ตำรวจ ปทส.บุกรวบ 2 ผัวเมียค้าตะกรุดหนังเสือโคร่งผ่านพิธีปลุกเสก ยึดของกลางจำนวนมาก
วันนี้ (18 มี.ค.) พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. พ.ต.อ.วิศิษฐ์ พลบม่วง รอง ผบก.ปคม.รรท.รอง ผบก.ปทส. สั่งการ พ.ต.อ.เพิ่มวุฒิ ประทุมราช ผกก.1 บก.ปทส. พ.ต.ท.ธานุพันธ์ สุระสะ สว.กก.1 บก.ปทส. นำกำลังจับกุม นายอัครเดชฯ และ น.ส.ขนิษฐาฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี ในข้อหา “ร่วมกันค้าและมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” ได้ที่บ้านพักหลังหนึ่งใน ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบสวนสืบทราบว่า มีการประกาศขายเครื่องรางของขลังที่ทำจากซากสัตว์ป่าผ่านช่องทางออนไลน์อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย โดยนำหนังเสือโคร่งมาตัดแบ่งเพื่อทำเป็น "ตะกรุดหนังเสือ" พร้อมทำพิธีปลุกเสกสร้างความน่าเลื่อมใส เพื่อส่งขายให้กับกลุ่มลูกค้าที่นิยมสะสมเครื่องรางจากซากสัตว์
ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักหลังหนึ่งใน ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี สมารถจับกุมนายอัครเดชฯ และ น.ส.ขนิษฐาฯ พร้อมของกลาง แผ่นหนังเสือโคร่ง ขนาดใหญ่ 29x22 นิ้ว และ 13x13 นิ้ว อย่างละ 1 ผืน, เศษหนังเสือ ที่ถูกตัดแบ่งแล้วกว่า 160 ชิ้น บรรจุในกล่องพลาสติก, ตะกรุดหนังเสือสำเร็จรูปเตรียมส่งลูกค้า 17 ดอก, อุปกรณ์การผลิต กรรไกร, ไม้บรรทัด และส่วนประกอบตะกรุดอีกจำนวนมาก จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา นายอัครเดชฯ และ น.ส.ขนิษฐาฯ ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ซึ่งเสือโคร่งถือเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองลำดับที่ 158 การครอบครองหรือค้าซากมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปทส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลหาที่มาของหนังเสือดังกล่าวต่อไป


