xs
xsm
sm
md
lg

2 คนร้ายฆ่าเผาทำลายศพ ผู้จัดการหนุ่ม นอนคุก หลังศาลไม่ให้ประกัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



2 คนร้ายฆ่าเผาทำลายศพ ผู้จัดการ ขายเครื่องมือแพทย์ นอนคุก หลังศาลไม่ให้ประกัน เหตุกลัวหลบหนี หรือ ยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน
วันนี้ (19 มี.ค.) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พ.ต.ท.อธิพงศ์ ศรีโพธิ์ สว.(สอบสวน) สน.สุทธิสาร นำตัว นายสมยศ พลอยอินทร์ อายุ 46 ปี และ นายนฤสรณ์ ซอเซวี สองผู้ร่วมขบวนการอุ้มเผาอำพรางผู้จัดการหนุ่ม ผู้ต้องหาความผิดฐาน “ร่วมกันเคลื่อนย้ายศพหรือทำลายพยานหลักฐานเพื่อช่วยผู้อื่นไม่ให้ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลง, ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลาย ส่วนของศพเพื่อปิดบังการเกิดการตาย หรือเหตุแห่งการตาย โดยไม่มีเหตุอันควร ทำให้เสียหาย เคลื่อนย้าย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งศพส่วนของศพ อัฐิ หรือเถ้าของศพ, กระทำการใดๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อม ในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป เป็นการกระทำโดยทุจริตหรือเพื่ออำพรางคดี” มาฝากขังครั้งแรก

พฤติการณ์ คือ เมื่อวันที่ 19 ก.พ. พนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร ได้รับแจ้งว่า นายรุทธ์ มณีประเสริฐ ผู้เสียหาย ได้หายตัวไป เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่า เมื่อวันที่ 18 ก.พ. เวลาประมาณ 15.45 น. ผู้เสียหายได้ขับรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ซีอาร์วี สีขาว ทะเบียน สอ 5888 กทม. ออกจากคอนโด แห่งหนึ่งย่านสุทธิสาร เมื่อผู้เสียหายมาถึงบริเวณบ่อกุ้ง ซอยรัชดาภิเษก 18 แขวงสามเสนนอก ได้มีคนร้ายรวมจำนวน 6 คน ใช้ยานพาหนะรถยนต์ 1 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน ร่วมกันก่อเหตุอุ้มตัวบังคับผู้เสียหายออกจากสถานที่เกิดเหตุ พาตัวไปยังบ้านเช่าแห่งหนึ่งย่านตำบลบางเพรียง อำเภอบางบ่อ จ.สมุทรปราการ จากการสืบสวนขยายผลพิสูจน์ทราบจนสามารถระบุตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ นายจักรพันธ์ สมเสร็จ
หรือ เจ, นายพงศ์สิษฐ์ มลิพันธ์ หรือ เป้, นายอภิสิทธิ์ หนูงามเข็ม หรือ ปอนด์, นายสิทธิโชค โชครัตนคีรี หรือ แบล๊ค, นายเผ่าทอง ทองวิไล หรือ อั้ม เป็นผู้ก่อเหตุลงมืออุ้มตัวผู้เสียหายในวันเกิดเหตุ และ นายวีรวิชญ์ พิทักษ์ทรัพยากร หรือ ขวัญ เป็นผู้สั่งการทีมอุ้มตัวผู้เสียหาย พนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับบุคคลทั้ง 6 คน และศาลได้อนุมัติหมายจับไว้แล้ว จากการสืบสวนขยายผลทราบว่ามีบุคคลร่วมกระทำความผิดเพิ่มเติมคือ นายบุญญพัฒน์ ชุมนุม หรือสันติ ทำหน้าที่อุ้มตัวผู้เสียหายขณะเกิดเหตุ และ นายภูเมธ เงินศรีขัย หรือ อาร์ท เป็นผู้รับงานมาจากผู้ว่าจ้าง แล้ว จ้าง วาน ใช้ให้ นายวีรวิชญ์ ไปหาทีมเพื่ออุ้มตัวผู้เสียหาย พนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับบุคคลทั้ง 2 คน และศาลได้อนุมัติหมายจับไว้แล้ว

นายภูเมธ หรือ อาร์ท ไปกระทำความผิดในคดีนี้ และ น.ส.เนญญาภา รัฐพิทักษ์ เป็นผู้มีส่วนร่วมกระทำความผิด ในการกระทำความผิดครั้งนี้ มีมูลเหตุจูงใจมาจาก สาเหตุชู้สาว และมีความสัมพันธ์กันภายในห้องพัก โดยมีบุตรสาวพักอาศัยอยู่ด้วยต่อมาพนักงานสอนสวนได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับบุคคลทั้ง 2คน และศาลได้อนุมัติหมายจับไว้แล้วและได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาทั้งสอง

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้จับกุม ว่าที่ ร.ต.ภูเมธ เงินศรีชัย ผู้ต้องหาตามหมายจับ ความผิดฐาน เป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดและร่วมกันกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และจากการสืนสวนขยายผลทราบว่า เมื่อนายรุทธ์ ถูกกลุ่มคนร้ายอุ้มมายังบ้านในอำเภอบางบ่อ สมุทรปราการ และ นายรุทธ์ ผู้เสียหายได้เสียชีวิตลงที่บ้านหลังดังกล่าว

จากนั้นว่าที่ ร.ต.ภูเมธ และ นายวีรวิชญ์ ได้ช่วยกันยกศพของนายรุทธ์ ขึ้นมายังรถโตโยต้าวิช หมายเลขทะเบียน ศณ 2259 กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นรถของ ว่าที่ ร.ต.ภูเมธ จากนั้น ว่าที่ ร.ต.ภูเมธ ได้ขับรถคันดังกล่าวไปโดยมีเจตนานำร่างผู้เสียชีวิตไปทำลายหรืออำพราง ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าการเคลื่อนย้าย และเผาอำพรางศพของนายรุทธ์ ซึ่งมีรูปร่างสูงใหญ่ ไม่อาจทำได้โดยนายภูเมธ เพียงผู้เดียว จากการสืบสวนทราบว่า เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2569 ชวงบ่ายว่าที่ ร.ต.ภูเมธ ได้ติดต่อกลุ่มบัง (นายสรพงษ์ สร้อยมา) เพื่อช่วยทิ้งและเผาอำพรางโดยนัดหมายที่ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี จากการสืบสวนสอบสวนทราบว่ารถโตโยต้าวิช หมายเลขทะเบียน ศณ 2259 กรุงเทพฯ มายังบริเวณ จ.ลพบุรี-เพชรบูรณ์ และในวันเดียวกัน ได้มีรถยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค น้ำตาล หมายเลขทะเบียน กอ 1766 สระบุรี ขับขีไปจากกรุงเทพมหานคร มุ่งหน้ามายัง จ.ลพบุรี-เพชรบูรณ์ เช่นกัน และได้ขับขี่ตามกันไปอย่างต่อเนื่องไปจนกระทั่งมีการนำศพผู้เสียหายไปทิ้ง และมีการเผาทำลาย จากนั้นได้ขับขี่รถยนต์ออกมาจากจุดที่ทิ้งและเผาศพดังกล่าว จากการสืบสวนทราบว่าผู้กระทำความผิด ทั้ง 4 คนทราบชื่อ นายสรพงษ์ สุธรรมา และทราบตำหนิรูปพรรณคนร้าย อีก 3 คน ต่อมา นายสมยศ พลอยอินทร์ และ นายนฤสรณ์ ซอเซวี ได้มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา

เหตุเกิดที่ บ่อกุ้งซอยรัชดาภิเษก 18 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร, หมู่บ้านแห่งหนึ่งใน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ, บ้านร้างภายในไร่แห่งหนึ่งใน ต.ชัยนารายณ์ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ต่อเนื่องกัน

การกระทำของผู้ต้องหาทั้ง 2 คน เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 184, 199, 366/3 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 150 ทวิ

ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การ ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

พนักงานสอบสวนยังสอบสวนไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากต้องสอบพยานอีก 6 ปาก รอผลการตรวจลายนิ้วมือและประวัติต้องโทษของผู้ต้องหา ด้วยความจำเป็นดังกล่าว จึงขอหมายขังผู้ต้องหาทั้งสองไว้มีกำหนด 12 วัน ตั้งแต่ 19-30 มี.ค. 2569

ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกัน เนื่องจากผู้ต้องไม่มีหลักทรัพย์มาประกันตัว และมีความผิดอัตราโทษสูงเกรงว่าจะหลบหนี

ศาลพิจารณาคำร้องฝากขังแล้วอนุญาตให้ฝากขัง

ต่อมาผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว โดยศาลอาญา พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติกรรมแล้ว ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่า ร่วมกับพวกกระทำความผิดอย่างอุก อาจร้ายแรง กระทบต่อความรู้สึกของประชาชน มีเหตุอันควร เชื่อว่าหากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยชั่วคราวแล้วจะไปยุ่งเหยิง กับพยานหลักฐานหรือหลบหนี จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ผู้ต้องหาทั้งสอง ให้ยกคำร้อง