่มองว่าเกินกว่าเหตุ ขอใช้สิทธิ์ตามกฎหมายเช่นกัน

โดยหลังถูกชกจึงมีอาการมึนตามที่ปรากฏในคลิป และยืนยันว่า ไม่ได้ดื่มสุราขณะขับรถ และไม่ได้อยู่ในอาการมึนเมา ส่วนที่มีภาพเข้าไปจับแขนคู่กรณีนั้น เป็นเพราะไม่ทราบว่าอีกฝ่ายจะหยิบสิ่งใดออกมา เนื่องจากอยู่ในระยะประชิดตัว จึงต้องระมัดระวังเพื่อความปลอดภัย

นอกจากนี้ยังมองว่าคดีดังกล่าวเป็นคดีเล็กน้อย แต่ได้รับความสนใจจากสื่อ เนื่องจากตนเคยทำงานอยู่กับบริษัทใหญ่แห่งหนึ่ง ทั้งที่ลาออกมาแล้วกว่า 3 ปี จึงไม่ควรนำบริษัทดังกล่าวเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความผิดส่วนบุคคลของตนเอง อีกทั้งไม่ได้รู้จักกับตำรวจที่ สน.ลาดพร้าว เป็นการส่วนตัวแม้แต่นายเดียว และเพิ่งมารู้จักหลังเกิดคดีขึ้น ส่วนคดีจราจรที่ถูกแจ้งข้อหานั้น พร้อมให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย

และยืนยันวันเกิดเหตุอยู่ในพื้นที่นานกว่า 20 นาที และรอจนแฟนของผู้เสียหายเดินทางมาถึง แต่ที่ตัดสินใจขับรถออกมาก่อน เพราะมองว่ามีคนเริ่มมุงดูจำนวนมาก จึงกังวลเรื่องความปลอดภัย อีกทั้งมองว่าเป็นอุบัติเหตุเล็กน้อยที่สามารถให้บริษัทประกันดำเนินการแทนได้ ไม่มีเจตนาขับรถชนแล้วหลบหนี พร้อมตั้งคำถามว่า “จะหนีไปทำไม” โดยยืนยันให้การกับพนักงานสอบสวนตามข้อเท็จจริงทั้งหมด และจากนี้ก็ให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

ส่วนประเด็นที่เดินทางไปผิดสถานีตำรวจนั้น ยอมรับว่าเกิดขึ้นจริง เนื่องจากจุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่รอยต่อของ 3 สน. ได้แก่ สน.โคกคราม สน.ลาดพร้าว และ สน.คันนายาว โดยในวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้เดินทางไปที่ สน.โคกคราม ก่อนจะทราบภายหลังว่าเป็นคนละพื้นที่รับผิดชอบ จึงเดินทางมาที่ สน.ลาดพร้าว ในวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา

ขณะนี้ไม่มีประเด็นบาดหมางส่วนตัวกับฝ่ายผู้เสียหาย ส่วนเรื่องค่าเสียหายหรือข้อเรียกร้องต่างๆ สามารถพูดคุยเจรจากันได้ แต่ในส่วนของคดีอาญานั้น คงไม่สามารถยอมความกันได้ ซึ่งเชื่อว่าอีกฝ่ายก็คงมีจุดยืนเช่นเดียวกัน หากมีประเด็นใดที่สามารถตกลงกันได้ ก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการพูดคุยตามที่ตำรวจนัดหมาย

หากฝ่ายผู้เสียหายติดต่อมาพูดคุย จะพร้อมเปิดใจหรือไม่ อดีตผู้บริหารกล่าวว่า ที่ผ่านมาอีกฝ่ายมีเบอร์โทรศัพท์ของตนอยู่แล้ว แต่ไม่เคยติดต่อมา อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหลังจากนี้น่าจะสามารถหาทางออกร่วมกันได้

จากนั้นได้โชว์ใบรับรองแพทย์มาแสดงต่อสื่อมวลชน โดยระบุว่า มีบาดแผลฟกช้ำบริเวณด้านหลังศีรษะ ร่วมกับบาดแผลฉีกยาวประมาณ 0.6 เซนติเมตร รวมถึงมีรอยฟกช้ำที่โหนกแก้มซ้าย ศอกทั้งสองข้าง หน้าอกด้านขวา สะโพกขวา และมีบาดแผลถลอกขนาดเล็กอีกหลายแห่ง