xs
xsm
sm
md
lg

รมว.ยธ. สั่งตรวจคลังน้ำมัน 7 จุดทั่วประเทศ ป้องกันกักตุน-แก้ปัญหาขาดแคลน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online - รมว.ยุติธรรม มอบหมาย ดีเอสไอร่วมตำรวจ-ภาคี บุกตรวจคลังน้ำมัน 7 จุดทั่วประเทศ หากพบความผิดปกติ เตรียมเอาผิดตามกฎหมาย

วันนี้ (28 เม.ย.) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้มีข้อสั่งการด่วนให้บูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสถานประกอบการคลังน้ำมันทั่วประเทศ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง หาสาเหตุ และป้องกันการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเด็ดขาดหลังพบความผิดปกติในคลังเก็บน้ำมันหลายแห่ง

การปฏิบัติการครั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ร่วมมือกับ กรมธุรกิจพลังงาน (DOEB) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการค้าภายใน กรมสรรพสามิต และหน่วยงานปกครองในพื้นที่ ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบคลังน้ำมัน และศูนย์กระจายน้ำมันรวม 7 จุด ทั่วประเทศอย่างละเอียด โดยมีผลการปฏิบัติการเบื้องต้น ดังนี้


พื้นที่จังหวัดสระบุรี (จุดที่ 1- 4) เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบ คลังน้ำมันบริษัท ท่อส่งปิโตรเลียมไทย จำกัด (Thappline) คลังบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) คลังบริษัท ปตท. บริหารธุรกิจค้าปลีก จำกัด และ สถานีเพิ่มแรงดัน บริษัท ไทยไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด (TPN) เบื้องต้นพบข้อสังเกตที่คลัง Thappline ว่าปริมาณน้ำมันดีเซลที่มีการจ่ายออกจากคลังในช่วงกลางเดือน มี.ค. น้อยกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งได้ประสานกรมการค้าภายในเรียกผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 จำนวน 5 รายเข้ามาชี้แจงแล้ว ส่วนคลัง OR พบว่ามีการใช้ระบบ E-Order ยืนยันข้อมูลผ่านตู้ I Terminal อย่างรัดกุม ไม่สามารถจ่ายน้ำมันนอกระบบได้

พื้นที่จังหวัดขอนแก่น (จุดที่ 5) ตรวจสอบคลังน้ำมัน TPN สาขาบ้านไผ่ ซึ่งเป็นคลังน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ความจุรวมกว่า 157 ล้านลิตร คลังแห่งนี้ทำหน้าที่รอรับคำสั่งจ่ายจาก 5 บริษัทเจ้าของน้ำมัน เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบข้อมูลการรับ - จ่าย กล้อง CCTV และการใช้ไฟฟ้าอย่างละเอียด โดยที่ประชุมมีข้อแนะนำให้เรียก 5 บริษัทเจ้าของน้ำมันมาชี้แจง หากพบพยานหลักฐานเข้าข่ายกักตุน จะให้ร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีทันที


พื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร (จุดที่ 6 – 7) ตรวจสอบ บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) Terminal 1 และ Terminal 2 ซึ่งเป็นคลังรับน้ำมันทางเรือจากผู้ประกอบการหลัก เจ้าหน้าที่ได้สั่งการให้อายัดและเรียกเก็บข้อมูลสำคัญ 9 รายการ อาทิ ปริมาณคงคลังรายวัน กล้องวงจรปิด (CCTV) ใบกำกับการขนส่ง บิลค่าไฟฟ้า และข้อมูลปั๊มแรงดัน เพื่อนำไปวิเคราะห์เชิงลึกเปรียบเทียบความสัมพันธ์ของปริมาณน้ำมันเส้นทางรถบรรทุก และช่วงเวลาการจ่ายน้ำมัน

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เน้นย้ำว่า ข้อมูลและเอกสารที่รวบรวมได้ทั้งหมดจะถูกนำไปวิเคราะห์พฤติการณ์อย่างละเอียด หากพบความผิดปกติ มีการประวิงเวลา หรือเบี่ยงเบนการจ่ายน้ำมัน รัฐบาลพร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด ทั้งนี้ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน และรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ