ตำรวจกองปราบตามรวบหนุ่มออสเตรเลีย ล่องเรือในทะเลนาน 5 เดือน หนีคุมประพฤติคดีทางเพศเด็กมากบดานขอนแก่น สารภาพทนคิดถึงภรรยาชาวไทยไม่ไหว
วันนี้ (28 เม.ย.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.สั่งการ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป.พ.ต.ต.เอกสิทธิ์ อินทร์โท่โล่ สว.กก.3 บก.ป. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง นำกำลังจับกุม นายริชาร์ด สัญชาติออสเตรเลีย อายุ 57 ปี ซึ่งเป็นบุคคลผู้ถูกเพิกถอนและสิ้นสุดการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และเป็นผู้ที่ถูกเพิกถอนหนังสือเดินทางประเทศออสเตรเลียและเป็นบุคคลเฝ้าระวังตามหมายเขียว (Green Notice) เลขที่ C-218/4-2026 ลง 9 เม.ย.69 ได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่งใน ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น
สืบเนื่องจากสำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) ประจำกรุงเทพฯ ได้ประสานมายัง กองปราบปราม ขอให้ช่วยติดตามจับกุม นายริชาร์ด ที่เคยถูกศาลออสเตรเลียพิพากษาลงโทษในคดีเกี่ยวกับเพศต่อเด็กหลายคดี ระหว่างปี 2007 – 2021 อีกทั้งยังมีความผิดฐานผลิตสื่อลามกอนาจารเด็ก ทำให้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นผู้กระทำความผิดทางเพศต่อเด็กที่ต้องรายงานตัวตลอดชีวิต
ต่อมาทราบว่านายริชาร์ด ได้หลบหนีออกนอกประเทศ เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย จึงได้ออกหมายจับในข้อหาไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการคุมประพฤติ รวม 3 ข้อหา และทำการเพิกถอนหนังสือเดินทาง พร้อมทั้งประสานตำรวจสากลหรือ INTERPOL ทำการออกหมายเขียว (Green Notice) แจ้งเตือนประเทศสมาชิกทั่วโลก ระบุว่าเป็นผู้กระทำความผิดทางเพศต่อเด็ก มีพฤติการณ์ก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เยาว์ซ้ำและอาจนำภาพถ่ายของเด็ก ๆ ไปใช้ในทางลามกอนาจารเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว และมีแนวโน้มจะเดินทางไปก่อเหตุในประเทศอื่น โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
จากการตรวจสอบพบว่า นายริชาร์ด ได้หลบหนีเข้ามาพักอาศัยในพื้นที่ ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายค้นจากศาลแขวงขอนแก่น กระทั่งเข้าตรวจค้นบ้านพัก แต่ขณะที่จะเข้าตรวจค้นนายริชาร์ด ได้พยายามทำลายโน้ตบุ๊กให้เสียหาย เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าควบคุมสถานการณ์และทำการตรวจยึดพยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ไว้ตรวจสอบ รวม 4 รายการ
สอบสวน นายริชาร์ด ให้การรับสารภาพว่า หลังถูกจำคุกจะต้องรายงานตัวและแจ้งที่อยู่ต่อเจ้าหน้าที่ตลอดชีวิต แต่เนื่องจากแฟนชาวไทยได้ย้ายจากประเทศออสเตรเลียกลับมาอาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลาประมาณ 2 ปี ด้วยความคิดถึงจึงได้ลักลอบเดินทางออกนอกประเทศออสเตรเลียโดยใช้ช่องทางธรรมชาติ ล่องเรือเพียงลำพังจากประเทศออสเตรเลีย โดยใช้เวลารวมทั้งสิ้นประมาณ 5 เดือน และนำเรือไปฝากจอดไว้ที่ท่าเรือในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยเสียค่าฝากเดือนละ 10,000 บาท จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาเพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป


