วันนี้ (2 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กิจกรรมลงนาม MOU ปีที่สอง โดยได้รับเกียรติจาก คุณก้อง สหรัถ สังคปรีชา ศิลปินผู้เป็นแรงบันดาลใจและเป็นแบบอย่างของการใช้พลังเสียงและพลังใจในการขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืนมาร่วมงาน โดยพันธมิตรเดิม คือ มูลนิธิคุณ (KHUN Foundation) วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Ppc) สมาคมอาเซียน ไวนิล เคาน์ซิล (AVC) และบริษัท ริโก้ (ประเทศไทย) จำกัด (RICOH) โรงเรียนอัสสัมชัญ แผนกประถม และโรงเรียนอัสสัมชัญศึกษา และที่เพิ่มเติมคือพันธมิตรใหม่ บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จํากัด (มหาชน) บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ร่วมบริหารโดยครอบครัวของท่านนายก อนุทิน ชาญวีรกูล และพอดีกับช่วงวันเกิดพี่ก้อง วันที่ 4 พฤษภาคม คุณจิ๋วแห่งมูลนิธิคุณ เลยจัดให้มีการฉลองเล็กๆ ร้องเพลงอวยพรให้ศิลปินที่ใจดี ใจรักษ์โลก พร้อมฉายภาพพี่ก้องที่ร่วมช่วยโลกของเราร่วมกับมูลนิธิคุณมาตลอดกว่า 8 ปี ที่มีกิจกรรมเยอะมากมายจริงๆ สมกับเป็นศิลปินที่ทุกคนรักและชื่นชม
คุณปรางค์ทิพย์ อนันตวิภาต หรือคุณจิ๋ว ประธานมูลนิธิคุณ ให้สัมภาษณ์ว่า “หนึ่งปีผ่านไปที่ได้ร่วมสร้างผู้พิทักษ์รุ่นเยาว์หลายคน โดยมีน้องๆ วัยเยาว์อายุไม่ถึง 20 ปี จำนวน 56 คน จากโรงเรียนอัสสัมชัญ แผนกประถม และจำนวน 77 คน จากโรงเรียนอัสสัมชัญศึกษา โดยมีจัดพิธีมอบเข็มผู้พิทักษ์ และประกาศนียบัตรอย่างสนุกสนาน และมีแขกสี่ขาพุดเดิลยักษ์แสนน่ารัก น้อง Sky มาร่วมพิธีอย่างสนุกสนานด้วย” อีกทั้งในปีนี้ยังได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากบริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จํากัด (มหาชน) ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการผลักดันโครงการให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น โดยคุณอริสรา ชาญวีรกูล และคุณพชร ชาญวีรกูล จากบริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จํากัด (มหาชน) ในฐานะคนรุ่นใหม่ อายุรุ่น 20 กว่า ที่มาเป็นผู้พิทักษ์วัยรุ่นอายุโตขึ้นมาหน่อย ที่จะมีพลังขับเคลื่อนให้กับองค์กรต่อไป
ก้อง สหรัถ สังคปรีชา บอกว่า มาร่วมช่วยงานนี้เพราะเห็นคุณจิ๋ว ปรางค์ทิพย์ ของมูลนิธิคุณตั้งใจและมุ่งมั่นช่วยรณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อมมานานหลายปี และก้องเองก็เห็นด้วยว่าการรณรงค์เรื่องการแยกขยะเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ง่ายมากๆ แต่ผู้ใหญ่หลายคนไม่ใส่ใจและไม่คิดว่าจำเป็นต้องทำ
พี่ก้อง เสริมต่อว่า ต้องยอมรับตรงๆ ว่าเรื่องนี้ยังเป็นความท้าทายสำหรับตัวเองอยู่เหมือนกัน เพราะในอดีตหลายคน รวมทั้งตัวเราเองเคยเห็นกรณีที่แยกขยะแล้วสุดท้ายถูกนำไปรวมกัน ทำให้เกิดคำถามว่าการแยกตั้งแต่ต้นทางมีประโยชน์แค่ไหน แต่จากความเข้าใจในปัจจุบัน เราเริ่มเห็นภาพชัดขึ้นว่าการแยกขยะต้องเริ่มจากทุกคนตั้งแต่ต้นทางจริงๆ เพราะถ้าไม่มีการแยกตั้งแต่แรก จะเป็นเรื่องยากมากสำหรับผู้เก็บหรือผู้คัดแยกในภายหลัง
คุณพชร ชาญวีรกูล จากบริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จํากัด (มหาชน) บอกว่า ส่วนตัวมีการแยกขยะที่บ้านและที่ทำงาน และอยากจะช่วยรณรงค์คนใกล้ตัวด้วย โดยเล่าต่อว่านโยบายและระบบกำลังเข้มแข็งขึ้นมาก และในฐานะพนักงานหรือคนในองค์กร เราก็ควรมีส่วนช่วยกันสื่อสารหรือสะท้อนกลับ (voice out) เมื่อเห็นว่ากระบวนการยังไม่ถูกต้อง เพื่อให้ระบบดีขึ้นจริง สำหรับคนรอบข้าง คิดว่าการชวนกันทำและทำให้เห็นมากกว่าการบอกให้ทำ น่าจะได้ผลที่สุด เพราะเมื่อคนเห็นว่าเราทำจริง ก็จะค่อยๆ เกิดการเปลี่ยนแปลงตามมาเอง
คุณอริสรา ชาญวีรกูล กล่าวถึงเหตุผลที่ STP&I มาร่วมลงนาม MOU ในปีที่สองนี้ว่า จริงๆ แล้วเราได้รู้จักกับคุณจิ๋ว ประธานมูลนิธิคุณมาสักระยะหนึ่ง และมีโอกาสร่วมงานกันหลายครั้ง ทั้งในฐานะที่ปรึกษาด้านกฎหมายและภาษีให้กับบริษัท สิ่งที่ทำให้เราประทับใจคือการที่เห็นว่าคุณจิ๋วและมูลนิธิคุณแสดงให้เห็นเป็นตัวอย่างจริงในการแยกขยะ และทำเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด อีกส่วนหนึ่งที่เรามองว่าสำคัญมาก คือจากที่เราได้พูดคุยกับคุณจิ๋ว เข้าใจว่าจะมีการจัด training ให้กับแม่บ้านและพนักงานทำความสะอาดภายในองค์กรด้วย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ practical มาก เพราะกลุ่มนี้เป็นผู้ที่มีบทบาทโดยตรงในการจัดการขยะในแต่ละวัน ทำให้โครงการนี้ไม่ได้เป็นแค่นโยบายบนกระดาษ แต่สามารถนำไปใช้ได้จริงใน operation
“จริงๆ แล้วในภาพรวมของบริษัท STP&I ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจใดที่เราทำ เราจะให้ความสำคัญกับ sustainability มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่กระบวนการผลิต การใช้ทรัพยากร ไปจนถึงผลกระทบในระยะยาวค่ะ ในส่วนของธุรกิจส่วนตัว ตอนนี้มีแบรนด์เสื้อผ้า activewear ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนอยู่ด้วย [ชื่อแบรนด์ Phorm Official] โดยเน้นใช้เนื้อผ้าที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล ซึ่งก็สอดคล้องกับแนวคิดของโครงการนี้โดยตรง เพราะทั้งสองเรื่องล้วนเริ่มต้นจากความเชื่อเดียวกันว่า “ขยะไม่ใช่ของที่ต้องทิ้ง แต่เป็นทรัพยากรที่สามารถนำกลับมาสร้างคุณค่าใหม่ได้”
ในงานยังมีการแสดงความขอบคุณและยกย่องคุณครูผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โดยมีพิธีมอบใบประกาศนียบัตรและเข็มกลัด เพื่อเชิดชูเกียรติคุณครูที่ได้ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ ในการสนับสนุนและพัฒนาเยาวชนให้ก้าวสู่การเป็นผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมีคุณก้อง สหรัถ สังคปรีชา ขึ้นมอบใบประกาศนียบัตรและเข็มกลัดแก่คุณครูผู้เข้าร่วมโครงการ
ปิดท้ายพาคณะเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการภายในวิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อดูเครื่องมือทดสอบ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยการเยี่ยมชมในครั้งนี้ จะเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เห็นถึงศักยภาพของการเรียนการสอนและงานวิจัยของวิทยาลัย รวมถึงแนวทางการนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต


