xs
xsm
sm
md
lg

"รมว.ยุติธรรม" มอบ "ดีเอสไอ-กรมธุรกิจพลังงาน" คุมเข้มเฝ้าระวังน้ำมันขาดตลาด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online - พล.ต.ท.รุทธพล สั่งการ ดีเอสไอร่วมกรมธุรกิจพลังงาน แก้ไขภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี สร้างความเชื่อมั่นประชาชน

วันนี้ (21 มี.ค.) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (รมว.ยธ.) พร้อมด้วน นายฉัตรชัย คุณโลหิต รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน , พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกดีเอสไอ , ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผอ.กองเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร่วมประชุมวางแผนนำกำลังกว่า 50 นาย เข้าตรวจสอบคลังน้ำมัน

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า วันนี้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 8 จุด ใน 4 จังหวัด โดยตนได้เข้ามาดูที่โรงกลั่นบางจาก ส่วนจุดอื่นๆ เป็นทีมของเจ้าหน้าที่ซึ่งได้จัดไว้ทั้งหมด 3 ทีม โดยภายหลังการตรวจสอบครบทุกจุดก็จะประชุมร่วมกันเพื่อสรุปอีกครั้งหนึ่ง ส่วนการหารือร่วมกับผู้บริหารบางจากได้สรุปภาพรวมกำลังการผลิตน้ำมัน ให้กับตัวแทนของกรมธุรกิจพลังงานและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ทราบ ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้เราร่วมกันลงพื้นที่ในจุดใหญ่ก่อน เช่น โรงกลั่นและคลังน้ำมันขนาดใหญ่ และอีกส่วนหนึ่งคือเจ้าหน้าที่ตำรวจและกรมการปกครอง ก็จะลงพื้นที่ตรวจสถานีบริการน้ำมัน และจุดบริการต่างๆ ในพื้นที่ต่างจังหวัด

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวอีกว่า ส่วนการใช้หลักเกณฑ์ในการตรวจสอบใช้เกณฑ์เดียวกัน ยืนยันว่าจะมีการตรวจสอบปริมาณน้ำมันให้สอดคล้องกับปริมาณการผลิต และน้ำมันคงคลัง มีความสอดคล้องกันหรือไม่ ย้ำว่าเราจะตรวจสอบอย่างแน่นอน โดยเบื้องต้นจากการตรวจสอบยังไม่พบความผิดปกติ ซึ่งบริษัทบางจากได้ปฏิบัติตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ทั้งเรื่องของปริมาณน้ำมันสำรอง เพื่อช่วยและแก้ไขปัญหาของประชาชนได้


เมื่อถามถึงความเชื่อมั่นของประชาชนจะสามารถว่าจะสามารถนำความเชื่อมั่นกลับมาได้อย่างไร พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ขณะนี้มีการตั้งทีมงานขึ้นมาเพื่อลงมาตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยนายกรัฐมนตรีได้มีการประชุมมอบนโยบายให้กับคณะทำงาน พร้อมออกคำสั่งเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาน้ำมัน ซึ่งเราได้ลงมาในพื้นที่จริงและทำอย่างเต็มที่แล้ว ก็จะทราบว่าน้ำมันที่คงคลังอยู่ที่ปริมาณเท่าไหร่และจำหน่ายไปเท่าไหร่ ซึ่งตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีจะต้องสรุปและรายงานไปที่กรมธุรกิจพลังงาน โดยมีชุดของตำรวจและกรมการปกครองที่ดำเนินการตรวจสอบ จากปลายทางและรายงานขึ้นมาอีกครั้ง

เมื่อถามว่าในส่วนการตรวจสอบจ็อบเบอร์ (Jobber) ที่เป็นผู้ขนส่งน้ำมันอย่างไร พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ต้องตรวจสอบอย่างแน่นอน และได้มีการพูดคุยกันในวันนี้ โดยจ็อบเบอร์ของบริษัทบางจากมีไม่มาก ซึ่งบริษัทจะกำชับในเรื่องนี้ที่เกี่ยวข้องกับการปฎิบัติโดยจะมีกระทรวงยุติธรรมร่วมตรวจสอบด้วย ปริมาณกว่า 200 บริษัท สำหรับวิกฤตพลังงานมีกรอบระยะเวลาจบเมื่อไหร่นั้น นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ดำเนินการให้เร็วที่สุด และมีมาตรการต่างๆ โดยตนในฐานะ รมว.ยุติธรรม ได้ลงนามคำสั่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ปฏิบัติตามมาตรการ พร้อมบูรณาการกับหน่วยงานทั้งหมด


ด้าน นายฉัตรชัย คุณโลหิต รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า ในส่วนการปฎิบัติตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีได้มีการติดประกาศราคาที่หน้าคลังอาจมีความแตกต่างกับราคาหน้าสถานีบริการก็เป็นส่วนหนึ่งที่เราต้องเร่งประสานกันต่อไป แต่ภาพใหญ่การปฏิบัติตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีถือว่าปฏิบัติตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว ซึ่งราคาที่ปรากฏมีความต่างกันเล็กน้อย ไม่ได้มีนัยยะเหมือนที่ปรากฏตามข่าวว่าจ็อบเบอร์ ซื้อจากหน้าคลังในราคา 40-50 บาท ซึ่งตอนนี้ตัวเลขลงมา ค่อนข้างที่จะใกล้เคียงกับราคาหน้าสถานีบริการ ไม่ได้เข้าข่ายสูงเกินควร จะต้องมีการประสานและพูดคุยกันเพิ่มเติม


ขณะที่ นายบัณฑิต หรรษาไพบูลย์ รักษาการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ระบุว่า วันนี้ได้รับข้อสั่งการจาก รมว.ยุติธรรม ให้ดูแลผู้บริโภคให้ดีที่สุด โดย บ.บางจาก ก็ได้ดำเนินการในส่วนดังกล่าวอย่างเต็มที่ ที่ผ่านมาทาง บ.บางจาก มีโรงกลั่นน้ำมัน 2 แห่ง คือ ย่านบางจาก และ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งมีกำลังการผลิตน้ำมันอยู่ที่ 2.7 แสนบาร์เรลต่อวัน ได้ขยับการเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 2.9 แสนบาร์เรลต่อวัน โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล ที่ได้เพิ่มกำลังการผลิตอยู่ที่ 19 ล้านลิตรต่อวัน ถือว่าเป็นการเพิ่มศักยภาพการผลิตน้ำมันเต็มกำลังที่สุดของบางจากแล้ว

นายบัณฑิต ระบุอีกว่า ส่วนยอดการจำหน่ายเพิ่มสูงขึ้นมาก ซึ่งยอดจำหน่ายที่บริเวณหน้าสถานีบริการน้ำมันเพิ่มขึ้นถึง ร้อยละ 30 และมากกว่าปริมาณน้ำมันที่บางจากสามารถผลิตได้ในแต่ละวัน ทำให้ล่าสุดสต๊อกของน้ำมันคงคลังบางจากก็มีแนวโน้มลดลงด้วย แต่เนื่องด้วยนโยบายของรัฐบาลที่บางจากได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ทำให้ได้รับการผ่อนปรนจากรัฐบาล ใน 2 เรื่อง คือ เรื่องของการผ่อนปรนเวลาเดินรถ หรือการเพิ่มเวลาเดินรถ และ กรมธุรกิจพลังงาน ผ่อนปรนเงื่อนไขการนับสำรอง จะช่วยให้บางจากสามารถดึงน้ำมันจากสต๊อกสำรองจ่ายให้ผู้บริโภคได้เพิ่มขึ้น โดยปรับแผนส่งน้ำมันเพิ่ม ให้ถึงมือผู้บริโภคได้เยอะที่สุด เพื่อลดความกังวลของผู้บริโภคไม่ให้ตื่นตระหนก และคาดหวังให้สถานการณ์คลี่คลายจนกลับสู่สภาวะปกติ

เมื่อถามว่าบางจากยังมีน้ำมันคงคลังให้ประชาชนได้ใช้ไปได้อีกกี่วัน นายบัณทิต กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้ของผู้บริโภค ซึ่งทางโรงกลั่นและฝ่ายการตลาดของบางจากได้ทำงานเชื่อมโยงกันอยู่ตลอด หากสถานการณ์ความต้องการของผู้บริโภคกลับมาสู่ภาวะปกติ ก็จะทำให้น้ำมันคงคลังสามารถจำหน่ายให้กับประชาชนได้ตลอดเช่นกัน