xs
xsm
sm
md
lg

ศาลอาญาคดีทุจริต สั่ง “หมอวาโย” พรรคประชาชน แก้ไขคำฟ้อง ปม กกต.ติดบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง พร้อมนัดฟังคำสั่งชั้นตรวจฟ้อง 24 มิ.ย.นี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



ศาลอาญาคดีทุจริต สั่ง หมอวาโย” พรรคประชาชน แก้ไขคำฟ้อง ระบุ หลักฐานพฤติการณ์ให้ชัดเจน ทำให้ได้รับความเสียหายอย่างไร ภายใน 30 วัน คดีฟ้อง กกต. 9 คน ติดบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง สส.พร้อมนัดฟังคำสั่งชั้นตรวจฟ้องอีกครั้ง 24 มิ.ย.นี้

วันนี้ (24 มี.ค.) ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนเลียบทางรถไฟ ศาลนัดฟังคำสั่งชั้นตรวจฟ้องคดีหมายเลขดำ อท. 34/2569 ที่ นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กับพวกรวม 4 คน ยื่นฟ้องดำเนินคดีอาญากับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 7 คน รวมถึง นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. และ นายวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง รวมผู้ถูกฟ้องทั้งสิ้น 9 ราย ในความผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง

ศาลพิเคราะห์คำฟ้องโจทก์ทั้งสี่แล้ว เห็นว่า โจทก์ทั้งสี่บรรยายฟ้องอ้างว่าจำเลยทั้งเก้ากระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 90, 91, 157 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 มาตรา 69 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพ.ศ. 2561 มาตรา 96, 164 แต่ยังมิได้บรรยายฟ้องให้ครบถ้วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 158 ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง อาศัยอำนาจตามความในมาตราดังกล่าววรรคหนึ่งและวรรคสาม ให้โจทก์ทั้งสี่บรรยายฟ้องให้เห็นถึงพฤติการณ์หรือมูลเหตุที่จำเลยทั้งเก้าต้องการให้โจทก์ทั้งสี่ได้รับความเสียหายพร้อมชี้ช่องพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจัดส่งพยานหลักฐานที่มีเพื่อสนับสนุนข้อเท็จจริงตามที่บรรยายในฟ้อง

ทั้งนี้ ให้โจทก์ทั้งสี่แก้ฟ้องตามประเด็นที่ศาลมีคำสั่งภายใน 30 วัน นับแต่วันนี้ หากมีพยานเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ส่งให้ครบถ้วน โดยหากโจทก์ทั้งสี่ไม่ดำเนินการตามคำสั่งศาลข้อหนึ่งข้อใดให้ถือว่าไม่ดำเนินกระบวนพิจารณาภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนดซึ่งศาลอาจมีคำสั่งไม่รับฟ้อง

เพื่อให้ได้ความแจ้งชัดในข้อเท็จจริงแห่งคดีอาศัยอำนาจตามข้อ 16 วรรคหนึ่ง แห่งข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยวิธีการดำเนินคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 ประกอบข้อ 3 แห่งข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยวิธีการดำเนินคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 ให้มีหนังสือพร้อมสำเนาคำฟ้องถึงสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งให้ชี้แจงข้อเท็จจริงและจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องภายในวันที่ 24 เมษายน 2569 โดยให้โจทก์ทั้งสี่มาตรวจสอบหนังสือชี้แจงดังกล่าว หากประสงค์จะคัดค้านให้ยื่นคัดค้านต่อศาลก่อนวันนัดไม่น้อยกว่า 7 วัน มิฉะนั้นถือว่าไม่ติดใจคัดค้าน ให้เลื่อนไปนัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาหรือกำหนดวันนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 24 มิถุนายน 2569 เวลา 09.30 น.

ภายหลังศาลมีคำสั่งดังกล่าว นพ.วาโย กล่าวว่า ศาลสั่งให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องเล็กน้อย และในประเด็นเจตนาพิเศษต่างๆ ประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ มีจุดที่น่าสนใจตรงที่ศาลสั่งให้กกต.ชี้แจงข้อเท็จจริงเบื้องต้นด้วยภายในวันที่ 24 เมษายน ในการเกี่ยวกับจัดการเลือกตั้งให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งคำว่าลับหมายความว่าอย่างไร เรื่องหลักเกณฑ์การใช้คิวอาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งว่ามาจากกฎหมายมาตราใดในการใส่สัญลักษณ์ลงในบัตรเลือกตั้ง กกต.อาศัยอำนาจตามกฎหมายใดในการใส่สัญลักษณ์ลงในบัตรเลือกตั้ง เหตุใดจึงนำสัญลักษณ์ดังกล่าวลงในบัตร ทำให้ทราบได้หรือไม่ว่าผู้ออกเสียงเลือกผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด และหากสัญลักษณ์ที่ปรากฎในบัตรเลือกตั้งสามารถอ่านค่าจนทราบว่าผู้ออกเสียงเลือกผู้สมัครรายใดหรือพรรคใด การตรวจสอบจะเกิดขึ้นในกรณีใด กกต.มีเงื่อนไขหรือขั้นตอนดำเนินการอ่านค่าในบัตรเลือกตั้งหรือไม่

นพ.วาโย กล่าวว่า ตนมองว่า คดีนี้ศาลท่านไม่ได้ชักช้า แต่มีคำแนะนำให้โจทก์ร่วมทั้ง 4 แก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องให้สมบูรณ์มากขึ้นภายใน 30 วัน จะตรงกับวันที่ 23 เมษายน ก่อนที่กกต.จะชี้แจงในวันที่ 24 เมษายน และจะมีคำสั่งอีกครั้งว่าจะให้ดำเนินการอย่างไรในวันที่ 24 มิถุนายน 2569

เมื่อถามว่า มีความกังวลหรือไม่ว่าศาลอาจจะไม่รับฟ้อง นพ.วาโย กล่าวว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ปกติถ้าศาลให้ไปแก้คำฟ้องและสามารถแก้ตามที่ศาลสั่งได้ ตามธรรมเนียมก็มักจะรับ ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี ดีกว่ามาวันนี้แล้วยกคำร้องเลย นอกจากนี้ศาลก็ได้บอกว่าให้แก้ไขให้รัดกุมมากขึ้นและหากมีข้อบังคับหรือประกาศอะไรที่เป็นกฎหมายระดับรองถ้าอยากจะส่งเพิ่มเติมก็สามารถส่งได้อีก รวมถึงสอบถาม กกต.ให้ชี้แจงใน 3 ประเด็น ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนหลายคนอยากทราบ ตนถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีแม้จะต้องไปแก้คำฟ้อง

เมื่อถามว่า คาดหวังกับ กกต.หรือไม่ว่าจะตอบในทิศทางใด นพ.วาโย กล่าวว่า ตนคิดว่าถ้าจะอ้างตามความถูกต้อง กฎหมายเวลาจะตีความมันเป็นตัวหนังสือ มีการบันทึกเจตนารมณ์ไว้ในสภาแล้วว่าคำว่าลับหมายความว่าอย่างไร ส่วนของตนคิดว่าได้อ้างอิงไปถูกต้องแล้ว ต้องรอดูฝ่ายกกต.จะอ้างอิงจากที่ไหน อาจจะอ้างอิงจากบางท่านที่มีความเห็นแย้ง ในวันที่ 24 เมษายนนี้ก็จะได้เห็นกันว่าจะชี้แจงอย่างไร

เมื่อถามว่า ล่าสุด มติของศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งไว้พิจารณาแล้ว แต่เลขาธิการ กกต.ก็ยังยืนยันว่า การเลือกตั้งเป็นไปในทางลับ นพ.วาโย กล่าวว่า ตรงส่วนนี้เป็นคนละคดีกัน ก็ชี้แจงไป แต่ที่ชี้แจงเป็นลักษณะข้อความเห็นมากกว่า แต่ในศาลนี้หรือศาลรัฐธรรมนูญทางกกต.รวมถึงนายแสวง คงจะต้องตอบคำถามโดยใช้พยานหลักฐานอื่น ๆ ด้วย คงไม่ใช่แค่ความเห็นของตัวเองฝ่ายเดียว

เมื่อถามว่า ในวันที่ 24 มิถุนายน จะทราบเลยไหมว่าศาลจะรับฟ้องเป็นคดีเลยหรือไม่ นพ.วาโย กล่าวว่า ส่วนใหญ่มักจะทราบผลในวันนั้นเลย แต่อาจจะมีบางกรณีที่ศาลอาจจะมองว่าให้เพิ่มอีกหน่อย แต่ก็ไม่บ่อยนัก ถ้าวันนั้นศาลรับก็จะมีกำหนดไต่สวนมูลฟ้องเลย คดีก็จะเดินหน้าต่อ ส่วนในวันที่ 24 เมษายน ที่กกต.จะชี้แจง มีสำเนาที่ตนสามารถคัดค้านได้ ส่วนตัวคิดว่ากระบวนการเดินแล้วถึงแม้จะยังไม่มีการประทับรับฟ้องอย่างเป็นทางการ แต่กระบวนการของศาลอาญาคดีทุจริตแบบนี้ ระหว่างที่โจทก์แก้ไขคำฟ้องศาลมีอำนาจในการไต่สวนและขอให้ทางจำเลยชี้แจง และโจทก์ก็สามารถคัดค้านคำชี้แจงของจำเลยได้

เมื่อถามว่า การฟ้องครั้งนี้มีสัญญาณเริ่มเป็นบวก จะส่งผลต่อเกมการเมือง เพราะมีการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว แต่ทางคดีก็เดินหน้าคู่ขนานเกินไป นพ.วาโย กล่าวว่า ส่วนตัวตนมองว่าการฟ้องในศาลอาจญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบไม่น่าจะส่งผลมากเท่าไหร่ มองว่าคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญจะมีผลมากกว่า ถ้าถึงขั้นเลือกตั้งใหม่จะส่งผลกระทบแน่นอน ซึ่งคดีของตนคาดว่าจะใช้เวลาเกิน 5 ปีแน่นอน เพราะคดีของ พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ ก็ใช้เวลาถึง 10 ปี และคดีนี้เป็นการฟ้องตัว กกต.ไม่ได้เกี่ยวกับฝ่ายการเมืองเท่าไหร่ และส่วนศาลรัฐธรรมนูญถ้าสั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ตนคิดว่า ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตนจะนำมาเพิ่มเติมในคดีนี้อย่างแน่นอน ถ้าเปิดโอกาสให้เพิ่มเติมรายละเอียดในคำฟ้อง