MGR Online - “ดีเอสไอ” ออกหมายเรียก “กำนันป้อ-เจ๊หน่อย-สุดาวรรณ” รับทราบข้อกล่าวหาบุกรุกที่สาธารณะ จ.อุบลราชธานี หลังรับเป็นคดีพิเศษ
สืบเนื่องจาก กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ทำการสืบสวนสอบสวนคดีการบุกรุกที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ “หาดสวนยา” ต.ศรีวิเชียร อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เป็นคดีพิเศษที่ 154/2562 โดยมีการกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐออกเอกสารแสดงสิทธิ โดยมิชอบด้วยกฎหมายเพื่อประโยชน์ของเอกชน ก่อนส่งสำนวนให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไต่สวนข้อเท็จจริง เนื่องจากพบการกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ แต่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาเห็นว่ามีบางข้อกล่าวหาที่ผู้ถูกกล่าวหามิใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ จึงไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ที่จะรับไว้ดำเนินการ จึงมีมติส่งเรื่องกล่าวหาทั้งสำนวนคืนให้แก่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 61 วรรคสอง
สำหรับคดีพิเศษที่ 154/2562 คณะพนักงานสอบสวนพบว่า นายธรรมรงค์ ทองแดง เป็นผู้ยึดถือครอบครองที่สาธารณประโยชน์หาดสวนยา (บ่อกักเก็บน้ำบ่อที่ 1) เนื้อที่ 10-1-37.7 ไร่ จึงมีความเห็นควรสั่งฟ้อง นายธรรมรงค์ ทองแดง และส่งสำนวนการสอบสวนไปยังพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 66 แต่นายธรรมรงค์ หลบหนี จึงขอศาลออกหมายจับ กระทั่งต่อมา อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้อนุมัติให้แยกทำการสอบสวนเป็นคดีพิเศษที่ 119/2566 (อีกคดี) เพื่อสอบสวนกรณีมีผู้ถูกกล่าวหารายอื่นซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาในคดีพิเศษที่ 154/2562
วันนี้ (20 มี.ค.) แหล่งข่าวระดับสูงกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยความคืบหน้าในคดีพิเศษที่ 119/2566 นายทุนบุกรุกที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ “หาดสวนยา” พบมีข้าราชการฝ่ายการเมืองและครอบครัวเข้าไปเกี่ยวข้อง ว่า นายธรรมรงค์ ทองแดง มีบทบาทเป็นคนขายที่ให้ทางบริษัทเอกชนของครอบครัวนักการเมืองหญิง โดยสถานะล่าสุดของนายธรรมรงค์ มีหมายจับของศาลและยังอยู่ระหว่างหลบหนี จึงมีเพียงสำนวนคดีที่ถูกส่งให้พนักงานอัยการคดีพิเศษ
อย่างไรก็ตาม คดีพิเศษที่ 119/2566 ทางดีเอสไอยังอยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวน โดยเฉพาะความเกี่ยวข้องของนักการเมืองหญิง และธุรกิจของครอบครัว (น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย , นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล หรือกำนันป้อ อดีต สส. พรรคเพื่อไทย, นางยลดา หวังศุภกิจโกศล หรือ เจ๊หน่อย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา และกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท แป้งมันเอี่ยมอีสาน จำกัด) ซึ่งมีพฤติการณ์บุกรุกขุดบ่อน้ำสาธารณประโยชน์ จำนวน 3 บ่อ มีเนื้อที่ประมาณ 16-1-58.4 ไร่ เพื่อใช้ประโยชน์ในโรงงานแป้งมัน เนื่องจากที่ดินดังกล่าวติดแม่น้ำลำคลอง จึงมีการดึงน้ำใช้ ทั้งนี้ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ มีการออกหมายเรียกครอบครัวนักการเมืองหญิง มารับทราบข้อกล่าวหา บุกรุก ยึดถือ ครอบครองและทำประโยชน์ในที่สาธารณประโยชน์ แต่ทางผู้ถูกกล่าวหาได้พยายามส่งเอกสารขอความเป็นธรรม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล หรือ "กำนันป้อ" บิดาของ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เดินทางมาพร้อมกับทีมงาน และเปิดเผยสั้นๆ กับสื่อมวลชนก่อนเข้ารับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่า ตนยังไม่พร้อมให้ข่าว ส่วนความเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด แต่ก็มาพบพนักงานสอบสวน ส่วนเอกสารการชี้แจง ตนขออนุญาตไม่พูดในตอนนี้ หลังเสร็จสิ้นจึงจะออกมาให้ข่าวแทน อย่างไรก็ดี ผู้สื่อข่าวยังไม่พบความเคลื่อนไหวของ นางยลดา หวังศุภกิจโกศล หรือ เจ๊หน่อย นายก อบจ.นครราชสีมา มารดาของ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล และ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล แต่อย่างใด
ต่อมา เวลา 12.45 น. หลังเข้าพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถาม นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล อยากชี้แจงอย่างไรบ้าง โดยเจ้าตัว ระบุว่า ตนได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และเป็นเรื่องของบริษัทฯ พร้อมยืนยันว่ามีโฉนดทุกแปลง
เมื่อถามว่าคดีมีการสอบสวนมาตั้งแต่ปี 2562 แต่กลับเพิ่งมาเป็นประเด็นในปี 2569 มองว่าเป็นเกมการเมืองหรือไม่นั้น นายวีรศักดิ์ แจงว่า ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นแต่มองว่าไม่ได้ถูกกลั่นแกล้ง ส่วนจะเป็นประเด็นการสกัดเก้าอี้รัฐมนตรีหรือไม่ ตนมองว่าไม่ใช่ รวมทั้ง ยังไม่มีกำหนดที่จะเข้าพบพนักงานสอบสวนอีกครั้ง
ส่วนกรณีของบุตรสาว น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล และภรรยา นางยลดา หวังศุภกิจโกศล จะเข้ามาพบพนักงานสอบสวนหรือไม่นั้น นายวีรศักดิ์ รีบปฏิเสธว่า ตนต้องรีบกลับบ้าน จ.นครราชสีมา เพราะน้ำมันยิ่งไม่ค่อยมีจะกลับไม่ถึงบ้าน ก่อนยกมือไหว้และขอบคุณสื่อมวลชนที่มาติดตามทำข่าว


