วันนี้ (28 เม.ย.) เวลา 10.00 น สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช เดินทางยื่นหนังสือร้องเรียนกล่าวโทษให้ตรวจสอบและดำเนินคดีกับแพลตฟอร์มออนไลน์ 3 แพลตฟอร์ม กรณีฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 และประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า
ปัญหาหลักคือ “การบังคับเลือกขนส่ง” ที่ยังฝังรากลึกอยู่ในระบบ ผู้ขายจำนวนมากสะท้อนตรงกันว่าไม่สามารถเลือกบริษัทขนส่งได้ ต้องใช้บริการที่แพลตฟอร์มกำหนดไว้เท่านั้น แม้จะมีต้นทุนสูงกว่า ส่งช้ากว่า หรือไม่ตอบโจทย์ลูกค้า โดยผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่ร้านค้า แต่ไปถึงผู้บริโภคที่ถูกจำกัดสิทธิในการเลือกบริการที่ดีที่สุด ขณะที่ผู้ให้บริการขนส่งรายอื่นถูกกันออกจากตลาดตั้งแต่ต้นทางการแข่งขัน
ทั้งที่ สำนักงาน กขค. ได้ออกประกาศควบคุมไว้อย่างชัดเจน โดย ข้อ 3 ห้ามการกระทำที่มีลักษณะกีดกัน บังคับ หรือจำกัดสิทธิ ซึ่งนำไปสู่การผูกขาด หรือลดการแข่งขัน หรือจำกัดการแข่งขันในตลาด และที่ชัดเจนที่สุดคือ ข้อ 4 (2)(ข) 1) ที่ระบุว่า การบังคับใช้บริการขนส่ง หรือการตั้งค่า Default ที่ผู้ขายไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยสะดวก เป็น “พฤติกรรมต้องห้าม” โดยตรง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับสวนทางและแพลตฟอร์มยังคงใช้รูปแบบเดิมอย่างไม่สะทกสะท้านต่อกฎหมาย
นอกจากนี้ ยังอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 หลายมาตรา ได้แก่ มาตรา 50, 54, 55, 57 และ 58 ซึ่งมีโทษ ตามมาตรา 72 จำคุกไม่เกินสองปี ปรับไม่เกินร้อยละ 10 ของรายได้ในปีที่กระทำความผิด หรือทั้งจำทั้งปรับ ครอบคลุมทั้งการใช้อำนาจตลาด การร่วมกันจำกัดการแข่งขัน และการกระทำทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม
สถานการณ์นี้จึงไม่ใช่เพียงปัญหาธุรกิจทั่วไป แต่เป็นวิกฤตของ “ความเป็นธรรมในการแข่งขัน” ในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลไทย คำถามสำคัญจึงตกไปอยู่ที่ สำนักงาน กขค. ว่า จะปล่อยให้พฤติกรรมที่เข้าข่ายผูกขาดและจำกัดการแข่งขันดำเนินต่อไป หรือจะใช้กฎหมายอย่างจริงจังเพื่อหยุดปัญหานี้ และทวงคืนความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการและผู้บริโภคอย่างแท้จริง
ด้าน สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ออกประกาศ “ไกด์ไลน์ E-Commerce” เพื่อกำกับดูแลพฤติกรรมทางการค้าของผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลแบบ Multi-sided Platform โดยมีผลบังคับใช้ทันที หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดย ระบุว่า แนวทางดังกล่าวอ้างอิงตามพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 เพื่อใช้พิจารณาการกระทำที่อาจเข้าข่ายไม่เป็นธรรม หรือจำกัดการแข่งขัน
สาระสำคัญแบ่งเป็น 2 ด้าน ได้แก่ ด้านราคา ห้ามกำหนดราคาเลียนแบบคู่แข่ง การเลือกปฏิบัติด้านราคาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร และการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมที่เป็นภาระเกินควรโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ส่วนด้านพฤติกรรมอื่น ห้ามใช้ระบบอัลกอริทึมกีดกันการมองเห็นสินค้า เอื้อประโยชน์ให้บริการของตนเอง หรือบังคับให้ผู้ค้าต้องใช้บริการที่แพลตฟอร์มกำหนด ทั้งนี้ หากเข้าข่ายความผิด จะมีโทษทั้งทางอาญาและโทษปรับทางปกครอง โดย สำนักงาน กขค. ย้ำจะพิจารณาเป็นรายกรณีอย่างรอบด้าน


