MGR Online - “โฆษกดีเอสไอ” เรียกสอบ 9 บริษัทเจ้าของเรือครบแล้ว แจงเหตุขนส่งน้ำมันล่าช้า “อุทกศาสตร์-เรือเสีย” เตรียมประสาน ศรชล. ให้ข้อมูลทางเทคนิค
จากกรณี กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกหนังสือเรียก 8 บริษัทเจ้าของเรือขนส่งน้ำมัน ในฐานะพยาน และพบเพิ่มอีก 1 บริษัท ซึ่งเป็นบริษัทให้เช่าซื้อเรือ (Leasing) ไม่ใช่บริษัทเจ้าของเรือ รวมเป็น 9 บริษัท หลังพบความผิดปกติ 20 เที่ยวเรือ จากเรือ 12 ลำ เข้ารับน้ำมันจากโรงกลั่นในพื้นที่ภาคตะวันออก และพบว่า มีน้ำมันหายกลางทะเล จ.สุราษฎร์ธานี ประมาณ 57-60 ล้านลิตร โดยเฉพาะเรื่องการลักลอบกักตุนน้ำมัน การประวิงเวลา การขนส่งน้ำมัน การกักตุนน้ำมัน การปฏิเสธจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ในความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ภายในวันที่ 30 เม.ย. 69
วันนี้ (3 พ.ค.) พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 59/2569 เปิดเผยความคืบหน้า ว่า ขณะนี้ผู้แทนบริษัทเจ้าของเรือทั้ง 9 บริษัท ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อสอบปากคำเรียบร้อยแล้ว โดยพบข้อมูลการว่าจ้างบริษัทเรือ 2 รูปแบบ 1. บริษัทต้นทาง คือ โรงกลั่นน้ำมันและมีการส่งปลายทางคลังน้ำมันเป็นบริษัทเดียวกัน ส่วนใหญ่โรงกลั่นจัดหาเรือให้เป็นตามแผนการขนส่ง และ 2. กรณีบริษัทปลายทางเป็นคนละบริษัทกับโรงกลั่นจะมีการจัดหาเรือเข้ามาเอง หรือขอให้โรงกลั่นเป็นผู้จัดหาเรือมาให้ก็ได้
พ.ต.ต.วรณัน เผยว่า ส่วนการใช้ระยะเวลาเดินเรือนานกว่าปกติมี 3 รูปแบบตามคำให้การของบริษัทเรือนั้น คือ 1. กรณีเกี่ยวข้องกับเรื่องอุทกศาสตร์ เรื่องร่องน้ำ น้ำขึ้น-น้ำลง ทำให้เรือไม่สามารถเข้าเทียบท่าได้ตามกำหนด 2. กรณีการแจ้งเหตุว่ามีเรือเสียจึงต้องใช้เวลาซ่อมแซมก่อนจะเดินเรือเข้าท่า และเมื่อซ่อมแซมเสร็จก็มาติดปัญหาเรื่องร่องน้ำ น้ำขึ้น-น้ำลง เช่นกัน และ 3. กรณีมีเรือลำอื่นยังลอยลำอยู่ระหว่างถ่ายน้ำมันหรือน้ำมันยังมีอยู่ในคลัง ทำให้ไม่สามารถขนถ่ายน้ำมันลงได้ นอกจากนี้ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ได้ส่งมอบรายงานการวิเคราะห์การเดินเรือให้คณะพนักงานสอบสวนแล้ว
“หลังจากนี้ พนักงานสอบสวนจะดำเนินการเทียบข้อมูลการสอบปากคำบริษัทเจ้าของเรือทั้งหมดและรายงานของ ศรชล. ที่ส่งมอบให้มา ซึ่งอาจต้องเดินทางไปสำนักงาน ศรชล. เพื่อขอรายละเอียดอุปกรณ์เทคนิคประกอบด้วย ในประเด็นการใช้เวลาเดินเรือนานกว่าปกติ คาดว่า ภายในสัปดาหน้า ส่วนจะเรียกหน่วยงานอื่นๆ เพิ่มเติมอีกหรือไม่ต้องรอให้ได้ข้อสรุปทีละประเด็นเสียก่อน”
พ.ต.ต.วรณัน เผยอีกว่า ส่วนกรณี น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ อดีต สส.กทม. ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบอย่างเข้มข้นเพื่อการปฏิรูปพลังงาน (ทีมชุดสุดซอย) พร้อมฝ่ายกฎหมาย นำเอกสารใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือที่พบความผิดปกติ 166 ฉบับ ไม่เป็นไปตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน ในช่วงเดือน มี.ค.69 จากบริษัทคลังน้ำมัน จ.ระยอง และ จ.ชลบุรี ส่งยังปลายทางคลังน้ำมันที่ จ.สุราษฎร์ธานี ชุมพร และสงขลา อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าอยู่ภายใต้มติหรือเข้าเงื่อนไขที่จะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ หรือมีเหตุอันสงสัยสามารถตั้งเลขสืบสวนได้ แต่หากไม่อยู่ภายใต้มติ ก็ต้องส่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการ
อย่างไรก็ตาม สำหรับคดีพิเศษที่ 66/2569 กรณีการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่ จ.อ่างทอง โดย อธิบดีดีเอสไอ มอบหมายให้ พ.ต.ท.นิรุติ พัฒนรัฐ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน


